กรีซ มรดกอันงดงามแห่งอาณาจักรโบราณ

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Thursday, April 02, 2020 - 15:02

เริ่มต้นกันที่กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซแห่งนี้ตามตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งลงหลักปักฐาน สร้างเมืองเสร็จใหม่ๆ เมืองนี้ยังไม่มีทั้งชื่อและเทพคุ้มครอง เหล่าทวยเทพและเทพี จึงมาลงสนามชิงตำแหน่งนี้กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และสองเทพที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายคือเทพโพไซดอน และเทพีอธีนา โดยมีซุส ผู้เป็นราชาแห่งเทพทั้งปวงมาเป็นผู้ตัดสิน วิธีการก็คือให้เทพทั้งสองเนรมิตสิ่งของให้ชาวเมืองได้ตัดสินใจกันว่า จะเลือกเทพองค์ใดมาคุ้มครอง เทพโพไซดอนสร้างม้า ส่วนเทพีอธีนาได้มอบต้นมะกอกให้กับชาวเมือง ซึ่งสุดท้ายชาวเมืองก็ตัดสินเลือกต้นมะกอกที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพให้เป็นผู้ชนะ  นี่จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อเมืองว่าเอเธนส์ตามชื่อของเทพีอธีนา ส่วนต้นมะกอกก็ได้ใช้ดอกผลกลายเป็นต้นไม้เศรษฐกิจของกรีซมาจนถึงทุกวันนี้

Photo by Oleksii Khodakivskiy 

กรีซ..มีชื่อประเทศเป็นทางการว่า สาธารณรัฐเฮลเลนิก ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป และตอนใต้สุดของคาบสมุทรบอลข่าน เนื่องจากเป็นประเทศที่ติดทะลถึงสามด้าน จึงมีพื้นที่ทั้งส่วนที่เป็นแผ่นดิน และส่วนที่หมู่เกาะน่าท่องเที่ยวหลายแห่ง ด้านเหนือติดกับประเทศบัลแกเรีย มาซิโดเนีย และอัลเบเนีย ส่วนทางด้านตะวันออกติดกับประเทศตุรกี และทะเลอีเจียน ทิศตะวันตกติดกับทะเลไอโอเนียน และทิศใต้ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งนี้กรีซยังมีเกาะมากมายกว่า 3,000 เกาะ เรียกว่าเป็นดินแดนที่ทั้งสวยงามและมีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ คุณสมบัติครบครันที่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่เราต้องไปเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต

Photo by Filippos Sdralias 

เริ่มต้นกันที่กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซแห่งนี้ตามตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งลงหลักปักฐาน สร้างเมืองเสร็จใหม่ๆ เมืองนี้ยังไม่มีทั้งชื่อและเทพคุ้มครอง เหล่าทวยเทพและเทพี จึงมาลงสนามชิงตำแหน่งนี้กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และสองเทพที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายคือเทพโพไซดอน และเทพีอธีนา โดยมีซุส ผู้เป็นราชาแห่งเทพทั้งปวงมาเป็นผู้ตัดสิน วิธีการก็คือให้เทพทั้งสองเนรมิตสิ่งของให้ชาวเมืองได้ตัดสินใจกันว่า จะเลือกเทพองค์ใดมาคุ้มครอง เทพโพไซดอนสร้างม้า ส่วนเทพีอธีนาได้มอบต้นมะกอกให้กับชาวเมือง ซึ่งสุดท้ายชาวเมืองก็ตัดสินเลือกต้นมะกอกที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพให้เป็นผู้ชนะ  นี่จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อเมืองว่าเอเธนส์ตามชื่อของเทพีอธีนา ส่วนต้นมะกอกก็ได้ใช้ดอกผลกลายเป็นต้นไม้เศรษฐกิจของกรีซมาจนถึงทุกวันนี้

Photo by Puk Patrick 

เอเธนส์ในปัจจุบันนับเป็นเมืองนานาชาติที่ผสมผสานระหว่างโลกสมัยใหม่อย่างศูนย์กลางทางธุรกิจ วัฒนธรรม  ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง กับความเก่าแก่ของซากโบราณสถานและอนุสาวรีย์ต่างๆ เริ่มจาก วิหารพาร์เธนอน (Parthenon) คือวิหารโบราณที่ตั้งอยู่บนเนินอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์  สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่บูชาเทพอธีนา ตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช นับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด หลังจากสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1456 พาร์เธนอนก็ถูกนำใช้เป็นโบสถ์คริสต์ แต่เมื่อเอเธนส์ตกเป็นของจักรวรรดิออตโตมัน พาร์เธนอนก็ถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า

ยามเย็น Photo by Josh Stewart 

จะเห็นได้ว่าพาร์เธนอนก็ได้ปรับบทบาทมาเป็นสถานที่ทางศาสนา และวัฒนธรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับแต่ละยุคสมัย จนกระทั่ง ในปี ค.ศ. 2004 เมื่อกรีซได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกอีกครั้ง  จึงมีการบูรณะวิหารพาร์เธนอนครั้งใหญ่อีกครั้ง ปัจจุบันแม้จะเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง แต่ความยิ่งใหญ่และประวัติศาสตร์อันยาวนานของสถานที่แห่งนี้ ยังมีมนต์ขลังเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนอย่างไม่มีเสื่อมคลาย เดินถัดไปอีกหน่อยในบริเวณใกล้ๆกัน ก็ยังมีวิหารอิเรกเทียม (Erechtheum) โรงละครเฮโรเดส อัตติกัส (Theatre of Atticus) และโรงละครไดอะไนซัส (Theatre of Dionysos)  พื้นที่สาธารณะโบราณ (Ancient Agora) ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเอเธนส์สามารถเดินถึงกันได้ เพราะแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งช้อปปิ้ง จะรวมกลุ่มกันอยู่แถวใจกลางเมืองเลยเดินเที่ยวง่าย  

Photo by Matt Artz 

นอกจากเอเธนส์เมืองหลวงแล้ว กรีซก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชายทะเลให้เที่ยวอีกมากมาย เพราะมีชายฝั่งที่ติดทะเลถึงสามด้าน โดยเกาะที่โด่งดังที่สุดคงหนีไม่พ้นเกาะซานโตรินี สามารถเดินทางไปที่เกาะ โดยเครื่องบิน หรือถ้ามีเวลาเหลือๆ ก็ลองไปเรือเฟอรี่ ที่ใช้เวลานานหน่อยประมาณ 5-8 ชั่วโมง ซานโตรินี เกิดมาจากการที่ภูเขาไฟระเบิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้พื้นที่ส่วนตรงกลางปล่องภูเขาไฟยุบลงไป แล้วเกิดเป็นหมู่เกาะที่มีลักษณะเฉพาะตัวตามธรรมชาติขึ้นมา นั่นคือจะประกอบด้วยเกาะใหญ่ รูปทรงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว เป็นวงใหญ่อยู่รอบนอก ส่วนวงด้านในจะเป็นหน้าผา ส่วนตรงกลางมีเกาะเล็กๆ เกิดจากยอดของปล่องภูเขาไฟ

Photo by Matthew Waring 

ที่เกาะซานโตรินีมีเมืองหลวงคือ Thira หรือ Fira  ซึ่งอยู่ตรงส่วนกลางของเกาะ Fira เป็นเมืองใหญ่ เป็นแหล่งการค้าที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดของเกาะ  เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านจิวเวอรี่ บาร์ ไนท์คลับ คาเฟ่ โรงแรม และยังมีบ้านเรือนที่สวยงามที่ตั้งอยู่ตามขอบของหน้าผา สูงราว 400 เมตร ที่ชาวบ้านนิยมขึ้นมาปลูกบ้านกันบนหน้าผาสูงนี้ เนื่องจากสมัยก่อนมีโจรสลัดรุกรานไปทั่ว การอยู่ที่สูงจะทำให้ยากต่อการเข้าถึง และง่ายต่อการป้องกัน อีกทั้งบนหน้าผายังมีลมเย็นสบายกว่าพื้นด้านล่าง และยังสามารถมองเห็นวิวของชายฝั่งและทะเลอีเจียนได้เต็มๆ ตา หรือถ้าอยากเห็นวิวอาคารบ้านเรือนสวยๆของ Fira ก็เดินไปชมวิวเมืองได้ที่ Anastasi Church จะเป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่สวยมากอีกแห่งหนึ่ง

Photo by Gurwinder Singh 

ถัดขึ้นไปทางด้านบนของเกาะซานโตรินี ที่ส่วนปลายของพระจันทร์เสี้ยว จะเป็นจุดยอดนิยมสำหรับชมพระอาทิตย์ตก ก็คือหมู่บ้าน Oia เป็นหมู่บ้านเล็กๆ น่ารัก ที่เงียบสงบและมีเสน่ห์มาก สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองนี้มีทั้งพิพิธภัณฑ์ เมืองโบราณ โบสถ์ยอดหลังคาโดมสีน้ำเงินรูปทรงแปลกตา นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนและรอชมวิวที่แสงสีทองของอาทิตย์ยามอัสดงจะอาบบ้านเรือนสีขาวให้เป็นสีส้มทองอย่างสวยงาม ส่วนการเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ บนเกาะนั้นมีทั้งเดินเท้า แท็กซี่ เช่ารถ สกู๊ตเตอร์ จักรยาน หรือจะนั่งรถประจำทางก็มีให้บริการตลอด และราคาไม่แพง

 

Photo by Alex Korolkoff 

อีกเกาะที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามของหมู่บ้านและน้ำทะเลสีสวยใส อาคารบ้านเรือนทาสีขาวสะอาด ตัดกับประตูหน้าต่างสีฟ้าสด ก็คือ เกาะมิโคนอส (Mykonos Island) ในสมัยก่อนคนส่วนใหญ่จะมีอาชีพทำประมง ประกอบกับที่เกาะนี้มีกระแสลมแรงทั้งวัน กังหันลมจึงมีความสำคัญกับเกาะนี้มาก กังหันลมเหล่านี้มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 เป็นสิ่งสำคัญของเศรษฐกิจบนเกาะมากว่า 400 ปี กังหันลมมิโคนอสได้รับพลังงานจากแรงลม และทำหน้าที่บดข้าวสาลีที่ส่งออกไปยังทั่วโลก ทุกวันนี้ กังหันลม 7 หลังจากจำนวนทั้งสิ้น 16 หลังยังคงมีให้เห็นอยู่ และได้รับการบูรณะเป็นอย่างดี ที่นี่เป็นจุดแลนด์มาร์คสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป

Photo by Jason Blackeye 

ด้านหน้าของกังหันลมมิโคนอสเราจะเห็นเป็นวิวทะเลอันสวยงาม ส่วนด้านขวาจะเห็นเป็น Little Venice บริเวณนี้ในช่วงเย็น จะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว เพราะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดของเกาะ   ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจของเกาะนี้ ก็คือ การดำน้ำลึก พายเรือ เล่นวินเซิร์ฟ ขี่เจ็ตสกี ชมวิวทะเล สุดแท้แต่จะเลือก เพราะบนเกาะแห่งนี้ก็มีชายหาดหลายๆ แห่ง บางแห่งก็เงียบสงบ บางแห่งก็เต็มไปด้วยแสงสีและความบันเทิง ถ้าหากมาถึงมิโคนอสกันแล้ว แนะนำว่าควรพักค้างสักคืนเพื่อเดินชื่นชมเมือง ทั้งในส่วนที่เป็น Old Port ที่เป็นจุดศูนย์รวมของความเพลิดเพลินทั้งร้านอาหารแหล่งช้อปปิ้ง และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือจะเลือกไปนอนชิลริมหาดต่างๆ ที่กระจายอยู่รอบเกาะไม่ว่าจะเป็นหาด Agios Sostis, Panormos, Paradise, Psarou, Elias ก็สวยและมีเสน่ห์แตกต่างกันไปอีกแบบ  นอกเหนือจากเมืองที่กล่าวมาแล้ว กรีซก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกมากมาย ให้ได้เที่ยวชมกันอีกหลายแห่ง เพราะเป็นประเทศที่ต้นทุนดีทั้งภูมิประเทศและประวัติศาสตร์​ ถ้ามีเวลาก็น่าจะหาทริปยาวๆ ไปกรีซรับรองได้กรี๊ดตื่นตาตื่นใจกันยาวอีกหลายแห่งแน่นอน J

how to get there :

  • การเดินทางเข้าประเทศกรีซต้องมีวีซ่าเชงเก้น ซึ่งสามารถขอได้ที่สถานเอกอัครราชทูตกรีซประจำประเทศไทย ดูรายละเอียดได้ที่ www.mfa.gr และเมื่อได้รับวีซ่ากรีซแล้ว จะสามารถเข้าประเทศอื่นในกลุ่มยุโรปได้อีกถึง 24 ประเทศด้วย
  • เส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-เอเธนส์ กรีซ โดยสายการบินไทย ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง
  • การเดินทางจากเอเธนส์ไปซานโตรินี  มีเรือเฟอรี่ให้เลือกหลายบริษัท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-8 ชั่วโมง แล้วแต่ราคา หรือถ้าไปโดยเครื่องบินใช้เวลาเพียง 45 นาที  

where to stay :

 

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 15:02


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 13:55

เสน่หาอิตาลี


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 12:52

Nicaragua นิคารากัว จุดหมายใหม่ของนักผจญภัย


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, April 01, 2020 - 16:33

บาฮามาส เกาะเสน่ห์ หาดสวรรค์


LEAVE A COMMENT