ตามรอยวัดพระไกรที่วัดไตรมิตร

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Friday, March 26, 2021 - 13:52

คนกรุงเทพที่เคยโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาจะคุ้นชินกับคำว่า วัดพระยาไกร เป็นจุดเทียบเรือด่วนเจ้าพระยาท่าสุดท้ายในกรุเทพมหานคร แต่ไม่มีใครเคยพบเห็นวัดพระยาไกร  มีแต่ แขวงวัดพระยาไกร อยู่ในเขตบางคอแหลม ไปรษณีย์วัดพระยาไกร ท่าเรือวัดพระยาไกร และสถานีตำรวจนครบาลวัดพระไกร  วัดพระยาไกร หรือ วัดโชตินาราม ตำนานที่มีอายุมากกว่า 200 ปี แม้จะไม่เหลือร่องรอยวัดให้เป็นที่เคารพสักการะก็ตาม อาจเรียกได้ว่า เป็นวัดที่เหลือแต่ชื่อให้เรียกขานเท่านั้น

ภายในพระอุโบสถวัดพระยาไกรที่ East Asiatic เช่าทำสำนักงาน Photo by Antique

เดิมวัดพระยาไกรเป็นวัดเล็ก ๆ  เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงย้ายราชธานีจากฝั่งกรุงธนบุรี มายังฝั่งกรุงเทพ ที่เป็นฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา โปรดให้กรมพระราชวังบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงฟื้นฟูบ้านเมืองและพุทธศาสนา รวมทั้งวัดวาอารามที่อยู่ริมน้ำเจ้าพระยา  และวัดเล็ก ๆ แห่งนี้ ได้รองรับการอัญเชิญพระพุทธรูปโบราณตามวัดหัวเมืองทางเหนือมารักษาไว้ในพระนครจำนวนมากหลายร้อยองค์ โดยได้มาประดิษฐานที่วัด 2 องค์

โกดัง East Asiatic  Photo by Antique

ในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและปฏิสังขรณ์วัดเก่าที่ทรุดโทรม ในครั้งนั้นทรงมีรับสั่งมอบหมายให้ พระยาโชฎึกราชเศรษฐีเจ้าท่าซ้าย ให้สร้างวัด 1 วัด รวมทั้งปฏิสังขรณ์วัดเดิมด้วย  ซึ่งเป็นวัดเล็ก ๆ ที่สันนิษฐานว่าสร้างก่อนปี 2344 และวัดแห่งนั้นมีพระพุทธรูปอยู่ 2 องค์ จึงได้มีการรวมอารามเล็กแห่งนี้กับการสร้างวัดขึ้นใหม่ในพื้นที่กว้างขวางกว่าเดิม  เมื่อสร้างเสร็จได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์หนึ่งประดิษฐานในพระอุโบสถ และอีกองค์หนึ่งประดิษฐานในวิหาร

พระอุโบสถและวิหารที่สร้างขึ้นใหม่นี้ ตัวอาคารเป็นศิลปะการสร้างวัดแบบในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นการประยุกต์ดัดแปลงศิลปะจีนผสมผสานกับศิลปะไทย เกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า  “ศิลปะแบบพระราชนิยม”  วัดพระยาไกรนั้นมีรูปแบบสถาปัตยกรรมเหมือน วัดราชโอรสฯ เขตจอมทอง พระราชทานนามวัดว่า วัดโชตนาราม (เป็นพระอารามหลวง) ตามราชทินนามของ พระยาโชฎึกราชเศรษฐี  และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ท่านได้เป็นพระยาไกรโกษา  จึงเรียกชื่อวัดตามทินนามของท่านว่า วัดพระยาไกร

ประติมากรรมกรรมกรแบกข้าว ระลึกครั้งเป็นโกดังของ East Asiatic Photo by Photo APS

ด้วยพระยาไกรโกษาไม่มีบุตร ประกอบกับภรรยาท่านได้ยกที่ดินวัดให้หลวง ต่อมาวัดได้ถูกทอดทิ้งไม่มีผู้ทำนุบำรุงจึงรกร้างอยู่นาน  ในปี พ.ศ. 2440 บริษัท East Asiatic ขอเช่าที่ต่อเพื่อทำอู่ต่อเรือและโรงเลื่อย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่5 ทรงเห็นชอบให้บริษัท East Asiatic ทำการเช่าต่อเป็นเวลา 20 ปี เพื่อนำค่าเช่าที่ได้ ใช้ในการดูแลสถานที่ต่อไป

AsiaTique The Riverfront สถานที่เดิมที่เคยเป็นวัดพระยาไกร  Nitiwat Sasukwat

ต่อมาในปีพุทธศักราช 2450 พบว่า บริษัท East Asiatic กระทำการละเมิดสัญญา โดยการใช้โบสถ์และวิหารเป็นโกดังเก็บของ จึงทำการปรับขึ้นราคาค่าเช่า ปีพุทธศักราช 2461 กว่า 10 ปี ต่อมาพบว่า บริษัท East Asiatic ได้ใช้โบสถ์และวิหาร เป็นสถานที่บรรจุสุรา ทำผิดจากสัญญาที่ตกลงไว้ จึงทำการเปรียบเทียบปรับ และให้บริษัท East Asiatic ย้ายอุปกรณ์ออกไปในทันที จากการกระทำนี้ทำให้อดีตวัดพระยาไกรที่เคยเป็นถึงพระอารามหลวง คงสภาพทรุดโทรมหนักหนาสาหัส

ใน พ.ศ. 2482  ได้มีมติการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปออกจาวัดพระยาไกร  โดยที่ประชุมคณะสงฆ์อันมีสมเด็จพระวันรัตน์ องค์สังฆนายก มีเถระบัญชาให้คณะกรรมการวัดสามจีน หรือวัดไตรมิตรวิทยาราม และวัดไผ่เงินโชตนาราม ไปอัญเชิญพระพุทธรูปสององค์นั้น ไปประดิษฐานไว้ตามสมควร

วัดไตรมิตรมองจากมุมสูง Photo by Pattani Studio

ทางคณะของวัดไผ่เงินฯ ได้เดินทางไปถึงก่อน จึงเลือกอัญเชิญพระพุทธรูปสำริดซึ่งมีความสมบูรณ์ทั้งองค์ไป ประดิษฐานที่วัดไผ่เงินโชตนาราม โดยท่านและคณะกรรมการวัดได้ "หลวงพ่อสัมฤทธิ์" เป็นพระพุทธปฏิมาที่หล่อด้วยสำริดและเป็นสำริดแก่เงินจัด ปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 4 ศอกเศษ นำไปประดิษฐานที่วัดไผ่เงินโชตนาราม เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2483 โดยมีชื่อว่า “หลวงพ่อสัมฤทธิ์” 

อาคารพระมหามณฑปวัดไตรมิตร Photo by ReeAod

วัดไตรมิตรได้อัญเชิญพระพุทธรูปปูนปั้นมาไว้ที่ข้างพระเจดีย์   ปลูกเพิงสังกะสีมุงเป็นหลังคาคลุมไว้อย่างหยาบ  ๆ หลังจากนั้นเป็นเวลาประมาณ  20  ปี เมื่อพระอุโบสถและพระวิหารหลังใหม่สร้างเสร็จจึงได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐาน  แต่ในระหว่างการเคลื่อนย้าย พระพุทธรูปตกกระแทกพื้น ปูนที่หุ้มองค์พระกะเทาะออก จึงทำให้เห็นองค์พระข้างในเป็นทองคำ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2498 ได้มีการจัดสร้างพระมณฑปเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปสุโขทัยมิตรเป็นการเฉพาะดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

พระสุโขทัยไตรมิตร หรือ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร Photo by getIT

พระพุทธรูปทองคำนี้ได้ถวายพระนามว่า พระสุโขทัยไตรมิตร หรือ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร  เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการบันทึกในหนังสือบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ พระพุทธรูปทองคำองค์นี้หนักถึง 5.5 ตัน เฉพาะมูลค่าทองคำตามที่บันทึกในกินเนสบุ๊คนั้น อยู่ที่ประมาณ 28.5 ล้านปอนด์ มีหน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร องค์พระสามารถถอดได้ 9 องค์ จากฐานองค์พระขึ้นไปเนื้อทองบริสุทธิ์ 40% พระพักตร์มีเนื้อทอง 80% ส่วนพระเกศมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม เป็นเนื้อทองบริสุทธิ์ 99.99% สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย เข้าใจว่า เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ไปอัญเชิญพระพุทธรูปมาจากเมืองเหนือเพื่อนำมาประดิษฐานยังวัดสำคัญต่าง ๆ

ดังนั้น ร่องรอยที่ปรากฏทางทางกายภาพที่สามารถตามติดถึงอดีตวัดพระยาไกรได้อย่างชัดเจน  คือ การไปกราบนมัสการ พระพุทธรูปสำริดที่วัดไผ่เงิน และพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากรที่วัดไตรมิตร โดยเฉพาะองค์หลังนี้ มีชื่อเสียงขจรขจายออกไปทั่วโลก ที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะเวียนมานัสการหรือเยี่ยมชมพระพุทธรูปทองคำใหญ่ติดอันดับโลกอย่างมากมายในแต่ละปีทีเดียว

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Friday, March 26, 2021 - 13:52


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 17:54

6 Coffee Houses in Amsterdam


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:44

คอร์ตอร์ ที่ซึ่งอดีตพบกับปัจจุบัน


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:35

ความสุขอวลไอในสายลมที่ซิดนีย์


LEAVE A COMMENT