บ้านอาจ้อ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมภูเก็ตชาวไทยเชื้อสายจีน

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Tuesday, October 13, 2020 - 17:35

เกาะแห่งนี้เคยเป็นที่รู้จักมาแต่โบร่ำโบราณในชื่อว่า ถลาง หรือในบางช่วงเวลาสมัยกรุงศรีอยุธยาอาจเรียกรวมกับตำบลบางคลี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เป็น  เมืองถลางบางคลี

บริเวณรอบๆ บ้านอาจ้อ ในถลาง Photo by Dithichaya

ถลาง ยังเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเดินเรือชาวยุโรปในสมัยกรุงศรีอยุธยา นาม Junkceylon ที่ปรากฏอยู่ในแผนที่การขยายอิทธิพลทางทะเลของชาวโปรตุเกส  ฮอลันดา ฝรั่งเศส และอังกฤษ ส่วนชื่อเรียก ภูเก็ต ได้มีการบันทึกเรียกภายหลัง ใน ปี 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯ ให้พระยารัษฎานุประดิษฐ์ หรือคอซิมบี้เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต

อ่าวฉลองในปัจจุบัน ที่ตั้งท่าเรือฉลอง Photo by Dithichaya

ในยุคนั้นได้มีการสร้างท่าเรือใหม่ที่อ่าวฉลอง ซึ่งเป็นด้านทิศตะวันออกของเกาะ ศูนย์กลางการค้าจึงได้เปลี่ยนมาอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับท่าเรือ ซึ่งเป็นเมืองภูเก็ตในปัจจุบัน

ตั้งแต่ ถลาง จนถึง ภูเก็ต ทรัพยากรที่มีค่าสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เป็นสินค้าที่ตลาดนานาชาติต้องการ คือ สินแร่ดีบุกเป็นหลัก สินค้ารองลงมาได้แก่ อำพันและไข่มุก  โดยมีอาชีพเกษตรกรรมโดยเฉพาะการปลูกมะพร้าวและยางพารา ซึ่งได้เฟื่องฟูคู่กับแร่ดีบุกมาตั้งแต่ยุคพระยารัษฎานุประดิษฐ์เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต

เส้นทางสู่ภูเก็ตของชาวจีนโพ้นทะเล

ภาพครอบครัวบ้านอาจ้อ  Photo by Dithichaya

ชาวจีนโพ้นทะเลที่ย้ายถิ่นฐานเข้าสู่ประเทศไทยหลายยุคสมัยด้วยกัน  จะมาจากซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน พูดภาษาแต้จิ๋ว รองลงมานั้นได้แก่ แคะ ฮกเกี้ยน และไหหลำ และหากบุตรหลานเกิดจากบรรพบุรุษเหล่านี้ก็จะเรียกว่าไทยเชื้อสายจีน และหากได้แต่งงานข้ามเชื้อชาติกับคนไทยก็จะมีความกลมกลืนเป็นไทยยิ่งขึ้น

ชุดแต่งกายย่าหยา และเครื่องประดับ Photo by Dithichaya

ชาวจีนที่อพยพเข้าสู่ภูเก็ต นั้นแบ่งเป็นสามกลุ่ม คือ แคะ ใช้ภาษาจีนกลาง มาจากมณฑลกวางตุ้ง ส่วนใหญ่เข้าตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 มีความชำนาญด้านหนังสัตว์ เหมือง และการเกษตร  ฮกเกี้ยน ใช้ภาษาจีนกลาง มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าขายทางเรือหรือรับราชการ ซึ่งเป็นประชากรจีนส่วนใหญ่ในเกาะภูเก็ต

เครื่องประดับในการแต่งกายของย่าหยา Photo by Dithichaya

ส่วนกลุ่มสุดท้าย ได้แก่ เปอรานากัน หรือ บาบ๋า-ย่าหยา คือกลุ่มชาวจีนที่สมรสกับชาวมาลายูท้องถิ่น  เมื่อกำเนิดบุตรชายจะเรียกว่าบ้าบ๋า และบุตรสาวเรียกว่าย่าหยาหรือโญญา  กลุ่มนี้ได้สร้างวัฒนธรรมผสมผสานกันเป็นวัฒนธรรมใหม่ จำนวนหนึ่งได้อพยพจากปีนังและมะละกาสู่ภูเก็ต  กลุ่มเปอรานากันได้กระจายอยู่ในประเทศมาเลเชีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ อีกด้วย

อั่งม่อหล่าว

หมายถึง บ้านตึกฝรั่ง  อาจสร้างเป็นตึกชั้นเดียว 2 ชั้น หรือ 3 ชั้น  เป็นบ้านของคหบดีที่ผสมผสานแบบจีนและแบบชาวยุโรป ประกอบด้วย โปรตุเกส สเปน ฮอลันดา อังกฤษ และฝรั่งเศส ที่นำสถาปัตยกรรมของตนเข้าสู่ประเทศรัฐอาณานิคม แล้วจึงได้มีการผสานกับสถาปัตยกรรมของจีนจากฝีมือช่างจีน และแบบสถาปัตยกรรมการใช้สอยของอาคารของพื้นบ้าน  จนกลายเป็นสถาปัตยกรรมแบบใหม่ในท้องถิ่น ซึ่งจะปรากฏมากในเมืองปีนัง ส่วนในภูเก็ตนั้นได้รับอิทธิพลมาจากการติดต่อค้าขายและการย้ายถิ่นเข้ามาของเปอรานากัน จึงเกิดการก่อสร้างทั้งตึกแถวและเรือนฝรั่งจำนวนมาก

บันไดเดินขึ้นสู่ชั้น 2 ของบ้านอาจ้อ Photo by Dithichaya

อาคารเหล่านี้จะออกแบบโดยสถาปนิกฝรั่ง หรือใช้แบบที่เคยมีการออกแบบมาก่อนแล้วนำมาประยุกต์ใช้ มีการตัดหรือแต่งเติมส่วนต่างๆ หรือปรับรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนเข้ามาผสมผสาน หรือปรับการตกแต่งออกมาในลวดลายและของตกแต่งประดับประดาแบบจีน  พื้นที่ใช้สอยที่เป็นบ้านตึกจะแยกเรือนครัวและห้องน้ำออกจากตัวบ้าน

บ้านอาจ้อ

ตึกอั่งหม่อหล่าวที่เป็นบ้านอาจ้อ คือ ตึกในแบบชิโน-ยูโรเปี้ยนแห่งหนึ่งในภูเก็ต สร้างขึ้นในปี 1936 หรือ พ.ศ. 2479 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันเป็นโฮมสเตย์มิวเซียมที่มีความพิเศษเป็นอย่างมาก โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ได้มีการจัดตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ที่เรียกได้ว่าเป็นสมบัติเก่าตกทอดกันมาผสมผสานกับของสะสม ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจเลยทีเดียว  แถมยังมีช้อปเล็กๆ ให้เลือกซื้อ หากสนใจและมีใจรักในสิ่งเหล่านี้

อั่งม่อหล่าว บ้านอาจ้อ Photo by Dithichaya

“อาจ้อ” หมายถึง”ทวดหญิง” ซึ่งเหลนของอาจ้อได้ซ่อมแซมปรับปรุงบ้านให้กลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง บ้านนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลหาดไม้ขาว ใกล้หาดไม้ขาว ห่างจากสนามบินภูเก็ตเพียงขับรถ 15-20 นาที เท่านั้น  เป็นตึก 3 ชั้น 8 ห้องนอน  บริเวณโดยรอบมีเนื้อที่กว่า 150 ไร่  รอบๆ บ้านมีสนามโปร่งโล่ง มีบึงน้ำใหญ่หน้าบ้าน ที่สะท้อนภาพบ้านและธรรมชาติรอบบ้านได้อย่างสวยงาม  ต้นแบบของบ้านอยู่ที่เมืองจอร์จทาวน์เกาะปีนังโน้น  บ้านนี้ปิดมาหลายสิบปีและได้กลับมาฟื้นฟูปรับปรุง ซึ่งใช้เวลาถึง 3 ปี  ข้างตึกมีอาคารอีกหลังหนึ่งที่ทำเป็นร้านอาหารชื่อ “โต๊ะแดง” ที่บริการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม

ภาพวาดดอกโบตั่นที่สวยงามอ่อนหวานในห้องโถงชั้นล่าง ซึ่งหมายถึงความมั่งคั่งและโชคลาภ Photo by Dithichaya

แกรนด์เปีนโนในมุมนั่งพักผ่อนของบ้าน Photo by Dithichaya

ตัวบ้านเมื่อดูจากภายนอก ด้านหน้ามีมุขโค้งยื่นออกมาตรงกลาง หลังคาโค้ง ส่วนหลังคาด้านบนเป็นทรงปั้นหยา  แบ่งพื้นที่ออกเป็นปีก 2 ด้าน ที่มีระเบียงให้ออกมานั่งพักผ่อนชมวิวหรือชมพระอาทิตย์ในยามเย็นได้อีกด้วย เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลาง มองตามพื้นกระเบื้องดำ ขาว ปูสลับกันนำสายตาเลยเข้าไปยังผนังที่เปิดประตูโค้ง 2 ด้าน มีภาพวาดดอกโบตั๋นขนาดใหญ่ดูอบอุ่นอ่อนหวานงดงาม 

โถงชั้น 2 ตกแต่งด้วยโซฟาสีฟ้าอ่อนหวาน และตั้งเครื่องดนตรี เชลโลไว้ที่มุมหนึ่ง Photo by Dithichaya

จากโถงชั้น 2 เปิดออกสู่มุขหน้าบ้าน Photo by Dithichaya

ระเบียงด้านข้างบ้านชั้น 2 Photo by Dithichaya

ชั้น 1 และชั้น 2 มีโถงกลางที่แบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นสองด้าน  มีทั้งห้องที่ทำกิจกรรมร่วมกันและห้องนอน  ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ ของใช้สอย และของประดับ ล้วนแต่วินเทจ  ซึ่งจัดเต็มอยู่ในทุกอณุของบ้าน และที่แทรกอยู่เกือบทุกห้องก็คือชุดสวยแบบจีนและฝรั่ง ที่จัดตกแต่งสีสันสดใสให้มาเข้าพวกกันอย่างสวยงาม นอกจากจะสัมผัสความสวยงามของรูปทรงสีสันด้วยการมองเห็นแล้ว ในหลายจุดของบ้านยังมีเครื่องเล่นแผ่นเสียง อีกทั้งเครื่องดนตรีอย่างเปียโนและเชลโล จัดวางไว้ในมุมต่างๆ ที่ทำให้จินตนาการว่าในกาลก่อนบ้านนี้คงกล่อมด้วยเสียงเพลงและเสียงดนตรีอยู่เป็นเนื่องนิจ

ห้องนอนบนชั้น 2 Photo by Dithichaya

ห้องหอส่งตัวเจ้าสาวบนห้องใต้หลังคา Photo by Dithichaya

ห้องใต้หลังคามี 1 ห้องนอน  ที่อาจ้อเคยพักและใช้เป็นห้องหอส่งตัวตอนแต่งงาน ซึ่งได้จัดตกแต่งให้หวนรำลึกถึงบรรยากาศในอดีตที่งดงามและอบอวลด้วยความรัก ในการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่มีความสุขและมั่งคั่ง  เป็นห้องส่งตัวตามประเพณีของชาวจีนฮกเกี้ยน ซึ่งใช้โทนสีแดงเป็นหลัก บ่อบอกถึงความเป็นสิริมงคลและโชคลาภ  

เมื่อชมบ้านกันจนอิ่มตาอิ่มใจแล้ว ก็มาถึงเวลาที่จะต้องจัดให้อิ่มอร่อยกันที่ห้องอาหาร “ร้านโต๊ะแดง” ที่โดดเด่นด้วยโต๊ะอาหารสีแดง จัดวางยาวต่อกันกลางร้าน  เปิดบริการอาหารกลางวันและเย็นทุกวัน

ร้านโต๊ะแดง Photo by Dithichaya

กลิ่นอายการตกแต่งแบบวินเทจ Photo by Dithichaya

แกงคั่วมอต๊าน(เงาะ)กุ้ง Photo by Dithichaya

ปลากระพงทอดสมุนไพร Photo by Dithichaya

หมี่กรอบตำรับวังบูรพา Photo by Dithichaya

เมนูอาหารเป็นอาหารไทยและอาหารพื้นบ้านภูเก็ต  เริ่มที่เมนูเรียกน้ำย่อย มีทั้งหมี่กรอบตำรับวังบูรพา ปอเปี๊ยะผักออแกนิค ขนมปังหน้าหมูทรงเครื่อง โรตีมัสมั่นไก่ โรตีหมูฮ้อง เป็นต้น  แล้วตามด้วยเมนูตามสั่ง อาทิ ข้าวผัดปู  ผัดไทยบ้านอาจ้อ  แกงส้มพริกสดกุ้งหรือไก่   กุ้งใหญ่ผัดซอสมะขาม  เนื้อปูผัดผงกะหรี่  แกงคั่วมอต๊าน(เงาะ)กุ้ง  ปลากะพงทอดสมุนไพร เป็นต้น ซึ่งอาหารทั้งหมดนี้ปรุงด้วยความพิถีพิถันและความใส่ใจ จากวัตถุดิบสดใหม่และถึงเครื่องปรุง ที่นอกจากอร่อยลิ้นแล้วยังมีกลิ่นอวลจรุงใจอีกด้วย

ส่วนเครื่องดื่มจัดเต็มให้ทั้งผู้ที่ชอบน้ำผลไม้ต่างๆ เช่น น้ำมะพร้าวจากสวนหลังบ้าน  น้ำสับประรด น้ำแอปเปิ้ล ส่วนคอกาแฟก็มีเสิร์ฟทั้ง โกปี๊อ้อซึ้งหรือกาแฟเย็นแบบไทย  โกปี๊ร้อน / เย็น  ชาไทยเย็นแก้วโปรดอาจ้อ เป็นต้น

สีสันของสะสมที่ย้อนรำลึกในวันเก่าก่อน Photo by Dithichaya

แวะมาชมบ้านแบบ ชิโน-ยูโรเปี้ยน หลังงาม ซึ่งเป็นหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งของวิถีชีวิตคนภูเก็ตในยุคที่ย้อนเวลากลับไปกว่า 80 ปี  และชิลเอาท์กับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่รอบบ้าน สั่งอาหารเครื่องดื่ม กิน-ดื่มไปพลาง แล้วพักกายผ่อนใจกันให้สบายๆ  บ้านอาจ้อเปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.  ที่ถนนเทพกระษัตรี ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง  จังหวัด ภูเก็ต โทร.: 08-2459-8889
 fb : 
Baan Ar-Jor Museum Homestay บ้านอาจ้อ

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, October 13, 2020 - 17:35


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, January 26, 2021 - 10:32

ยอดเขาหินปูนในเวิ้งทะเลสาบน้ำจืดเขื่อนรัชชประภา


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Monday, January 25, 2021 - 19:25

ชีวิตสบายสบายในนครพนม


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Monday, January 25, 2021 - 05:04

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม


LEAVE A COMMENT