เยือนอยุธยาเมืองราชธานี

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Wednesday, November 25, 2020 - 14:41

พระนครศรีอยุธยา อำเภอในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เคยเป็นราชธานีศูนย์กลางการปกครองในสมัยอาณาจักรอยุธยา เป็นเวลายาวนานถึง 417 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 1893 ถึงปี พ.ศ. 2310 ในปี พ.ศ. 2519 กรมศิลปากรได้ประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานพระนครศรีอยุธยา 1,810 ไร่ และในปี พ.ศ. 2540 ได้มีการประกาศเพิ่มเติมครอบคลุมเกาะเมืองอยุธยาและพื้นที่รอบนอกเกาะเมืองทุกด้านประมาณ 3,000 ไร่ แม้อาคารสถานที่ในปัจจุบันได้ปรักหักพังตามกลาเวลา และการทำลายจากต่างกรรมต่างวาระกันนับแต่มิได้คงเป็นเมืองหลวง ซึ่งต่อมาได้มีการบูรณะทำนุบำรุงให้เป็นรูปแบบอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ระเบียงคตรอบพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์ Photo by Dithichaya

วัดพุทไธศวรรย์ ตามประวัติศาสตร์กล่าวกันว่าวัดพุทไธศวรรย์เป็นวัดที่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในบริเวณที่เคยเป็นสถานที่ตั้งพลับพลาที่ประทับ เมื่อครั้งที่ทรงอพยพมาในช่วงก่อนที่จะมีการสถาปนากรุงศรีอยุธยา หลังจากที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ 3 ปี แล้ว ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 1896  ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้เพื่อเป็นพระราชอนุสรณ์ รวมอายุแล้วจนถึงปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2563) ก็ 667 ปี วัดพุทไธศวรรย์เป็นอารามหลวง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านทิศตะวันตก  ที่ตำบลสำเภาล่ม(แต่เดิมมีชื่อปรากฏว่า ตำบลเวียงเหล็ก) สถาปัตยกรรมสำคัญในวัด ได้แก่  พระปรางค์ประธาน องค์ใหญ่ศิลปะแบบขอม ตั้งอยู่กึ่งกลางอาณาเขตพุทธาวาสบนฐานไพที  ซึ่งมีลักษณะย่อเหลี่ยมมีบันไดขึ้น 2 ทาง คือ ทางทิศตะวันออก และทางทิศตะวันตก ส่วนทิศเหนือทิศใต้มีมณฑปสองหลังภายในพระมณฑปมีพระประธาน พระตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ประจำอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของปรางค์ หมู่พระเจดีย์สิบสององค์, วิหารพระนอน และตำหนักท้าวจตุคามรามเทพ

กุ้งแม่น้ำเผาเมนูเด็ดของอยุธยา Photo by Pushish Images

กุ้งแม่น้ำเผา เมนูเด็ดของพระนครศรีอยุธยา จึงเป็นที่นิยมเดินทางไปลิ้มลองกันถึงที่เลยทีเดียว รสชาติของกุ้งแม่น้ำเผาเนื้อจะแน่นเด้ง ประกอบกับความเชี่ยวชาญของพ่อครัว แม่ครัว ที่เผากำลังพอดี จิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด แล้วเอามันที่เยิ้มเป็นครีมคลุกข้าวเคล้าน้ำจิ้มเล็กน้อย เรียกว่าเป็นจานหยุดโลกได้เลยทีเดียว ขนาดกำลังพอดีนั้นควรจะเป็นกุ้งขนาด 7-8 ขีด หรือถึง 1 กิโลกรัม จึงจะเนื้อแน่น มีมันมาก ขนาดตัวหนึ่ง 800 บาท เผาแล้วผ่าเปิดเป็น 2 ซีก สำหรับ 2 คน เป็นที่นิยมรับประทาน ร้านแนะนำที่เปิดขายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 24 99 ร้านชายน้ำ ถนนอู่ทอง ใกล้ตลาดหัวรอ นอกจากกุ้งเผายังมีกับข้าวตามสั่งที่อร่อยเด็ดอีกหลายอย่าง โทรศัพท์081 696 2439

วิหารพระมงคลบพิตร Photo by Dithichaya

วิหารพระมงคลบพิตร อยู่ทางทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์  เป็นวิหารเก่าแก่ในเขตกำแพงเมืองที่ได้รับการบูรณะอย่างดี ภายในวิหารมีพระมงคลบพิตร เป็นพระพุทธรูปใหญ่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์องค์เดียวในประเทศไทย ลงรักปิดทองมีแกนเป็นอิฐ ส่วนผิวนอกบุด้วยสำริด ทำเป็นท่อนๆ มาเชื่อมกัน สูง 12.54 เมตร หน้าตักกว้าง 4 วาเศษ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระไชยราชา ราว พ.ศ. 2081 เดิมประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ต่อมาในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ มีการสร้างพระวิหารครอบในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ  พระมงคลบพิตรได้ถูกทำลายเสียหายตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง แต่ได้รับการบูรณะใหม่ทั้งหมด ด้วยการหุ้มด้วยทองสำริดอย่างปัจจุบัน

พระเจดีย์ 3 องค์ในวัดพระศรีสรรเพชญ์  Photo by Dithichaya

วัดพระศรีสรรเพชญ์ หรือ วัดพระศรีสรรเพชญ เป็นอดีตวัดหลวงประจำพระราชวังโบราณ อยุธยา  อยู่ทางทิศเหนือของวิหารพระมงคลบพิตรในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2035 โดยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีจุดที่น่าสนใจที่สำคัญคือเจดีย์ทรงลังกา จำนวนสามองค์ที่วางตัวเรียงยาวตลอดทิศตะวันออกและทิศตะวันตก สร้างขึ้นเป็นองค์แรกทางฝั่งตะวันออก เมื่อปี พ.ศ. 2035 โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พระราชบิดา) ต่อมาในปี พ.ศ. 2042 ก็ทรงให้สร้างเจดีย์องค์ต่อมา (องค์กลาง) ของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 (พระเชษฐาต่างพระมารดา) และในรัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 ก็ทรงสร้างเจดีย์อีกองค์ในฝั่งทิศตะวันตกให้ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระปิตุลา(หรือพระเจ้าอาของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (พระหน่อพุทธางกูร)) รวมเป็นเจดีย์สามองค์ วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดประจำวังที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ต้นแบบของ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ในเวลาต่อมา

บริเวณวัดพระศรีสรรเพชญ์ Photo by Dithichaya

เมื่อ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1893 พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ สร้างพระที่นั่ง 3 องค์ ได้แก่ พระที่นั่งไพฑูรย์มหาปราสาท พระที่นั่งไพชยนต์มหาปราสาท และ พระที่นั่งไอศวรรย์มหาปราสาท ในเขตวัดพระศรีสรรเพชญ์ในปัจจุบัน และ ยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งมังคลาภิเษกมหาปราสาทและพระที่นั่งตรีมุขด้วย พระราชวังระยะแรกนี้ เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ 7 พระองค์ เป็นเวลา 98 ปี พระที่นั่งอีกองค์หนึ่งซึ่งสร้างในเขตนี้ แต่ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าสร้างในรัชสมัยใด ก็คือ พระที่นั่งมังคลาภิเษก หรือพระที่นั่งวิหารสมเด็จพระมหาปราสาท 3 องค์นี้ เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ 16 พระองค์ เป็นเวลา 182 ปี

ตำแหน่งที่ตั้งพระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์ Photo by Dithichaya

ในสมัยของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงขยายให้วังหลวงกว้างขวางมากขึ้นกว่าเดิม โดยให้เขตพระราชวังไปเชื่อมติดกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ แล้วก็โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระมหาปราสาทเพิ่มอีก 2 องค์ คือพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์ และ พระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์ ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงสร้างพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ขึ้นเป็นที่ประทับอีกองค์หนึ่ง ดังนั้นวังหลวงสมัยอยุธยาตอนปลายมี พระมหาปราสาทรวมทั้งสิ้น 6 องค์ เป็นที่ประทับของ พระมหากษัตริย์ 10 พระองค์ เป็นเวลา 137 ปี จนเสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2310

วัดไชยวัฒนาราม Photo by chai photographer

วัดไชยวัฒนาราม หรือ วัดชัยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำทางตะวันตกนอกเกาะเมือง สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173 โดยเดิมบริเวณที่ตั้งของวัดแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของพระราชมารดาที่ได้สิ้นพระชนม์ไปก่อนที่พระเจ้าปราสาททองได้เป็นกษัตริย์  พระองค์จึงได้สร้างวัดไชยวัฒนารามขึ้นเพื่ออุทิศผลบุญนี้ให้กับพระราชมารดา  และอีกประการหนึ่งวัดนี้อาจถูกสร้างขึ้นให้มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่งมาจากปราสาทนครวัด ประเทศเขมร

ระเบียงคตบนฐานพระปรางค์ วัดไชยวัฒนาราม Photo by Dithichaya

วัดไชยวัฒนาราม มีปรางค์ประธานและปรางค์มุมอยู่บนฐานเดียวกัน พระปรางค์ประธานนำรูปแบบของพระปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้นมาก่อสร้าง  แต่ปรางค์ประธานที่วัดไชยวัฒนารามทำมุขทิศยื่นออกมามากกว่า บนยอดองค์พระปรางค์ใหญ่อาจเคยประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็ก สื่อถึงพระเจดีย์จุฬามณีบนยอดเขาพระสุเมรุ รอบพระปรางค์ใหญ่ล้อมรอบไปด้วยระเบียงคตที่เดิมนั้นมีหลังคา ภายในระเบียงคตประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เคยลงรักปิดทองจำนวน 120 องค์ เป็นเสมือนกำแพงเขตศักดิ์สิทธิ์ ตามแนวระเบียงคตตรงทิศทั้งแปดสร้างเมรุทิศ และ เมรุมุม (เจดีย์รอบ ๆ พระปรางค์ใหญ่) ภายในเมรุทุกองค์ประดิษฐานพระพุทธรูป ภายในซุ้มเรือนแก้วล้วนลงรักปิดทอง ฝาเพดานทำด้วยไม้ประดับลวดลายลงรักปิดทอง

อยุธยา ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่มีระยะเวลาดำเนินมายาวนานถึง  412 ปี  และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครนัก ขับรถราว 1 ชั่วโมง ก็ถึงแล้ว นอกจากได้เที่ยวชมโบราณสถาน วัดวาอาราม  โบราณวัตถุแล้ว ในอยุธยายังมีร้านอาหารอร่อยให้เลือกชิมมากมาย ทั้งมีสถานที่แบบโมเดิร์นให้เลือกนั่งสบายๆ คลายอารมณ์ อีกหลายแห่ง หากอยากเที่ยวแบบได้ซาบซึ้งแห่งคุณค่าประวัติศาสตร์ ได้ชมศิลปะ-สถาปัตยกรรมไทยโบราณ ทำชีวิตให้ช้าลงอย่างมีความสุข   อยุธยาคือจุดหมายปลายทางที่เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

 

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, November 25, 2020 - 14:41


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, January 26, 2021 - 10:32

ยอดเขาหินปูนในเวิ้งทะเลสาบน้ำจืดเขื่อนรัชชประภา


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Monday, January 25, 2021 - 19:25

ชีวิตสบายสบายในนครพนม


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Monday, January 25, 2021 - 05:04

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม


LEAVE A COMMENT