จาไมกา ดินแดนที่มีชีวิตชีวาแห่งหมู่เกาะแคริบเบียน

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Thursday, February 13, 2020 - 09:20

จาไมกา ดินแดนที่มีชีวิตชีวาแห่งหมู่เกาะแคริบเบียน

จาไมกา หรือ จาเมกา (Jamaica) เป็นอีกหนึ่งดินแดนที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) นักบุกเบิกชาวยุโรปชื่อดังเคยขึ้นฝั่งที่นี่มาก่อน ดินแดนนี้ถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ.1494 ก่อนที่สเปนจะเข้ามายึดครองและตั้งถิ่นฐานในปี ค.ศ.1534 จากนั้นจึงครอบครองเรื่อยมาจนกระทั่งในปี ค.ศ.1655 จึงเสียดินแดนให้กับอังกฤษ ทางด้านอังกฤษก็ปกครองดินแดนนี้มาจนถึงปี ค.ศ.1962 จึงมอบเอกราชกลับคืนสู่จาไมกาในที่สุด 

จาไมก้า ดินแดนแห่งป่าเขาลำเนาไพร Photo by Yves Alarie on Unsplash

ก่อนหน้าที่ชาวสเปนจะเข้ามายึดครอง ดินแดนแห่งนี้มีชนพื้นเมืองตาอีโน (Taino) ตั้งถิ่นฐานอยู่มาก่อน พวกเขาเรียกเกาะนี้เป็นภาษาถิ่นว่า “ฌาเมคา (Xamayca)” ซึ่งแปลได้ว่า “ดินแดนแห่งใบไม้ผลิ” หรือ “ดินแดนแห่งป่าไม้และลำน้ำ” ซึ่งคำนี้ยังเรียกเป็นชื่อเมืองเรื่อยมาแต่เปลี่ยนการสะกดใหม่ให้เป็นแบบปัจจุบัน ด้วยความที่เคยตกเป็นอาณานิคมของสองชาติในยุโรปในกาลและเวลาต่างกัน ทำให้ที่นี่ได้รับอิทธิพลของทั้งสองชาติผสมกลมกลืนกันไปด้วย ในยุคที่อังกฤษเข้ามายึดครองดินแดนนั้นจาไมกากลายเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของโลกเลยทีเดียว มีการทำไร่อ้อยกันบนเกาะนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังโดยอังกฤษได้เกณฑ์เอาแรงงานทาสชาวแอฟริกันมาทำงานบนเกาะนี้ ต่อมาชนแอฟริกันที่ถูกเกณฑ์มาก็ได้ตั้งถิ่นฐานกันอยู่ที่นี่และกลายเป็นคนพื้นถิ่นไปโดยปริยาย ซึ่งทำให้ปัจจุบันชาวจาไมกาส่วนใหญ่จึงเป็นชนผิวสีและมีเชื้อสายมาจากชาวแอฟริกันนั่นเอง

เมืองคิงส์ตัน  Cr.pic.:  Ricardo R. on Unsplash

เมืองหลวงในปัจจุบันของจาไมกาก็คือ คิงส์ตัน (Kington) ที่ตั้งอยู่ริมทะเลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ แล้วยังถือว่าเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาประเทศที่อยู่ในหมู่เกาะแคริบเบียนอีกด้วย นอกจากท้องทะเลอันงดงามแล้ว จาไมกายังมีสิ่งที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย ตั้งแต่วัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิม ไปจนถึงวัฒนธรรมร่วมสมัยอีกหลายแขนง หลายคนคงรู้ดีว่าจาไมกาเป็นดินแดนแห่งดนตรีอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก เพราะที่นี่ก็คือต้นกำเนิดของดนตรีเร็กเก้ (Reggae) ราวยุคปลายศตวรรษ 1960s นั่นเอง ซึ่งทุกวันนี้ดนตรีเร็กเก้ก็ยังเป็นแรงบันดาลใจและส่งอิทธิพลไปยังดนตรีรูปแบบต่างๆ มากมายรวมถึงดนตรีป๊อบและแนวอิเล็กทรอนิกส์ที่นำกลิ่นอายเร็กเก้พัฒนาสู่สมัยใหม่ด้วย 

ดนตรีในหัวใจของชาวจาไมก้า  Cr.pic.:  Nate Greno on Unsplash

จาไมกาเป็นหมู่เกาะที่อยู่ในแถบทะเลแคริบเบียนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งที่ท้องทะเลสวยอันดับต้นๆ ของโลก จาไมกาจึงเต็มไปด้วยรีสอร์ทหรูระดับโลก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ขึ้นชื่อระดับสากล ทำให้จาไมกาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาเที่ยวมากที่สุด นับเป็นตัวอย่างของประเทศเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยสีสันและเสน่ห์ที่มีชีวิตชีวา จึงอยากให้คุณได้ลองไปสัมผัสดินแดนน่าหลงใหลแห่งท้องทะเลแคริบเบียนนี้สักครั้ง

เยี่ยมบ้านราชาเร็กเก้


บ้านเกิดของบ๊อบ มาร์เลย์ Cr.pic.: https://gotourismguides.com/

หลายคนรู้ดีว่าดินแดนแห่งสีสันและจังหวะสนุกสนานอย่างจาไมกานี้คือบ้านเกิดของตำนานศิลปินดังระดับโลกอย่าง บ๊อบ มาร์เลย์ (Bob Marley) นักร้องแนวเร็กเก้ชื่อดังนั่นเอง นอกจากเขาจะได้รับการเชิดชูให้เป็นวีรบุรุษแห่งจาไมกาแล้ว บ๊อบ มาร์เลย์ ก็ยังเป็นศิลปินที่ได้รับการชื่นชมจากคนทั่วโลก นั่นเลยทำให้หนึ่งเหตุผลของผู้มาเยือนดินแดนแห่งนี้คือการมาสัมผัสดินแดนบ้านเกิดของศิลปินคนนี้

Bob Marley Museum พิพิธภัณฑ์แห่งประวัติศาสตร์ดนตรีที่ทรงคุณค่ามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ใน คิงส์ตัน (Kingston) เมืองหลวงของจาไมกานี่เอง ถึงแม้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นเพียงบ้านเล็กๆ 2 ชั้น แต่คุณค่าของมันก็คือการเป็นบ้านที่ บ๊อบ มาร์เลย์ เคยอยู่อาศัยมาก่อน แถมยังเป็นห้องอัดที่เป็นต้นกำเนิดของเพลงดังระดับโลกของเขาอีกด้วย โดยเขาได้ซื้อบ้านหลังนี้มาใน ปี ค.ศ.1975 เพื่อใช้เป็นทั้งบ้านพักอาศัยและห้องอัดเพลงส่วนตัว รวมถึงเป็นที่ตั้งของบริษัท Tuff Gong ที่เป็นต้นสังกัดของเขาด้วยนั่นเอง 

จนกระทั่งเขาได้เสียชีวิตลงในปี ค.ศ.1981 หลังจากนั้นอีกราว 6 ปี ภรรยาของเขา Rita Marley ก็ได้ปรับเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ Bob Marley Museum ที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1987 เรื่อยมา โดยที่ยังคงบรรยากาศและข้าวของต่างๆ ให้เหมือนเดิมไว้ทุกประการ เราสามารถเดินเข้าไปสัมผัสบรรยากาศแบบอดีตในยุคนั้นได้ตั้งแต่ห้องนอนของ บ๊อบ มาร์เลย์ ที่ยังคงเก็บรักษาการตกแต่งห้องและข้าวของของเขาไว้ ห้องอัดเสียงส่วนตัวที่ก็ยังคงอุปกรณ์ดั้งเดิมทุกอย่างไว้เช่นเดิม ไปจนถึงห้องจัดนิทรรศการประวัติ  รวมถึงห้องแสดงรางวัลต่างๆ ที่ บ๊อบ มาร์เลย์ คว้ามาได้จากทั่วโลกด้วย 
แล้วอีกอย่างที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเมื่อมาเยือนบ้านหลังนี้ก็คือ The One Love Café คาเฟ่น่ารักๆ ที่หยิบเอาชื่อเพลงอันโด่งดังของเขามาตั้งเป็นชื่อร้านซึ่งเมนูและเครื่องดื่มนั้นก็ยังได้แรงบันดาลใจมาจากเมนูโปรดของ บ๊อบ มาร์เลย์ อีกด้วย เรียกได้ว่าอร่อยแล้วยังได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณของเร็กเก้อย่างแท้จริงเลยทีเดียว

เยือนคฤหาสน์มหาเศรษฐีผิวสีผู้โด่งดัง


คฤหาสน์ของ George Stieble Cr.pic.: http://jamaicagreathouses.com/

จาไมกาถือเป็นเกาะแห่งชนผิวสีที่โดดเด่นเป็นอย่างมากในทะเลแคริบเบียน แล้วหนึ่งในชนผิวสีที่โดดเด่นที่สุดในดินแดนนี้ก็คือ George Stieble ที่เขาได้รับยกย่องว่าเป็นมหาเศรษฐีผิวสีคนแรกของจาไมกา ซึ่งร่ำรวยจากการทำเหมืองทองคำในอเมริกาใต้และได้สร้างคฤหาสน์หลังย่อมขึ้นบนเกาะนี้ที่อยู่ตรงหัวมุมถนน Trafalgar Rd. และ Hope Rd. ในเมืองหลวงคิงส์ตัน ซึ่งในยุคนั้นย่านนี้ถือเป็นย่านมหาเศรษฐีของประเทศนี้เลยก็ว่าได้

ภายใน Devon House Cr.pic.: http://jamaicagreathouses.com/

คฤหาสน์หลังนี้มีชื่อว่า Devon House สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1881 ให้เป็นที่พักอาศัยของ George Stieble นั่นเอง ตัวบ้านที่เป็นอาคารไม้สีขาวแสนคลาสสิกนั้นสร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบ Caribbean and Georgian Architecture (หรือ Jamaican Georgian Architecture) ที่นิยมในช่วงยุคศตวรรษที่ 16-19 เป็นอย่างมาก ภายในนั้นเต็มไปด้วยการตกแต่งรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ทรงคุณค่ามากมายไม่แพ้กันซึ่งทั้งหมดเป็นคอลเล็กชันผสมผสานที่มาจากประเทศต่างๆ ตั้งแต่ อังกฤษ, ฝรั่งเศส แล้วก็รวมถึงท้องถิ่นอย่างจาไมกาด้วย 

คฤหาสน์อันทรงคุณค่าแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น Jamaica National Heritage มรดกแห่งชาติของจาไมกาเมื่อปี ค.ศ.1990 เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับ George Stieble และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทรงคุณค่าของชาติ รวมถึงเป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญของชนผิวสีของจาไมกาเลยทีเดียว ทีเด็ดยังไม่หมดอยู่แค่นี้เพราะภายในคฤหาสน์แห่งนี้ยังมีสิ่งที่ขึ้นชื่อยู่อีกอย่างหนึ่งซึ่งก็คือร้านไอศกรีม Scoops Unlimited ที่อยู่บริเวณลานด้านนอกเรือนนั่นเอง โดยไอศกรีมหลากสีของที่นี่เป็นไอศกรีมที่ทำมาจากผลไม้บนเกาะกว่า 30 รสชาติ แถมไอศกรีมที่นี่ยังถูกจัดอันดับให้เป็นที่ 4 ของลิสต์ “Best Place to enjoy ice cream in the world” สถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการชิมไอศกรีมซึ่งลิสต์นี้อยู่ในหนังสือ “Food Journeys of a Lifetime : 500 Extraordinary Places to Eat Around the Globe” ที่จัดทำโดยสื่อคุณภาพยักษ์ใหญ่ชื่อดังของโลกอย่าง National Geographic นั่นเอง 

ศิลปะแห่งแคริบเบียน

งานศิลปะใน National Gallery of Jamaica Cr.pic.: https://www.visitjamaica.com/ 

อีกหนึ่งสถานที่น่าสนใจในคิงส์ตันก็คือแหล่งชมศิลปะที่มีชื่อเสียงของจาไมกา อย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะ National Gallery of Jamaica นั่นเอง ซึ่งแกลเลอรีแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปะหลากหลายรูปแบบจากฝีมือศิลปินท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงมากมายที่จัดแสดงอยู่

พิพิธภัณฑ์ศิลปะ National Gallery of Jamaica นี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1974 ตั้งอยู่บริเวณ Kingston Mall ที่เป็นแหล่งชอปปิงและศูนย์วัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของจาไมกานั่นเอง งานที่จัดแสดงอยู่ที่นี่หลายชิ้นเป็นงานที่ทรงคุณค่าจากฝีมือศิลปินดังอย่างเช่น John Dunkley, Mallica “Kapo” Reynolds, Edna Manley, Carl Abrahams เป็นต้น รวมถึงการเป็นพื้นที่จัดแสดงของศิลปินนานาชาติมากมายอีกด้วย 

มรดกแห่งธรรมชาติที่ผสมผสานหลากเสน่ห์

Blue and John Crow Mountains National Park  Cr.pic.: Yves Alarie on Unsplash

เปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวป่าสูดอากาศบริสุทธิ์กันบ้าง อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเกาะจาไมกานี้ก็คืออุทยานแห่งชาติ Blue and John Crow Mountains National Park ที่กินพื้นที่กว่า 4.5% ของเกาะแห่งนี้ และนี่ยังถือว่าเป็นมรดกโลกแห่งเดียวของจาไมกาอีกด้วย

Blue and John Crow Mountains National Park นั้นได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.2015 ซึ่งอุทยานแห่งนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพตั้งแต่พืชพันธุ์ไปจนถึงสัตว์ป่ามากมาย รวมถึงเป็นบ้านของผีเสื้อพันธุ์ Giant Swallowtail (Papilio Cresphontes) ที่ได้ชื่อว่าเป็นผีเสื้อยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาแล้วยังเป็นผีเสื้อพันธ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย 

เทือกเขา Blue Mountains  Cr.pic.: mario allen on Unsplash

นอกจากนี้อุทยานแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของเทือกเขา Blue Mountains ที่เป็นเทือกเขาสำคัญของเกาะ รวมถึงเป็นที่ตั้งของยอดเขา Blue Mountain Peak ยอดเขาที่สูงที่สุดของจาไมกา มีความสูงถึง 2,256 เมตร หลายคนเห็นชื่อภูเขานี้ก็คงจะนึกออกอีกอย่างในทันที นั่นก็คือเมล็ดกาแฟ Blue Mountains ซึ่งมีแหล่งปลูกอยู่ในเทือกเขาแถบนี้นั่นเอง ด้วยภูมิภาคที่มีความเฉพาะตัว ดินที่มีแร่ธาตุเฉพาะพื้นที่ และความเหมาะสมของภูมิอากาศรวมถึงสิ่งต่างๆ นอกจากจะทำให้รสชาติกาแฟออกมาเยี่ยมยอดแล้ว ดินแดนนี้ยังถือว่าเป็นแหล่งปลูกและผลิตเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูงของโลก ทำให้เมล็ดกาแฟ Blue Mountains กลายเป็นเมล็ดกาแฟที่ชื่อว่าดีที่สุด แพงที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ใครเป็นคอกาแฟน่าจะรู้เรื่องนี้ดี ซึ่งการมาทัวร์ไร่กาแฟและจิบกาแฟถึงถิ่นแห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว

ตำนานแห่งหาดบำบัด

รีสอร์ทริมทะเลในจาไมกา Cr.pic.: Juan Jose on Unsplash

มาจาไมกาทั้งทีสิ่งที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชื่นชอบมากที่สุดก็คือการมาเที่ยวทะเลสวยๆ เพราะทะเลแถบนี้ขึ้นชื่อเรื่องน้ำสวยทะเลใสมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แล้วหนึ่งในเมืองที่ขึ้นชื่อด้านการท่องเที่ยวทางทะเลที่สุดในแถบหมู่เกาะแคริบเบียนเลยก็คือ มอนเตโก เบย์ (Montego Bay) หรือชาวท้องถิ่นจะเรียกสั้นๆ ว่า MoBay ซึ่งเมืองนี้ถือเป็นเมืองที่มีความสำคัญอันดับที่สองของจาไมการองจากคิงส์ตันเลยทีเดียว นอกจากจะมีหาดทรายขาวละเอียด ท้องทะเลสีครามอันสวยงามแล้ว ที่นี่ก็ยังเต็มไปด้วยรีสอร์ทหรูระดับโลกมากมาย รวมถึงเป็นแหล่งที่เรือสำราญลำยักษ์แวะมาจอดพักให้ขึ้นเที่ยวบนเกาะอีกด้วย 


 พักผ่อน ผ่อนคลายริมหาด Cr.pic.: Obi Onyeador on Unsplash

ชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของ มอนเตโก เบย์ นั้นต้องยกให้กับ Doctor’s Cave Beach ซึ่งเป็นหนึ่งในชายหาดที่มีคนนิยมมาอาบแดดตลอดจนเล่นทะเลมากที่สุดของจาไมกาเลยก็ว่าได้ เหตุที่หาดนี้มีชื่อว่าหาดถ้ำของคุณหมอนั้น ก็เพราะยุคก่อนหาดนี้เป็นหาดส่วนบุคคลของคุณหมอ Dr.Alexander James McCatty   ซึ่งในปี ค.ศ.1906 เขาได้บริจาคหาดส่วนตัวนี้เพื่อให้ก่อตั้งสมาคมอาบแดดใน Montego Bay ขึ้น  การที่จะเดินทางเข้ามาถึงยังหาดเล็กๆ ส่วนตัวนี้ได้ต้องลอดผ่านทางถ้ำริมทะเลเท่านั้น แต่ปัจจุบันถ้ำได้ถูกทำลายไปเมื่อครั้งพายุเฮริเคนถล่มบริเวณนี้อย่างหนักในปี ค.ศ.1932  หาดเล็ก ๆ ก็กลายมาเป็นหาดทรายสีขาวขนาดใหญ่อย่างในปัจจุบัน 

อีกหนึ่งเรื่องราว เมื่อราวต้นศตวรรษ 1920s Sir Herbert Barker ชาวอังกฤษผู้เป็นนักบำบัดรักษาด้านกระดูกผู้มีชื่อเสียงได้มาเที่ยวยังหาดนี้ หลังจากนั้นเขาก็ได้กลับไปตีพิมพ์บทความว่าน้ำจากทะเลที่นี่มีพลังแห่งการรักษา หลังจากที่เราได้ลงแช่น้ำที่นี่แล้วทำให้ร่างกายฟื้นฟูอย่างรวดเร็วและมีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย นับจากนั้นมา Doctor’s Cave Beach ก็เลยกลายเป็นหาดยอดนิยมขึ้นมาในทันใด โดยเฉพาะเหล่าเศรษฐีทั่วโลกที่ต่างก็อยากจะมาลองแช่น้ำกันที่นี่มากมายด้วย ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยรีสอร์ทหรูหรามากมาย เป็นหาดที่สวยและยอดนิยมที่สุดของจาไมกา 

เมืองท่าแห่งเรือสำราญ


ออคโค ริออส (Ocho Rios)  Cr.pic.: https://www.visitjamaica.com/

อีกหนึ่งเมืองท่าสำคัญของจาไมกาที่เป็นแหล่งจอดเรือสำราญล่องท้องทะเลแคริบเบียนก็คือ ออคโค ริออส (Ocho Rios) นี่เอง ซึ่งเมืองตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะ และอยู่ไม่ไกลจากมอนเตโก เบย์มากนัก เดิมทีบริเวณนี้ก็คือหมู่บ้านชาวประมงท้องถิ่นมาก่อน ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นเมืองท่าเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างในปัจจุบัน แล้วเมืองนี้ก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองท่าขึ้นชื่อของแถบแคริบเบียนอีกด้วย  ออคโค ริออส เต็มไปด้วยรีสอร์ทหรูหราระดับโลกมากมาย หาดทรายขาวสะอาดที่ตัดกับท้องทะเลสีครามใสนั้นทำให้ที่นี่เป็นแหล่งเล่นน้ำขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของจาไมกาเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมทางน้ำให้เล่นอีกเพียบ รวมไปถึงเป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงที่โลกใต้ทะเลนั้นสวยงามที่สุดแหล่งหนึ่งเลยทีเดียว 


น้ำตก Dunn’s River Cr.pic.: http://www.cribkeys.com/page/jamaica

อีกแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจของที่นี่ แล้วยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของจาไมกาก็คือ น้ำตก Dunn’s River นั่นเอง ซึ่งน้ำตกนี้ตั้งอยู่นอกเมือง ออคโค ริออส ออกไปหน่อย เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงามทีเดียว ที่สำคัญมันยังเป็นต้นกำเนิดของชื่อ Las Chorreras ภาษาสเปนที่แปลว่าน้ำตกหลากสาย อันเป็นชื่อดั้งเดิมของเมืองนี้ ก่อนที่จะถูกอังกฤษที่เข้ามายึดเกาะนี้จากสเปนเปลี่ยนชื่อเป็น Ocho Rios ที่แปลว่าแม่น้ำ 8 สาย อย่างในปัจจุบัน แต่ในความเป็นจริงแล้วเมืองนี้ก็ไม่ได้มีแม่น้ำ 8 สายเหมือนดังชื่อ และยังคงเป็นที่สงสัยกันจนถึงทุกวันนี้ว่าที่มาของชื่อปัจจุบันนี้นั้นเป็นอย่างไรและมาจากไหนกันแน่  

ต้นตำรับหาดบุรุษเจ้าสำราญ

James Bond Beach  Cr.pic.: https://www.caribjournal.com/

หาดบุรุษเจ้าสำราญ James Bond Beach ฉบับของแท้ดั้งเดิมและต้นตำรับนั้นอยู่ที่จาไมกานี่เอง ถึงแม้ว่าชายหาด James Bond Beach นั้นจะไม่ได้สวยงามเหมือนหาดอื่นๆ ในจาไมกานัก แล้วก็ไม่ได้มีแหล่งดึงดูดใจอะไรมากมายให้แวะมาเยือนเลย แต่หาดนี้ก็มีคนแวะเวียนมาเยี่ยมกันเป็นประจำอันเนื่องมาจากชื่อเสียงและประวัติที่ทรงคุณค่าด้วยตัวของมันเอง ว่ากันว่าเดิมทีชายหาดนี้มีชื่อว่า Laughing Waters Beach หรือ Roaring River Beach ก่อนที่ภายหลังจะกลายไปเป็นชื่อ James Bond Beach หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง Dr.No ออกฉายในปี ค.ศ.1962 ซึ่งนี่ก็คือภาคแรกของนิยายสืบสวนเรื่องดังและภาคแรกของหนังดังก้องโลกอย่าง James Bond นั่นเอง 

เมืองหลวงเก่าแห่งจาไมกา

โบสถ์ St. Jago de la Vega Cathedral  Cr.pic.: www.markdgljmci.com

ย้อนรอยอดีตสู่ประวัติศาสตร์เก่าแก่กันที่เมือง Spanish Town เป็นเมืองของชาวสเปนที่ก่อตั้งขึ้นให้เป็นศูนย์กลางการปกครองของเกาะในคราวที่สเปนบุกยึดจาไมกาเป็นอาณานิคมเมื่อปี ค.ศ.1534 นั่นเอง ตั้งอยู่ห่างจากคิงส์ตันเมืองหลวงในปัจจุบันออกไปราว 5 กม. เท่านั้น การก่อร่างสร้างเมืองนั่นทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมคลาสสิกที่ได้รับอิทธิพลจากสเปนมากมาย ซึ่งสถาปัตยกรรมสำคัญที่เป็นโบราณสถานอันทรงคุณค่าอย่างยิ่งก็คือ โบสถ์ St. Jago de la Vega Cathedral ที่เป็นโบสถ์อิฐแดงขนาดย่อมสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1714 แล้วโบสถ์นี้ยังถือว่าเป็นโบสถ์คริสต์ในนิกายแองกลิคัน (Anglican cathedral) ที่เก่าแก่ที่สุดในแถบแคริบเบียนอีกด้วย แถมยังเป็นหนึ่งในโบสถ์สเปนแห่งแรกๆ ที่ถูกสร้างขึ้นในทวีปอเมริกาเลยทีเดียว 
Spanish Town นั้นเดิมทีมีชื่อเมืองว่า Villa de la Vega ที่ก่อตั้งโดยสเปน มี Francisco de Garay เป็นผู้ปกครองเมืองคนแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1534 ก่อนที่จาไมกาจะถูกอังกฤษเข้ามายึดครองไปจากสเปนเมื่อปี ค.ศ.1655 แล้วเปลี่ยนไปเรียกชื่อเมืองนี้ใหม่ว่า Spanish Town  และมีสถานะเป็นเมืองหลวงมาจนถึงปี ค.ศ.1872 ก่อนที่จะมีการย้ายเมืองหลวงใหม่ไปตั้งที่คิงส์ตันนั่นเอง แต่เมืองนี้ก็ยังคงมีเสน่ห์มาจนถึงทุกวันนี้และเป็นหนึ่งในรากประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของจาไมกาเลยทีเดียว

จาไมกา จึงเป็นจุดหมายแห่งคาริบเบียน ที่เป็นส่วนผสมของประวัติศาสตร์ยุคล่าอาณานิคม และสีสันของท้องทะเลที่แสนเร้าใจ 

How to get there :

การเดินทาง / เครื่องบิน
ไม่มีบริการเที่ยวบินตรงจากเมืองไทยถึงจาไมกา มีแต่บริการบินแบบต่อเครื่องซึ่งการบินต่อเครื่องแบบครั้งเดียวก็ค่อนข้างจะหาไฟลท์ยากเช่นกัน โดยมากมักต้องบินแบบต่อเครื่องสองครั้ง ซึ่งจะบินไปลงยังจุดหมายปลายทางที่สนามบิน Norman Manley International Airport (KIN) เมืองคิงส์ตัน เมืองหลวงของจาไมกา โดยตัวอย่างของสายการบินที่ให้บริการมีดังนี้
British Airways > กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ฮีทโธรว์ (ลอนดอน, อังกฤษ) – คิงส์ตัน (จาไมกา)
Norwegian + Caribbean Airlines > กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ออสโล (นอร์เวย์) – JFK (นิวยอร์ก, อเมริกา) -  คิงส์ตัน (จาไมกา)
Jet Blue + Cathay Pacific > กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ดูไบ (UAE) – JFK (นิวยอร์ก, อเมริกา) -  คิงส์ตัน (จาไมกา)

Where to stay?

คิงส์ตัน (Kingston)
Luxury & Boutique > THE GRAND PORT ROYAL HOTEL MARINA & SPA (https://www.grandportroyal.com/)
Business & Standard Hotel > COURTYARD KINGSTON, JAMAICA (https://www.marriott.com/hotels/travel/kincy-courtyard-kingston-jamaica/)
Hostel & Budget > Reggae Hostel (https://www.reggaehostel.com/kingston)

มอนเตโก เบย์ (Montego Bay)
Luxury & Boutique > Sandals Royal Caribbean (https://www.sandals.com/royal-caribbean/)
Luxury Resort > secrets wild orchid (http://www.secretsresorts.com/)
Business & Standard Hotel > Sunscape Splash Montego Bay (http://www.sunscaperesorts.com/splash)
Hostel & Budget > Mobay Kotch (https://www.mobaykotch.com/)

ออคโค ริออส (Ocho Rios)
Luxury Resort > Beaches Resorts Ocho Rios (https://www.beaches.com/resorts/ocho-rios/ )
Luxury Resort > Hotel Riu Ocho Rios (https://www.riu.com/en/hotel/jamaica/ocho-rios/clubhotel-riu-ocho-rios/)
Hostel & Budget > Reggae Hostel (https://www.reggaehostel.com/ocho-rios)

Where to go :

ด้วยความที่จาไมกาเป็นประเทศแบบหมู่เกาะในแถบแคริบเบียนที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยนั้นอยู่ที่ระดับ 22-25 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี และในหน้าร้อนจะมีอากาศค่อนข้างดี แต่ในขณะเดียวกันภูมิประเทศแบบเกาะนี้ก็ทำให้เกิดพายุฝนได้ และทำให้ช่วงนั้นเป็นช่วง Low Season ของเกาะ ซึ่งใครที่จะมาเยือนอาจดูช่วงฤดูที่เหมาะสมได้ดังนี้
High Season > ธ.ค.-มี.ค.
Shoulder Season > เม.ย.-พ.ค. 
Low Season > มิ.ย.-พ.ย. 
 

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, February 13, 2020 - 09:20


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 15:02

กรีซ มรดกอันงดงามแห่งอาณาจักรโบราณ


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 13:55

เสน่หาอิตาลี


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 12:52

Nicaragua นิคารากัว จุดหมายใหม่ของนักผจญภัย


LEAVE A COMMENT