สู่ยุครุ่งเรืองอารยธรรมริมแม่น้ำไนล์ ประเทศอียิปต์

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Saturday, July 20, 2019 - 11:28

อียิปต์เป็นประเทศในฝันของใครหลายคนที่สักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องหาโอกาสมาเยือน  ด้วยมนต์ขลังของอารยธรรมโบราณ ฟาโรห์  พีระมิด  ความลึกลับของการทำมัมมี่ที่ชวนสะพรึง เมื่อได้เข้าไปสัมผัส การเดินทางบนทะเลทรายอันกว้างใหญ่ที่นำมาสู่การท่องเที่ยว ที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อมาชมความน่าอัศจรรย์ของสถานที่ยอดนิยมทั้ง 10 แห่ง ของเมืองโบราณแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์

Giza, Egypt, Photo by  Pradeep Gopal on Unsplash

พีระมิคแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณ มหาพีระมิดที่สร้างขึ้นมาก่อนคริสตกาลในสมัยของฟาโรห์คูฟู แห่งราชวงศ์ที่ 4  ประมาณ 4,600 ปี เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาพระศพไว้เพื่อรอการกลับคืนชีพตามความเชื่อ พีระมิดมีอยู่ด้วยกัน 3 พีระมิดด้วยกัน  ได้แก่  พีระมิดแห่งกีซา พีระมิดที่ใหญ่ที่สุด มีความสูงถึง 481.4 ฟุต  ประมาณตึก 40 ชั้น  แต่ด้วยกาลเวลาธรรมชาติและสภาพแวดล้อมทำให้เหลือขนาดเพียง 450 ฟุต  พีระมิดเฟร  ที่ตั้งขึ้นตรงกลางซึ่งพอมองเผินๆ จะใหญ่กว่าพีระมิดอื่นๆ แต่ความจริงนั้นมีความสูงและฐานที่แคบกว่าพีระมิดคูฟุ  มีจุดเด่นก็คือมีชั้นหินปูนขัดมันอยู่ที่ส่วนยอด  ในขณะที่อีกสองพีระมิดไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว  และอีกหนึ่งพีระมิดที่มีขนาดเล็กและอายุน้อยที่สุดก็คือพีระมิดเมนคูเร  เป็นสถานที่เก็บพระศพของราชวงศ์กษัตริย์เพื่อรอการคืนชีพ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของมัมมี่นั่นเอง  และถ้ามีพีระมิดสิ่งที่คู่กันก็ต้องเป็นสฟิงซ์ หรือ The Great Sphinx of Giza  ตามตำนานสฟิงซ์คือสิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายเป็นสิงโตศรีษะเป็นมนุษย์ เป็นผู้พิทักษ์วิญญาณ แต่ที่นี่สฟิงซ์สร้างขึ้นมาเพื่อเฝ้าดูแลสมบัติและคอยขจัดพวกวิญญาณร้ายไม่ให้มาวุ่นวายกับพระศพ และขอแนะนำให้มาเที่ยวในช่วงเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์  ในช่วงฤดูหนาวของอียิปต์ ซึ่งจะมีการแสดงแสงสีเสียงประดับประดาด้วยไฟตระการตา

มหาวิหารคาร์นัค  , Photo by Ali Hegazy on Unsplash

มหาวิหารคาร์นัค (Great  Temple  Of Karnak)    ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลักซอร์ประมาณ  3 กิโลเมตร  สร้างขึ้นมาในสมัยฟาโรห์เซซอลตริสที่ 1 เพื่อถวายเทพเจ้าอะมอนราหชาวหรือสุริยเทพ  และยังเป็นสถานที่จัดพิธีกรรมของชาวอียิปต์  เป็นวิหารกลางแจ้งมีกำแพงสูงขนาดใหญ่กว่า 1,000 ฟุต มีการแกะสลักสฟิงห์หมอบตลอดข้างทางเดิน  มี 3 วิหารศักดิ์สิทธ์ โดยวิหารเทพอะมอนราตั้งอยู่ตรงกลาง  มีวิหารเทพมอนดูตั้งอยู่ทางทิศเหนือ  และสุดท้ายวิหารเทวีมัต  สิ่งที่น่าอัศจรรย์ของที่นี่ก็ต้องยกให้ต้นเสายักษ์ที่อยู่ในห้อง Great Hypostyle Hall  ที่สูงถึง 70 ฟุต ใช้คนถึง 12 คนโอบ ซึ่งมีต้นเสาด้วยกันทั้งหมดถึง 134 ต้น

หุบเขากษัตริย์ , Photo by: https://www.youtube.com/watch?v=LHl8921Qlzg              

หุบเขากษัตริย์ (Valley Of The Kings)  สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของเมืองลักซอร์  เป็นที่รู้จักด้วยการค้นพบสุสานของฟาโรห์ตุตันคาเมน หรือที่รู้จักกันดีในเรื่องของคำสาปฟาโรห์ และยังได้รับการให้เป็นมรดกโลกในปี 1979  อีกด้วย ซึ่งพระศพที่ถูกขุดพบนั้นมีด้วยกันถึง 63 พระศพ และภายในก็ยังมีห้องที่ซับซ้อนถึง 120 ห้อง แต่ละห้องดูสวยงามด้วยการตกแต่งด้วยภาพเขียนฝาผนัง  และเป็นที่ตื่นเต้นอีกอย่างของชาวโลกก็คือ พระศพที่เจอมีพระศพหินที่ถูกประดับด้วยทอง 3 ชั้น และเมื่อเปิดออกมาก็เจอกับพระศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน และยังมีหน้ากากทองคำที่จำลองพระพักตร์ปิดทับเอาไว้เมื่อเปิดพระพักตร์จำลองออกก็พบว่ามีพระพักตร์ของพระศพมีสภาพที่สมบูรณ์เป็นอย่างมาก  และที่ว่าเป็นคำสาปของฟาโรห์ก็เพราะว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดสุสานเสียชีวิตไป  22 คน โดยไม่ทราบสาเหตุ  ได้ยินเรื่องราวแบบนี้แล้วการเข้าไปเที่ยวก็เพียงแค่สัมผัสด้วยตาและใจก็เพียงพอแล้ว

วิหารลักซอร์ , Photo by: https://www.youtube.com/watch?v=l2t6ful9mmw

วิหารลักซอร์ (Luxor  Temple)  สร้างขึ้นโดยฟาโรห์โนฟิสที่  3 เพื่อเป็นที่พักผ่อนของเทพอะมอน หรือสุริยะเทพและเทวีมัต อายุเก่าแก่ประมาณ 3,400 ปี แล้ว  ตัววิหารได้รับการบูรณะในหลายยุคหลายสมัย หน้าวิหารมีเสาโอเบลิกส์ตั้งโดดเด่นอยู่ 1 ต้น  เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง เข็มแข็ง มั่นคง ความสว่างและความรุ่งโรจน์ ซึ่งปกติจะมีเสาอีกต้นที่เป็นคู่กันแต่ตอนนี้ถูกนำไปไว้ที่ประเทศอิตาลี  เพื่อเป็นของขวัญให้แก่กษัตริย์ในสมัยของโมฮาเหม็ด อาลีดาชา

และเมื่อมาถึงเมืองลักซอร์ก็ต้องไม่พลาดที่จะต้องซื้อของฝาก  สินค้ายอดนิยมของที่นี่ก็คืออินทผลัม  ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และยังมีประเภทตุ๊กตาเซรามิค ตุ๊กตาอูฐ ผ้าพันคอ และน้ำหอม ที่เป็นของฝากที่นักท่องเที่ยวมักซื้อติดมือกลับไปด้วย

อาบูชิมเบล , ภาพถ่ายโดย AussieActiveบนUnsplash

อาบูชิมเบล (Abu Sim Bel)  วิหารคู่ที่สร้างขึ้นจากอิฐขนาดมหึมา  2 ก้อน  ผ่านการแกะสลักอย่างประณีต สร้างขึ้นโดยฟาโรห์รามเลสเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานของพระองค์ และองค์ราชินีเนเฟอร์ตารี ความยิ่งใหญ่ของที่นี่อยู่ทีรูปแกะสลักพระพักต์ของฟาโรห์รามเลสที่ 2 นังบนบัลลังก์เรียงกัน 4 องค์ หันหน้าไปทางแม่น้ำเพื่อแสดงพลังอำนาจ ที่ดูแลปกป้องเรือใบที่แล่นอยู่ในแม่น้ำไนล์  และยังมีรูปปั้นของพระองค์ขนาดสูง 20 เมตร ไว้ข่มขู่พวกนูเบียไม่ให้กระด้างกระเดื่อง  ภายในวิหารมีเสาหินทรงแปดเหลี่ยม ทุกเสามีการแกะสลักรูปของรามเลสที่ 2 ทรงชุดเบบเทพซึ่งส่วนใหญ่จะเล่าถึงชัยชนะของพระองค์ และยังมีห้องบูชาเทพรา-ฮอรัคกี ฟาโรห์รามเลสที่ 2 ในฐานะองค์สมมุติเทพ เทพอามน และเทพพทาห์ ที่ดูแล้วมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก

เมืองอเล็กซานเดรีย , Photo by: https://www.planetware.com/tourist-attractions-/alexandria-egy-alex-alex.htm

อเล็กซานเดรีย (Alexandria)  เมืองท่าขนาดใหญ่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.331 โดย Alexander the Great เป็นเมืองสำคัญอันดับสองรองจากกรุงไคโร  เมืองนี้จะได้รับอิทธิพลของทางกรีก โรมัน ตุรกี  จึงทำให้ได้เห็นศิลปะของประเทศดังกล่าวมากเป็นพิเศษ  มาที่นี่ที่พลาดไม่ได้ก็ต้องห้องสมุดอเล็กซานเดรียที่มีทั้งนั่งกว่า 20,000 ที่นั่ง จำนวนหนังสือประมาณ 8 ล้านเล่ม วารสารอีก 4,000 ฉบับ ภายในอาคารก็มีท้องฟ้าจำลอง ในส่วนของหลังคาก็เป็นแบบเปิดได้เพื่อรับแสงธรรมชาติ ซึ่งก็สมกับการเป็นห้องสมุดประจำเมือง และที่เมืองนี้ก็มีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองอเล็กซานเดรีย  ที่ตั้งอยู่ในพระราชวังเก่า Al Saad Bassili  Pasha  ได้รับการออกแบบให้เป็นคฤหาสน์สไตล์อิตาเลียนสีขาวสวยงาม  ภายในมีโบราณวัตถุประมาณ 18,000 ชิ้น  ที่เล่าถึงประวัติศาสตร์ของเมืองอเล็กซานเดรียทุกยุคทุกสมัย สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ก็มีป้อมปราการเคตเบย์  โรงละครโรมัน สุสานมอสคาเฟ คาเมล พระราชวังมอนตาซา และยังเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญอีกด้วย

หน้ากากฟาโรห์ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอียิปต์ , Photo by: https://www.youtube.com/watch?v=9NTnSCiu1HQ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอียิปต์  (Egyptian  Museum)  พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่สุดตั้งอยู่ที่กรุงไคโร  ภายในมีวัตถุโบราณไม่ต่ำกว่า 200 ชิ้น  และยังมีเรื่องราวจากสุสานมัมมี่ของราชวงศ์ทั้งหมดเป็นการเก็บรักษามัมมี่ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์  ไม่เน่า ไม่เปื่อย แม้จะผ่านกาลเวลามาอย่าเนินนานก็ตาม  ของโบราณที่น่าสนใจก็คือหน้ากากที่มีอายุยาวนานถึง 300 ปี  ตัวหน้ากากถูกเลาะออกจากพระพักตร์ของฟาโรห์มีน้ำหนักถึง 14 กิโลกรัม โลงศพทองคำแท้น้ำหนัก 110  กิโลกรัม หน้ากากพระเศียรของพระนางเนเฟอร์ติติ ห้องมัมมี่ที่รวมพระกษัตริย์ 11 พระองค์  และยังมีการจัดแสดงเครื่องประดับ กำไลทอง ที่ค้นพบจากพระศพของฟาโรห์ Tutankhamen ต้องขอบอกว่าพิพิธแห่งชาตินี้ได้ยืนยันถึงความร่ำรวยของอียิปต์ในยุคโบราณได้เป็นอย่างดี

โอเอซีส ซีวาhttp://egylieretravel.com/edutainment/package/siwa-oasis-marsa-matrouh/

โอเอซีส ซีวา (Siwa Oasis) ที่ตั้งอยู่ในแทบทะเลทรายลืเบีย  ความมหัศจรรย์ของที่นี่ก็คือการตั้งบ้านเรือนที่สร้างด้วยอิฐซึ่งไม่คิดเลยว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้  ซึ่งบ้านเรือนดังกล่าวก็เป็นที่อยู่อาศัยของชาวเบอร์เบอร์ในอดีต นอกจากนี้ยังเป็นเมืองศูนย์กลางของพ่อค้าในทะเลทราย เพราะที่นี้มีแหล่งน้ำพุธรรมชาติ และร่มเงาของต้นปาล์มเป็นที่พักระหว่างการเดินทางได้เป็นอย่างดี

วิหารคอมออมโบhttps://www.planetware.com/wadi-kom-ombo/kom-ombo-temple-of-suchos-and-haroeris-egy-asw-tsh.htm

วิหารคอมออมโบ  (Temple  Of  Kom Ombo)  สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าโซเบ็ก ผู้มีเศียรเป็นจระเข้เป็นเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์หรือเป็นเทพผู้สร้างโลก และเทพพระฮอรัสผู้มีเศียรเป็นเหยี่ยว เป็นเทพเจ้าแห่งความดีและเฉลียวฉลาด  ภายในวิหารก็จะพบกับภาพแกะสลักเครื่องเมืองแพทย์ ที่ทำให้ทราบถึงวิวัฒนาการวงการการแพทย์ในสมัยอดีตของอียิปต์  และยังมีเครื่องวัดระดับน้ำที่เรียกว่า ไนล์ดลมิเตอร์เป็นตัวช่วยประเมินบอกปริมาณผลผลิตในแต่ละปีเพื่อการประเมินภาษี ต้องขอยอมรับว่าคนอียิปต์เป็นผู้เชียวชาญและมีความล้ำสมัยมาตั้งแต่อดีตแล้ว

รูปสลักแห่งเมมนอน  , https://www.memphistours.com/Egypt/Egypt-Wikis/Luxor-Attractions/wiki/Colossi-of-Memnon

รูปสลักแห่งเมมนอน  (Colossi  Of Memnon)  รูปสลักแห่งเมมนอน รูปสลักยักษ์ใหญ่ 2 รูป ที่มีความสูงถึง 20 เมตร ในสมัยก่อนใช้เป็นที่ฝังพระศพของฟาโรห์อเมนโนฟิสที่ 3 แต่ก่อนคริสตกาลประมาณ 27 ปี ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงทำให้ตัววิหารพังทลายลงมา เหลืองเพียงรูปสลักเพียง 2 รูปนี้เท่านั้น  ไม่หลงเหลือซากปรักหักพังอื่นอีกเลย  และตามตำนานก็มีเรื่องเล่าว่าเมื่อนักเดินทางผ่านมาก็จะได้ยินเสียงเพลงจากรูปปั้น 2 รูปนี้ ในยามเช้า แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ตำนานที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้มาจนถึงทุกวันนี้

ความรุ่งเรืองของอียิปต์โบราณที่คงปรากฏเป็นหลักฐานที่พบเห็นได้จนถึงปัจจุบัน นับเป็นความน่ามหัศจรรย์ที่ก่อกำเนิดมาจากการก้าวหน้าทางวิทยาการหลายๆ ด้านบนลุ่มแม่น้ำไนล์แห่งนี้ ที่มีเสน่ห์เย้ายวนให้ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวชมกันอย่างมากมายมาอย่างยาวนานจวบจนปัจจุบันนี้

How to get there :

อียิปต์แอร์ (Egypt Air)

เตอร์กีชแอร์ไลนส์ (Turkish Airlines)

กัลฟ์แอร์ (Gulf Air)

คูเวตแอร์เวย์ (Kuwait Airways)

Where to stay :

- กรุงไคโร Museum House Hostel, Champollion Rd, Ismailia, Qasr an Nile, Cairo Governorate, tel: +20 109 108 8968

- Sheraton Cairo Hotel & Casino, Galae Square, Giza Governorate, อียิปต์•+20 2 33369800

- Hilton Alexandria Corniche, 544 El-Gaish Rd, Sidi Beshr Bahri, Qism El-Montaza, Alexandria Governorate 21611 อียิปต์•+20 3 5490935

The Best time to travel:

เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิดีที่สุด อย่างไรก็ตามเดือนธันวาคมและมกราคมเป็นฤดูท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดเช่นปิรามิดแห่งกิซ่า, โบสถ์แห่งลักซอร์และอาบูซิมเบลอาจมีผู้คนหนาแน่น    

อียิปต์ เจาะลึก 10วัน 7 คืน

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Saturday, July 20, 2019 - 11:28


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 17:54

6 Coffee Houses in Amsterdam


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:44

คอร์ตอร์ ที่ซึ่งอดีตพบกับปัจจุบัน


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:35

ความสุขอวลไอในสายลมที่ซิดนีย์


LEAVE A COMMENT