POSTED BY TRAVELBARADMIN | Monday, March 22, 2021 - 21:02
สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือตามที่เรียกกันว่าสถานีรถไฟหัวลำโพง ที่มีอายุขัยยาวนานถึง 105 ปี ก็ต้องมาถึงกาลเปลี่ยนแปลง จากที่เคยมีรถไฟจากเหนือ อีสาน ใต้ วิ่งเข้าออกกว่า 200 ขบวน มาถึงสิ้นปี 2564 นี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เมื่อสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟหลักของประเทศไทยแห่งใหม่จะเปิดทำการ
สถานีรถไฟกรุงเทพที่เกิดขึ้นและมีการเดินรถไฟครั้งแรกเมื่อปี 2443 โดยเริ่มต้นที่สายกรุงเทพ-นครราชสีมา ได้ดำเนินกิจการมาถึง 105 ปี แล้ว ต้องสละความสำคัญในฐานะสถานีรถไฟกลางของประเทศไทยให้กับสถานีกลางบางซื่อ วันนี้เราจึงมาทำความรู้จักรถไฟไทยและสถานีกรุงเทพ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกันเลย

สถานีรถไฟกรุงเทพ Photo by Anyone
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เหตุการณ์ทางด้านการเมือง ระหว่างประเทศ อยู่ในยุคล่าอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส กรณีพิพาทระหว่างสยามกับฝรั่งเศสในเหตุการณ์ ร.ศ. 112 หรือในปี พ.ศ. 2436 ที่ทำให้สยามเสียดินแดนให้แก่ชาติตะวันตก พระองค์พร้อมคณะได้เสด็จพระราชดำเนินประทับเรือพระที่นั่งมหาจักรีออกจากท่าราชวรดิษฐ์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2440 การเสด็จประพาสแบบส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นการแสดงให้บรรดาประเทศมหาอำนาจในยุโรปเห็นว่าสยามมิได้ล้าหลังและป่าเถื่อน
เหตุการณ์ครั้งสำคัญในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งนี้คือการได้เข้าเฝ้าฯ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 พร้อมกับฉายพระรูปเพื่อส่งไปตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับในยุโรป ทั้งยังเป็นการตอบแทนที่พระเจ้าซาร์เมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสยามเมื่อ พ.ศ. 2433 อีกด้วย

รถจักรไอน้ำจากญี่ปุ่น Photo by ultrapok
พระองค์ท่านทรงตระหนักถึงความสำคัญของการคมนาคมโดยเส้นทางรถไฟ เพราะการใช้แต่ทางเกวียนและแม่น้ำลำคลองเป็นพื้นนั้น ไม่เพียงพอแก่การบำรุงรักษาพระราชอาณาเขต ราษฎรที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงมีจิตใจโน้มเอียงไปทางประเทศใกล้เคียง สมควรที่จะสร้างทางรถไฟขึ้นในประเทศเพื่อติดต่อกับมณฑลชายแดนก่อนอื่น ทั้งนี้ เพื่อสะดวกแก่การปกครอง ตรวจตราป้องกันการรุกราน ทั้งยังเป็นการเปิดภูมิประเทศให้ประชาชนพลเมืองเข้าบุกเบิกพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ และจะเป็นเส้นทางขนส่งผู้โดยสารและสินค้าไปมาถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น
มีการสำรวจเส้นทาง เพื่อสร้างทางรถไฟมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2430 แล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เซอร์แอนดรู คลาก และบริษัทปันชาร์ด แมกทักการ์ด โลเธอร์ ดำเนินการสำรวจเพื่อ
โดยทำการสำรวจให้แล้วเสร็จเป็นตอน ๆ รวม 8 ตอน ในราคาค่าจ้างโดยเฉลี่ยไม่เกินไมล์ละ 100 ปอนด์ ทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2430

เสียงระฆังที่ให้สัญญาณปล่อยรถไฟออกจากสถานีที่ใช้ตั้งแต่เริ่มแรกก็ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน Photo by sarapongwongpan
เมื่อได้สำรวจแนวทางต่าง ๆ แล้ว จุดแรกที่จะสร้างทางรถไฟ คือกรุงเทพ- นครราชสีมา ดังนั้น ในเดือนตุลาคม 2433 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งกรมรถไฟขึ้น สังกัดอยู่ในกระทรวงโยธาธิการ มี พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัติวงศ์ ทรงเป็นเสนาบดี และนาย เค. เบ็ทเก ชาวเยอรมัน เป็นเจ้ากรมรถไฟ จากนั้นได้เปิดประมูลสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพ - นครราชสีมา เป็นสายแรก
ปรากฏว่า มิสเตอร์ จี มูเร แคมป์เบล แห่งอังกฤษ เป็นผู้ประมูลได้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้กระทรวงโยธาธิการว่าจ้าง มิสเตอร์ จี. มูเร แคมป์เบลล์ สร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ถึงนครราชสี เป็นสายแรก และได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีกระทำพระฤกษ์ เริ่มการสร้างทางรถไฟ ณ บริเวณย่านสถานีกรุงเทพ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2434
ในปี พ.ศ.2439 การก่อสร้างทางรถไฟสาย กรุงเทพฯ - นครราชสีมา สำเร็จบางส่วนพอที่จะเปิดการเดินรถได้ ดังนั้น ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟระหว่าง สถานีกรุงเทพ - อยุธยา ระยะทาง 71 กิโลเมตร และเปิดให้ประชาชนเดินทางไปมาระหว่าง กรุงเทพ - อยุธยา ได้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2439 เป็นต้นไป ในระยะแรกเดินขบวนรถขึ้นล่องวันละ 4 ขบวน มีสถานีรวม 9 สถานี คือ สถานีกรุงเทพ บางซื่อ หลักสี่ หลักหก คลองรังสิต เชียงราก เชียงรากน้อย บางปะอิน และกรุงเก่า
ต่อจากนั้นก็ได้เปิดการเดินรถต่อไปอีกเป็นระยะ ๆ จากอยุธยา ถึง แก่งคอย มวกเหล็ก ปากช่อง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2443 การสร้างทางรถไฟสายนครราชสีมาได้เสร็จเรียบร้อย และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการเดินรถสายนี้ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2443 รวมระยะทางจาก กรุงเทพ - นครราชสีมา ทั้งสิ้น 265 กิโลเมตร สิ้นเงินในการก่อสร้าง17,585,000 บาท

สถานีกรุงเทพ ยามค่ำคืน Photo by on_france
สถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) ในปี 2453 เริ่มมีการก่อสร้างสถานีรถไฟกรุงเทพ หรือสถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นสถานีรถไฟหลักและยังเป็นเก่าแก่ที่สุดของไทย ในพื้นที่ 120 ไร่เศษ ที่แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2459 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
สถานีรถไฟกรุงเทพ ก่อสร้างเป็นรูปโดมแบบอิตาเลียนผสมผสานกับศิลปะยุคเรอเนสซอง มีลักษณะคล้ายกับรถไฟเมืองแฟรงค์เฟิร์ตในประเทศเยอรมัน วัสดุในการก่อสร้างก็ส่งมาจากประเทศเยอรมัน ลวดลายต่าง ๆ ที่ประดับไว้เป็นศิลปะที่มีความวิจิตรสวยงามมาก บันไดและเสาอาคารบริเวณทางขึ้นที่ทำการกองโดยสารเป็นหินอ่อน เพดานทำด้วยไม้สักสลักลายนูน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมยุโรปที่เฟื่องฟูในสมัยนั้น
(สถานีรถไฟ Frankfurt เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2431 เสร็จสมบูรณ์ในปี พ. ศ. 2458จะเห็นได้ว่ามีการก่อสร้างก่อน และอยู่ในยุคสมัยที่คาบเกี่ยวกัน เป็นสถานีที่มีขนาดใหญ่มากของยุโรป 24 ชานชาลาที่มี 26 รางในหนึ่งระดับอาจทำให้เป็นโถงรถไฟระดับเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี พ. ศ. 2467 มีการเพิ่มห้องโถงศิลปะนีโอคลาสสิกสองห้องเชื่อมต่อกับห้องโถงใหญ่)
ส่วนสถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นสถานีของรถไฟสายหัวลำโพง-ปากน้ำ ตั้งอยู่คนละฟากถนนกับสถานีรถไฟกรุงเทพ แต่ชาวบ้านก็เรียกสถานีกรุงเทพว่าหัวลำโพงเช่นกัน ปัจจุบันสถานีหัวลำโพงได้รื้อไปแล้วพร้อมรางรถไฟ ทั้งได้ถมทางรถไฟ สถานี และคลองหัวลำโพง กลายเป็นถนนพระราม 4 ในปัจจุบัน

วัสดุก่อสร้างส่งตรงมาจากประเทศเยอรมัน นาฬิกาเก่าที่ใช้มาตลอด Photo by seanseyeview
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ กระจกสีที่ช่องระบายอากาศ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ติดตั้งไว้อย่างผสมผสานกลมกลืนที่เพื่อความสดใสให้กับอาคาร และนาฬิกาบอกเวลาที่มีอายุเก่าแก่ ติดตั้งไว้ที่กึ่งกลางยอดโดมสถานี มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 160 เซนติเมตร เป็นเครื่องบอกเวลาแก่ผู้สัญจรไปมาและผู้ใช้บริการจนถึงปัจจุบัน
โรงแรมราชธานี พื้นที่ของสถานีกรุงเทพส่วนหนึ่งได้สร้างเป็นโรงแรมราชธานี เมื่อปี 2470 มีจำนวน 10 ห้องพัก ทันสมัยมาก (ในขณะนั้น) ด้านหน้าห้องมีระเบียงโดยเฉพาะ ทั้งเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย จุดประสงค์เพื่อการพักผ่อนระหว่างต่อรถไฟ เนื่องจากสมัยนั้นรถไฟตู้นอนยังไม่มีให้บริการ จึงมีโรงแรมรถไฟอยู่ตามเมืองใหญ่ต่าง ๆ เช่น โรงแรมรถไฟหาดใหญ่ โรงแรมรถไฟหัวหิน โรงแรมรถไฟเชียงใหม่ เป็น ภายหลังโรงแรมราชธานีได้ยุติกิจการลงในปี 2512 ร่องรอยที่ยังคงเหลือความสวยงามให้เห็นอยู่คือโถงบันไดกลางหน้าห้องน้ำ ซึ่งในอดีตเคยเป็น Lobby โรงแรม สิ่งที่ยังคงอยู่คือเสาหินอ่อนสลักหัวเสาเป็นตัวอักษร RSR (กรมรถไฟหลวง) และฝ้าเพดานไม้ ส่วนห้องพักและระเบียงทางเดินได้ปรับเปลี่ยนเป็นที่ทำการของการรถไฟฯ
(หลังจากโรงแรมรถไฟหาดใหญ่ปิดกิจการไป 20 ปี จึงเปิดประมูลให้เอกชนเข้าไปเปิดโรงแรมขึ้นใหม่ ปัจจุบันจึงคงมีโรงแรมรถไฟในสถานีรถไฟเหลือเพียงแห่งเดียวที่หาดเท่านั้น)

สถานีกรุงเทพ จุดนัดพบระหว่างสังคมกรุงและและชนบท Photo by Finn stock
สถานีรถไฟกรุงเทพได้รับการปรับปรุงแบบพลิกโฉม ในปี 2541 เพื่อตอบรับกับปีส่งเสริมการท่องเที่ยวอะเมซิ่งไทยแลนด์ และรองรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในระหว่างวันที่ 6 – 20 ธันวาคม 2541
โดยปรับปรุงพื้นที่สองข้างในอาคารห้องโถงให้เป็นร้านขายอาหารและร้านค้าทั้งชั้นพื้นและชั้นลอย ส่วนกลางโถงเป็นที่นั่งคอยของผู้โดยสาร เป็นการเพิ่มบริการให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย และสามารถเลือกซื้ออาหาร ตลอดจนของใช้จำเป็นอื่น ๆ ได้ตามความต้องการโดยมีร้านค้าหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่ให้บริการด้านการท่องเที่ยว บริษัทรับจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา ตู้ เอทีเอ็ม เป็นต้น ทางด้านข้างของอาคารสถานีด้านทิศตะวันตกด้านติดกับคลองผดุงกรุงเกษม ก่อสร้างอาคารเปิดโล่งใหม่ ในรูปแบบโค้งครอบคลุมพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร สำหรับรองรับผู้โดยสารขาเข้าและขาออกให้ได้รับความสะดวกมากขึ้น
สถานีกรุงเทพได้เปิดให้บริการมาเป็นเวลา 105 ปี จัดเป็นศูนย์กลางการขนส่งผู้โดยสารทางรถไฟ ถ้าไม่รวมถึงช่วงสถานการณ์โควิด แต่ละวันจะมีขบวนรถเข้า-ออก ประมาณ 200 ขบวน และมีผู้โดยสารเดินทางเข้านับหมื่นคน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์สำคัญๆ เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ จะมีผู้คนใช้บริการนับแสนคน เรียกว่าเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญยิ่ง นอกจากในเรื่องการคมนาคมแล้ว ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปกรรมอีกด้วย

ทางรถไฟที่เข้ามากลางเมืองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาจราจร Photo by prapass
กระทรวงคมนาคมได้ตั้งเป้าหมายในการย้ายศูนย์การเดินรถไฟ ให้ไปอยู่ที่สถานีกลางบางซื่อในเดือนพฤศจิกายน 2564 หลังจากนั้นจะให้มีการปรับเปลี่ยนสถานีกรุงเทพครั้งใหญ่ และให้เพียงรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวและระยะสั้นเท่านั้นเข้าจอดที่สถานีกรุงเทพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในเรื่องการจราจรในกรุงเทพฯ จะได้มีความคล่องตัวมากขึ้น ทั้งยังมีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน เปิดให้บริการเป็นวงแหวน มีสถานีจอดที่เชื่อมต่อกับสถานีกรุงเทพ ซึ่ง MRT สายสีน้ำเงินมีเส้นทางผ่านศูนย์กลางเมืองแห่งใหม่ที่เจริญทางด้านเศรษฐกิจบริเวณสีลม สาทร สุขุมวิท กับย่านหัวลำโพง เปรียบเสมือนประตูเมืองเก่าที่จะเข้าไปสู่พื้นที่วัฒนธรรมเก่าแก่ เช่น ย่านเยาวราช พระราชวัง และเกาะรัตนโกสินทร์ ด้วย
อนาคตของสถานีกรุงเทพ ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเคยทำแผนเอาไว้ คือ จะปรับพื้นที่ภายในและโดยรอบเป็นเชิงพาณิชย์ เปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนเป็นเวลา 30 ปี มีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ในพื้นที่ 121 ไร่ ให้เป็นทั้งย่านเศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัย สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ และจุดเชื่อมต่อการเดินรถไฟฟ้า ใช้เวลาพัฒนา 20 ปี
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Monday, March 22, 2021 - 21:02
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT