POSTED BY TRAVELBARADMIN | Friday, September 20, 2019 - 12:51
กรุงเทพมหานครมีเสน่ห์แอบซ่อนอยู่ในทุกๆ มุมให้เลือกเที่ยวชมกันได้อย่างเพลิดเพลิน ขึ้นกับว่านักเดินทางท่องเที่ยวจะชอบแบบไหน การเดินทางแต่ละครั้งย่อมฝากประสบการณ์แสนประทับใจไว้ให้เราจดจำเสมอ สองฟากฝั่งลำน้ำเจ้าพระยาที่เป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศไทยโดยเฉพาะที่ไหลผ่านกรุงเทพมหานคร ก็มีสถานที่มากมายหลายแห่งที่น่าสนใจที่พร้อมจะสร้างความประทับใจแก่ผู้ที่เดินทางมาเยือน

Photo by Jakob Owens on Unsplash
ท่าน้ำสะพานตากสิน
ท่าน้ำสะพาตากสินมีสถานีรถไฟฟ้า BTS สายสีลมหยุดส่งผู้โดยสารทั้งขาไปและขากลับจะมาสวนทางกันบนรางเดียวกัน จึงมีการหยุดเพื่อหลีกทางให้กัน เมื่อออกจากรถไฟฟ้า เป้าหมายก็คือ การเริ่มเดินทางเที่ยวทางเรือไปตามลำน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเดินทางด้วยเรือโดยสารด่วนเจ้าพระยา เลือกใช้บริการได้ตามข้อมูลในเว็บ http://www.chaophrayaexpressboat.com/th/tourist/
โบสถ์อัสสัมชัญ กรุงเทพฯ
การเที่ยว One day Trip ในวันสบายๆ จากท่าน้ำสะพานตากสิน แวะแห่งแรกที่ท่าเรือโอเรียนเต็ล ขึ้นจากเรือแล้วเดินเข้าซอยโรงแรมโอเรียลเต็ล ด้านหลังเป็นทางเข้าอาสนวิหารอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ หรือโบสถ์อัสสัมชัญ โบสถ์คริสต์สวยสง่าภายในโรงเรียนอัสสัมชัญ อายุเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี

อาสนวิหารอัสสัมชัญ Photo by assumption-cathedral.com
อาสนวิหารอัสสัมชัญสร้างโดยบาทหลวงปาสกัลป์เป็นผู้ริเริ่ม ท่านเป็นชาวไทย-โปรตุเกส เสร็จสมบูรณ์ในปี 1821 และในปี 1909 ได้สร้างโบสถ์หลังใหม่ซึ่งเป็นหลังปัจจุบัน โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบ สถาปัตยกรรมนั้นได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมยุดเรเนซองส์ ทั้งผนังและเพดานประดับด้วยจิตกรรมแบบเฟรสโก และประติมากรรม ปูนปั้น แสดงเรื่องราวและความเชื่อทางศาสนา เด่นสะดุดตาด้วยรูปปั้นอันวิจิตรของนักบุญเปโตร หนึ่งในอัครสาวกของพระเยซู และพระสันตะปาปาองค์แรกของพระศาสนจักรคาทอลิก และรูปปั้นของสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์นปอลที่ 2 ซึ่งเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาองค์แรกในประวัตติศาสตร์ที่เสด็จเยือนประเทศไทย การเดินชมภายในอาสนวิหารอัสสัมชัญ จะพบกับความสวยงามและยิ่งใหญ่อลังการวิจิตรตระการตายิ่งนัก
ปากคลองตลาด

ดอกไม้ในปากคลองตลาด, Photo by Dithichaya
ศูนย์รวมเรื่องดอกไม้ครบวงจร หรือตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นคำจำกัดความของ ปากคลองตลาด ในสมัยอยุธยาเป็นย่านชุมชน ที่มีทั้งวัดและป้อมปราการต่างๆ ที่ก่อสร้างขึ้นมาหลายแห่ง รอบๆ ชุมชนมีคูคลองและแม่น้ำหลายสายเข้ามาบรรจบกันจนมีลักษณะเป็นปากคลอง ต่อมาในสมัยธนบุรี เป็นจุดนัดพบของผู้คนที่สัญจรทางน้ำ มีการค้าขาย แลกเปลี่ยนสิ่งของ ในสมัยรัตนโกสินทร์เป็นจุดศูนย์รวมสะพานปลามาพักหนึ่ง และได้กลายมาเป็นตลาดรวมพืชผลทางการเกษตร และตลาดศูนย์รวมดอกไม้ในที่สุด

ดอกไม้ในปากคลองตลาด, Photo by Dithichaya
เรานั่งเรือด่วนมาขึ้นที่ท่าเรือยอดพิมาน ก็ถึงปากคลองตลาด ตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ดั้งเดิมในกรุงเทพ มีดอกไม้หลากหลายชนิด หันไปทางไหนก็มีแต่กลิ่นหอม และสีสันละลานตา ไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบหลากสีหลายขนาดที่เบ่งบานโชว์ความงาม ดอกกล้วยไม้ ดาวเรือง ใบไม้ ไม้ผลแฟนซี่ ฯลฯ ดอกบัวสำหรับบูชาพระ และมีดอกไม้สำหรับการประดิษฐ์งานฝีมือ เช่น นำมาร้อยเป็นพวงมาลัย จัดพานพุ่ม บายศรี เป็นต้น ที่สำคัญขายในราคาขายส่งจึงถูกอย่างน่าอัศจรรย์...
เดินชมดอกไม้อย่างเพลิดเพลิน จนไปสบตากับร้านที่ชื่อว่า Floral Cafe at Napasorn โดดเด่นด้วยสไตล์ไม่เหมือนใคร แอบซ่อนตัวอยู่บนชั้น 2 ของร้านนภสร ซึ่งเป็นตำนานของร้านจัดดอกไม้ที่เปิดมากว่า 20 ปี ชื่นชมความสวยหวานผ่านสายตาแล้ว ได้เวลาลิ้มรสความหวานผ่านรสชาติบ้าง แวะเข้าไปนั่งจิบชา กับกินขนมหวาน ท่ามกลางมวลดอกไม้ในสไตล์วินเทจ ทำให้ได้ผ่อนคลายรู้สึกได้ถึงกลิ่นของความสุขที่แท้จริง
วัดอรุณราชวราราม

วัดอรุณราชวราราม Photo by REY MELVIN CARAAN on Unsplash
จากท่าเรือยอดพิมานแล้วไปต่อกันที่วัดอรุณราชวราราม โดยนั่งเรือด่วนเจ้าพระยามาขึ้นที่ท่าเตียน แล้วนั่งเรือข้ามฟากมายังวัดอรุณราชวราราม วัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นพระเอกที่นักท่องเที่ยวทุกท่านจะต้องไปเยี่ยมชม หากไม่ได้แวะก็เหมือนมาไม่ถึงบางกอก หรือกรุงเทพมหานครเป็นแน่ ....
วัดอรุณฯ เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดมะกอกนอก ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น วัดแจ้ง ในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช วัดแจ้งเป็นวัดภายในพระราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์สมัยอยุธยา และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ใน พ.ศ. 2322 ก่อนที่จะย้ายมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ในปี พ.ศ. 2327
ครั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ พระองค์ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดแจ้ง และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชธาราม” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เสริมพระปรางค์ขึ้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณราชธาราม และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม”
สัมผัสแรกการมองเห็นยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมที่สวยงามของพระปรางค์องค์ใหญ่และปรางค์บริวาร พระปรางค์สีขาวตัดกับกระเบื้องสีสด ความอ่อนช้อยจากสิ่งเล็กๆ ที่ค่อยๆ ประดับประดาจนเต็มพื้นที่พระปรางค์องค์ใหญ่ เป็นความน่าทึ่งของงานออกแบบตกแต่งที่ละเอียดอ่อน แหงนมองพระปรางค์องค์ใหญ่ของวัดที่มีความสูงจากฐานถึงยอด 81.85 เมตร ซึ่งนับเป็นพระปรางค์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย และของโลกอีกด้วย พร้อมด้วยปรางค์ประจำทิศ 4 ปรางค์ และวิมาน องค์พระปรางค์ก่ออิฐถือปูน ประดับด้วยชิ้นเปลือกหอย กระเบื้อเคลือบ จานเบญจรงค์ ประกอบกันเข้าเป็นดอกไม้ ใบไม้ และลวดลายอื่นๆ เครื่องกระเบื้อง และชามเบญจรงค์เหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน ทั้งประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมรูปกินนร กินรี ยักษ์ เทวดา และพญาครุฑ ส่วนยอดสุดของพระปรางค์ประธานติดตั้งนภศูล
นอกจากการเข้ามาสัมผัสชมอย่างใกล้ชิด ได้เห็นความงามของศิลปกรรมต่างๆ ในทุกส่วนของพระปรางค์แล้ว ยังมีมุมที่สามารถชมความงามพระปรางค์ได้จากอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ในร้านอาหาร คาเฟ่ หรือแม้กระทั่งโรงแรมเล็กๆ ที่เปิดบริการ โดยนั่งรับประทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มชิลๆ ชมความงามของพระปรางค์ในช่วงยามเย็นจนถึงค่ำได้อีกด้วย
วัดโพธิ์

พระนอนวัดโพธิ์ ภาพถ่ายโดยTaylor SimpsonบนUnsplash
เมื่อเต็มอิ่มกับการชมวัดอรุณฯ แล้ว ลงเรือข้ามฟากกลับมาที่ท่าเตียน ออกจากทางเรือมาตามทางเดิน ด้านขวาคือวัดโพธิ์ ด้านซ้ายคือพระบรมมหาราชวัง มุ่งสู่วัดโพธิ์ไปกราบพระพุทธไสยาสน์เพื่อความเป็นสิริมงคล หรือเรียกกันว่าพระนอนวัดโพธิ์ เป็นพระพุทธรูปนอนใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานครและเป็นอันดับ 3 ของประเทศ เป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ ก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง ขนาดองค์ยาว 46 เมตร สูงจากพื้นถึงยอดพระเกตุ 15 เมตร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯ เมื่อ พ.ศ.2375 ว่ากันว่าผู้หญิงที่มาขอพรกับพระนอนวัดโพธิ์จะมีสิทธิ์เจอคู่ครองหรือแต่งงาน คุณผู้หญิงที่อยากสมหวังเรื่องคู่ครองให้มากราบขอพรพุทธไสยาสน์ด้วยตนเองสักครั้ง...

ภายในวัดโพธิ์ภาพถ่ายโดย Taylor Simpson บน Unsplash
ในวัดโพธิ์ นอกจากมากราบขอพรพระแล้ว ยังได้ชมสถาปัตยกรรมไทยอันงดงามที่ตกแต่งประดับประดาด้วยกระเบื้องเครืม และถ้วยชามเบญจรงค์ เป็นลวดลายต่างๆ ทั้งยังมีประติมากรรมรูปนักรบแบบจีนที่เรียกว่าอับเฉาตั้งประดับตามที่ต่างๆ อับเฉาในที่นี้หมายถึง สินค้าถ่วงเรือ ที่วัดโพธิ์นี้ สยามได้สั่งซื้อมาจาก เมืองหนิงปัว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน และอีกส่วนหนึ่งมาจากเมืองกวางตุ้ง โดยปรากฏหลักฐานอยู่ในเอกสารสมัยรัชกาลที่ 3 ที่เก็บรักษาอยู่ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รูปแกะสลักหินจีนจากเมืองหนิงปัวมีลักษณะเฉพาะ คือ เนื้อหินสีเขียว มีจุดดำ และมีการแกะสลักลายที่คมชัดเจน นอกจากนี้พบว่า ยังมีรูปแกะสลักจีนอีกจำนวนหนึ่งนำเข้ามาจากมณฑลฮกเกี้ยน ซึ่งแกะสลักลายแบบมน ไม่คมชัดเหมือนเมืองหนิงปัว
ฤาษีดัดตน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 มีพระราชดำริรวบรวมตำราแพทย์แผนไทย รวมทั้งท่าฤาษีดัดตน อันเป็นการพักผ่อนอิริยาบถแก้เมื่อยขบต่างๆ ตั้งไว้ในบริเวณวัด สมัยแรกสร้างด้วยดิน ต่อมาในปี พ.ศ. 2379 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงปฏิสังขรณ์วัดและโปรดเกล้าฯ ให้หล่อรูปฤาษีแสดงท่าดัดตน ด้วยสังกะสีผสมดีบุก เรียกว่า ชิน จำนวน 80 ท่า จัดแสดงไว้ในวัดโพธิ์ ปัจจุบันภายในวัดโพธิ์ยังมีการเปิดสอนการแพทย์แผนโบราณและการนวดแผนโบราณจนถึงปัจจุบัน ที่ศาลารายด้านทิศตะวันออก ทั้งการนวดตามแบบท่าฤษีดัดตนและการนวดประคบด้วยสมุนไพร
สนใจรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpomassage.com
พระบรมมหาราชวัง และวัดพระแก้ว

พระบรมมหาราชวัง และวัดพระแก้ว ภาพถ่ายโดยbady qbบนUnsplash
พระบรมมหาราชวังมีอาณาเขตต่อเนื่องกับวัดโพธิ์ โดยมีถนนท้ายวังกั้นกลาง จากบริเวณวัดโพธิ์อาจเดินทางเพื่อเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วโดยการโดยสารรถแท็กซี่ หรือรถตุ๊ก ตุ๊ก หรือจะกลับมาลงเรือด่วนที่ท่าเตียน แล้วมาขึ้นจากเรือที่ท่าช้าง แล้วผ่านเข้าประตูวิเศษไชยศรี ด้านท้องสนามหลวง คนไทยผ่านเข้าไปได้ฟรี ส่วนชาวต่างประเทศเสียค่าเข้าชมคนละ 500 บาท
เริ่มแรกสุดประทับใจกับยักษ์วัดพระแก้ว แอบมองสบตากับยักษ์ที่อยู่หน้าประตูแม้ท่านจะหน้าดุ แต่ก็ดูรู้ว่าใจ ไกด์เล่าว่ายักษ์เปรียบเสมือนผู้พิทักษ์รักษาสถานที่นี้ไว้ เพราะวัดพระแก้วเป็นสถานที่สำคัญที่สุดของเมืองไทย ถ้าใครได้เห็นภาพของวัดพระแก้วก็จะรู้ทันทีว่าที่นี่คือกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย วัดพระแก้วคือส่วนหนึ่งของพระบรมมหาราชวังซึ่งมีเนื้อที่ ถึง 152 ไร่

วัดพระแก้ว, Photo by Greg Nunes on Unsplash
สิ่งที่สำคัญหากมาเที่ยววัดพระแก้ว ต้องไม่พลาดการเข้าไปไหว้ขอพรพระแก้วมรกต (พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร) ภายในพระอุโบสถ และชมภาพจิตรกรรมอันงดงาม แล้วจึงเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวัง พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง ให้เดินชมและถ่ายภาพกันจนลืมเวลาเลยทีเดียว
บางลำพู ถนนข้าวสาร

ถนนข้าวสาร บางลำพู, Photo by Evan Krause on Unsplash

ผัดไทย ,Photo by Alyssa Kowalski on Unsplash
เริ่มมืดค่ำแล้วแต่ทริปของวันนี้ยังไม่หมด เพราะเราจะปิดท้ายทริปด้วยอาหารการกิน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ มากที่สุดก็ว่าได้ เราเดินไปนั่งเรือต่อไปยังท่าพระอาทิตย์ เดินเลาะเรื่อยๆ ไปจนถึงบางลำพู ใครๆ ก็รู้ว่าย่านนี้ของกินละลานตาทุกตรอก ทุกซอก ทุกซอย มีอาหารให้เลือกมากมาย ผัดไทย บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยวทุกชนิด ทั้งเย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ตลอดไปจนถึงขนมไทยอร่อยๆ ที่ชิมแล้วไม่รู้เบื่อ ณ เวลานี้อาหารเริ่มบังตา “There is no sincerer love than the love of food” ไม่มีความรักไหนจริงใจเท่ากับความรักต่ออาหารการกินอีกแล้ว ราตรีนี้ยังอีกยาวไกลเพราะเราจะไปแฮงเอาท์ต่อกันที่ถนนข้าวสาร...สวัสดีกรุงเทพมหานครที่ไม่เคยหลับใหล
Where to Stay :
Travel Tips :
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Friday, September 20, 2019 - 12:51
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT