POSTED BY TRAVELBARADMIN | Thursday, December 17, 2020 - 18:59
เมื่ออากาศคายร้อนลงในเดือนธันวาคมของปี 2563 กรุงเทพมหานครได้ประกาศมอบของขัวญในโอกาศเข้าสู่ระยะเวลาที่จะต้อนรับปีใหม่ ปี 2564 ด้วยการจัดสวนดอกไม้สวยในสวนสาธารณะแห่งใหม่ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ ที่ตั้งอยู่บนถนนมหาชัยที่แยกจากถนนราชดำเนิน ช่วงติดกับสะพานผ่านฟ้าลีลาส ที่เรากำลังจะไปชมกัน

ป้อมมหากาฬ Photo by Dithichaya
ป้อมมหากาฬสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ในปี พ.ศ. 2326 เป็นป้อม 1 ใน 14 ป้อมที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันรักษาพระนคร มีลักษณะรูปแปดเหลี่ยม มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็นป้อมประจำพระนครด้านตะวันออก ปัจจุบันป้อมมหากาฬเป็น 1 ใน 2 ป้อมที่ยังคงเหลืออยู่ในกรุงเทพมหานคร อีกป้อมหนึ่งคือ ป้อมพระสุเมรุ ที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของกรุงเทพมหานคร

สวนดอกไม้ป้อมมหากาฬ Photo by Dithichaya
เดิมทีที่นอกกำแพงของป้อมมีชุมชนพระนครอาศัยอยู่ ในช่วงรัชกาลที่ 1-4 เป็นบ้านพักขุนนางหลายท่าน เช่น ท่านเจ้าพระยายมราช(ครุฑ) ท่านเสนาบดีเวียง(กรมเมือง) เป็นต้น ในอดีตบริเวณชานกำแพงเมืองเคยเป็นท่าเรือสำหรับขุนนางและเจ้านายที่เดินทางมาตามลำคลองเข้าและออกไปนอกเมือง เพราะเป็นบริเวณที่จะต่อไปยังที่อื่นตามคลองมหานาค คลองแสนแสบ และตามลำคลองโอ่งอ่างไปยังรอบเมืองอื่น ๆ ส่วนบริเวณภายนอกของแนวป้อมมหากาฬ คือที่อยู่อาศัยของข้าราชบริพาร มีการปลูกสร้างอาคารเป็นแนวยาวตลอด ตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศจรดแนวคูคลองวัดเทพธิดาราม

สาวน้อยต่างมาเซลฟี่เช็คอินกัน Photo by Dithichaya
ชุมชนป้อมมหากาฬเป็นชุมชนที่มีกลุ่มคนที่อยู่อาศัยต่อเนื่องกันมามากกว่า 50 ปี โดยมีการผสมผสานเข้ากับผู้คนที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นผู้มี่บ้านเรือนเก่าที่ยังเหลืออยู่ อีกทั้งยังปลูกอาคารที่สัมพันธ์กับท่าเรือที่จอดอยู่ริมป้อมมหากาฬ ชุมชนแห่งนี้แม้จะเป็นเพียงชุมชนขนาดเล็กแต่กลับมีวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพที่น่าสนใจ เช่น การเลี้ยงนกเขาชวาและการทำกรงนกของไพบูลย์ ตุลารักษ์ หรือลุงติ่ง ที่ได้อาศัยอยู่ในชุมชนมานานตั้งแต่เริ่มตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ จะจัดได้ว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งซื้อขายนกเขาชวาที่มีชื่อและเป็นที่รู้จักกันดีของคนทั่วไปมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครในขณะนั้น หรือการเลี้ยงไก่ชนของสำเริง ดาวสุก ซึ่งได้ทำเป็นอาชีพที่ทำต่อเนื่องกันมานานกว่า 30 ปี รวมทั้งการปั้นเศียรพ่อแก่ (หัวฤษี) และปั้นตุ๊กตาดินเผารูปฤษีดัดตนในอิริยาบถต่าง ๆ กัน ของกุศล เชยบุปผา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน

ความสุขสนุกสนานในสวน Photo by Dithchaya
ชุมชนแห่งนี้ โดยมีประวัติการชุมนุมและต่อสู้มายาวนานกว่า 20 ปี โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 หลังจากที่คณะรัฐบาลที่มี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีได้มีมติคณะรัฐมนตรี ออกมา โดยรัฐบาลต้องการปรับปรุงภูมิทัศน์ และปรับพื้นที่ให้เป็นสวนสาธารณะ และได้มีการรื้อถอนบ้านเรือนต่าง ๆ ออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2561นับว่าเป็นการสูญสิ้นและสิ้นสุดของชุมชนชานพระนครสุดท้ายลง และในวันที่ 24 กรกฎาคม ปีเดียวกันนั้น กรุงเทพมหานครได้เปิดสวนสาธารณะแห่งใหม่ คือ สวนป้อมมหากาฬ ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ

ท่าเรือพระยาญาณประกาศ Photo by Dithichaya
กรุงเทพมหานครได้มีแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เกาะรัตนโกสินทร์ และสวนสาธารณะมหากาฬ ในโอกาสใกล้วันปีใหม่นี้ จึงได้เนรมิตให้เป็นทุ่งดอกไม้ กว่า 10 ชนิด ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชื่นชมกันโดยทั่วไป กทม.ได้จัดทำทุ่งดอกไม้หลากสีสันภายในสวนป้อมมหากาฬ โดยนำดอกไม้ที่มีสีสันสดใส และเหมาะกับสภาพอากาศของกรุงเทพฯ จำนวน 10 ชนิด รวม 57,700 ต้น ประกอบด้วย บานชื่น สร้อยไก่ ดาวเรือง ดาวเรืองฝรั่งเศส คอสมอส แพงพวยเลื้อย แพงพวยฝรั่ง แวววิเชียร พิทูเนีย และกล้วยไม้หวาย มาปลูกในแปลงเป็นลวดลายสวยงาม เนรมิตโฉมสวนป้อมมหากาฬให้เป็นสวนดอกไม้เต็มพื้นที่ 4 ไร่ 300 ตารางวา ซึ่งทุ่งดอกไม้จะบานเป็นเวลาประมาณ 45 วัน หรือบานจนถึงประมาณต้นเดือน ม.ค.2564 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับชาวกรุงเทพฯ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร ระหว่างเวลา 05.00 – 21.00 น. ทุกวัน

ป้อมมหากาฬใกล้ค่ำ Photo by Dithichaya
นอกจากป้อมมหากาฬแล้ว กรุงเทพมหานครยังมุ่งพัฒนาคลองในพื้นที่กรุงเทพฯ มีจำนวน 1,682 คลอง ให้มีความสะอาด ปลอดภัย และสวยงาม ให้เป็นเส้นทางการคมนาคม ทั้งยังเป็นเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงประวัติศาสตร์บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อผลทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย ซึ่งการพัฒนาคลองนั้นจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้คลองสายต่าง ๆ และนักท่องเที่ยว ในการช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด เพื่อให้ทุกคลองในกรุงเทพฯ ใสสะอาด และสวยงามอย่างยั่งยืน
เมื่อได้ชมทุ่งดอกไม้สวยงามที่แผ่เต็มพื้นที่สวนมหากาฬแล้ว แม้เราจะไม่เห็นบรรยากาศชุมชนในอดีต มีเพียงชื่อตรอกนกเขา และตรองโรงถ่าน ที่เราทราบถึงวิถีการดำรงดั้งเดิมของที่นี่ เราทุกคนที่ได้เข้ามาเที่ยวชมทุ่งดอกไม้สวยก็ขอระลึกถึงชาวชุมชนชานพระนครสุดท้ายทุกท่านที่ต้องละทิ้งและจากถิ่นที่อยู่อาศัยแห่งนี้ไป

โลหะปราสาทและพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ อยู่คนละฝั่งถนนมหาไชยกับป้อมพระกาฬ Photo by Dithichaya
ป้อมในกรุงเทพมหานคร
ป้อมที่ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในกรุงเทพมหานครมีทั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน คือ
ป้อมวิไชยประสิทธิ์เดิมเป็นป้อมหอรบตั้งอยู่มุมกำแพงเมืองบางกอก (ธนบุรี) ถูกสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเพื่ออารักขาปากแม่น้ำ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าขายสำคัญ คาดว่าป้อมนี้ถูกสร้างขึ้นก่อนรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยอาจมีชาวโปรตุเกสช่วยออกแบบ อยู่ในบริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
ป้อมพระสุเมรุ เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ในสมัยนั้นได้มีการสร้างป้อมปราการ 14 แห่งเพื่อป้องกันพระนคร แต่เมื่อเวลาผ่านไป ป้อมปราการหมดความจำเป็น จึงถูกรื้อถอนไป ป้อมพระสุเมรุเป็น 1 ใน 2 ป้อมที่ยังคงเหลืออยู่ มีลักษณะสวยงามและเป็นประโยชน์ใช้สอยมากมาย มีเชิงเทิน ช่องยิงปืน ห้องเก็บกระสุนดินดำ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อ พ.ศ. 2524 กรมศิลปากรได้ซ่อมแซมบูรณะตามรูปแบบเดิมจากภาพถ่ายในสมัยรัชกาลที่ 5 และยังปรับปรุงบริเวณโดยรอบให้เป็นสวนสาธารณะอีกด้วย โดยให้ชื่อว่า "สวนสันติชัยปราการ" มีพลับพลา ชื่อว่า "พระที่นั่งสันติชัยปราการ"
ป้อมมหากาฬ ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ติดกับถนนมหาไชย แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทางด้านหลังมีกำแพงเมืองพระนครหลงเหลืออยู่ ป้อมมหากาฬสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในปี พ.ศ. 2326 ในปี พ.ศ. 2326 เป็นป้อม 1 ใน 14 ป้อมที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันรักษาพระนคร มีลักษณะรูปแปดเหลี่ยม มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็นป้อมประจำพระนครด้านตะวันออก
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Thursday, December 17, 2020 - 18:59
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT