ทริปสร้างสุขด้วยธรรมชาติบำบัด

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Thursday, August 08, 2019 - 14:19

โลกยุคนี้หมุนเร็วไปหรือเปล่า? … นั่นอาจเป็นคำถามที่ถกเถียงกันบ่อยอยู่แทบทุกวันนี้ ในขณะเดียวกันเทรนด์ของการใช้ชีวิตแบบเนิบช้า (Slow Life) ก็กำลังเป็นวิถีที่มาแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้คนมากมาย (โดยเฉพาะบรรดาคนเมืองทั้งหลาย) ต่างถวิลหาสุนทรีย์ของการใช้เวลาอยู่กับตัวเองและสิ่งแวดล้อมรอบข้างให้มากขึ้น นั่นรวมไปถึงการหันมาใส่ใจดูแลตัวเอง มีความต้องการที่จะฟื้นฟูสุขภาพกายและสุขภาพใจให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน และผนวกสิ่งเหล่านี้เข้าไปกับการท่องเที่ยวเพื่อให้เป็นการเดินทางที่คุ้มค่ากับชีวิตในหลายมิติในคราวเดียวกัน

ชายหาดที่ริเวียร่า นายาริต ประเทศเม็กซิโก   Photo by Bianca CastilloบนUnsplash

ถึงแม้ว่าเทรนด์ของ Wellness Travel จะเป็นกระแสการท่องเที่ยวของคนกลุ่มเล็กๆ แต่กระแสนี้กลับกำลังมาแรง และเริ่มมีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ การท่องเที่ยวรูปแบบนี้ก็คือการหาแหล่งพักผ่อนหย่อนใจไปพร้อมฟื้นฟูหรือบำบัดจิตใจและร่างกายรวมถึงทิ้งตัวอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริงเพื่อให้ธรรมชาติเป็นตัวบำบัดชั้นเยี่ยมนั่นเอง การท่องเที่ยวในรูปแบบนี้มักจะพ่วงด้วยการออกกำลังกายแบบฝึกสมาธิไปในตัว ตลอดจนการบำบัดด้วยกระบวนการต่างๆ ทั้งยังรวมไปถึงการปรนนิบัติร่างกายด้วยการบำรุงผิวพรรณและจิตใจไปในตัวด้วย กิจกรรมที่นิยมก็เห็นจะเป็นการฝึกโยคะ สปาในรูปแบบต่างๆ การฝึกสมาธิ ไปจนถึงการกินอาหารปลอดสารพิษที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย หรือแม้แต่การนั่งอ่านหนังสืออยู่เฉยๆ กับธรรมชาติรอบข้างด้วยนั่นเอง

ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ของทะเลในริเวียร่า นายาริต Photo by https://www.youtube.com/watch?v=i29mWsRtu9k

ปัจจุบันเริ่มมีการท่องเที่ยวในรูปแบบ Wellness Travel เกิดขึ้นหลายแห่งทั่วโลก และหนึ่งในทริปบำบัดทุกข์บำรุงสุขที่เราอยากแนะนำให้ลองไปสัมผัสกันในวันนี้ก็คือวิถีชีวิตที่แสนเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ในแถบ ริเวียร่า นายาริต (Riviera Nayarit) ประเทศเม็กซิโก (Mexico) นั่นเอง แหล่งท่องเที่ยวแบบพักกายพักใจนี้กำลังเป็นที่ขึ้นชื่อของโลก เป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ รอบๆ บริเวณแถบนี้เต็มไปด้วยรีสอร์ทคุณภาพระดับโลกมากมายที่แฝงกายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างกลมกลืนลงตัว และมีบริการหลากหลายที่จะช่วยฟื้นฟูชีวิตของเราให้กลับมาสดชื่นขึ้นได้ ซึ่งนี่เป็นเสน่ห์ของดินแดนแถบนี้ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนในเม็กซิโกอีกด้วย

กลิ่นอายทรอปิคาน่าแห่งทวีปอเมริกาใต้

บรรยากาศทรอปิคาน่าในเขตร้อนชื้น ทำให้ธรรมชาติอุดมวมสบูรณ์มาก Photo by https://www.youtube.com/watch?v=H5R35KOaQkg

จุดเด่นอย่างหนึ่งของประเทศเม็กซิโกก็คือการมีดินแดนที่ติดทะเลสองฝั่ง ทางฝั่งตะวันออกจะติดกับอ่าวเม็กซิโกและทะเลคาริเบียนที่โซนนี้จะมีกลิ่นอายของวิถีชาวเกาะที่มีสีสันน่าสนุกทีเดียว ส่วนทางฝั่งตะวันตกนั้นจะติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกทำให้โซนฝั่งนี้มีกลิ่นอายทรอปิคาน่าแบบป่าเขตร้อนที่ธรรมชาติสมบูรณ์และมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับ ริเวียร่า นายาริต (Riviera Nayarit) นั้นเป็นคำที่ใช้เรียกภูมิภาคเลียบชายฝั่งทะเลของรัฐนายาริต (Nayarit) รัฐสำคัญหนึ่งในเม็กซิโก ชายฝั่งบริเวณนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก มีความยาวราว 200 กิโลเมตร โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณเมือง ซาน บลาส (San Blas) ไปจนถึงบริเวณ นูโว วาลลาร์ตา (Nuevo Vallarta) เขตชายแดนของรัฐที่ติดกับเมืองเปอร์โตวัลลาร์ตา (Puerto Vallarta) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของรัฐจาลิสโก (Jalisco) นั่นเอง ชื่อของ ริเวียร่า นายาริต (Riviera Nayarit) นี้ยังเป็นชื่อที่ใช้ในการโปรโมทการท่องเที่ยวของแหล่งนี้อีกด้วย และถือว่าเป็นหนึ่งในแหล่งพักผ่อนหย่อนใจในกลิ่นอายทรอปิคาน่าที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว

บรรยากาศในเขตร้อนชื้นชายทะเล Photo by  https://haramararetreat.com/

หากดูในแผนที่โลกแล้วที่ตั้งของ ริเวียร่า นายาริต (Riviera Nayarit) นั้นอยู่ในเขตร้อนชื้นระดับใกล้เคียงกับเมืองไทยบ้านเรา ทำให้ภูมิอากาศและลักษณะทางธรรมชาติค่อนข้างจะใกล้เคียงกันมาก ตลอดจนวิถีชีวิตผู้คนท้องถิ่นก็ดูไม่ต่างกันมากนัก ซึ่งอาจเป็นภาพจำที่แตกต่างจากเม็กซิโกในมุมอื่นๆ ที่เรามักคุ้นเคยกัน

เสน่ห์ธรรมชาติของดินแดนสีคราม

https://haramararetreat.com/

ถ้าพูดถึงจุดเด่นของภูมิภาคนี้ก็ต้องยกให้เรื่องของธรรมชาติที่สวยงามและสมบูรณ์แบบในหลากหลายมิติ แล้วหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อระดับโลกของแถบนี้ก็คือ Marieta Islands National Park (Islas Marietas National Park) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะกลางทะเลที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าว Banderas Bay ไม่ไกลจากแหลม Punta Mita  แหล่งรวมรีสอร์ท ระดับเวิลด์คลาสชื่อดังมากมายนั่นเอง สิ่งที่ทำให้เกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกก็คือความสมบูรณ์ของธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเลที่ทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีความสมบูรณ์ทางชีวภาพสูงจนได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์กรยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นหนึ่งในเขตสงวนทางชีวภาพ (Biosphere Reserve) และเขตสงวนพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Wetland Reserve) ที่สำคัญของโลก และนั่นทำให้ Banderas Bay ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในอ่าวสไตล์ทรอปิคาน่าที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว

The Hidden Beach,  Photo by nationlparkstraveler.org  

เพชรเม็ดเอกที่เป็นไฮไลท์อันโด่งดังไปทั่วโลกนั้นต้องยกให้กับ Playa del Amor หรือฉายาที่รู้จักกันในชื่อสากลว่า The Hidden Beach (บางทีก็ถูกเรียกว่า Lovers Beach) ซึ่งหาดลับแลนี้โดดเด่นด้วยภาพของชายหาดที่อยู่ใต้โพรงหินซึ่งปากปล่องเป็นวงกลมขนาดใหญ่มองเห็นท้องฟ้าสดใสงดงาม หากมองลงมาจากด้านบนนั้นเราจะเห็นโพรงวงกลมนี้อยู่ริมทะเล พื้นที่โดยรอบปกคลุมไปด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวขจี และภายในโพรงนั้นก็คือชายหาดที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินนั่นเอง เป็นภาพที่มีสีสัดตัดกันอย่างงดงาม ทั้งยังเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกตา แล้วเหตุที่ทำให้ที่นี่ถูกตั้งฉายาว่า The Hidden Beach นั้นก็เพราะว่ามันเป็นหาดลึกลับที่ไม่สามารถเข้าไปตามทางปรกติได้ ทางเดียวที่จะเข้าไปก็คือการลอดผ่านอุโมงค์ปากถ้ำที่อยู่ในทะเลเท่านั้น ความสวยงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลยทำให้ที่นี่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน Hidden Beach ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว แล้วก็แน่นอนว่านี่คือภาพสัญลักษณ์ของ ริเวียร่า นายาริต (Riviera Nayarit) ที่ทุกคนจดจำได้เป็นอันดับแรก และเป็นภาพโปรโมทของการท่องเที่ยวแถบนี้ที่ทำให้คนจดจำได้ว่าที่นี่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

https://www.youtube.com/watch?v=rHpw4HBM4Ac

จุดเด่นของดินแดนแถบนี้อีกอย่างก็คือความหลากหลายทางธรรมชาติ บริเวณนี้ยังชุกชุมไปด้วยสัตว์นานาพันธุ์มากมาย สิ่งมีชีวิตที่โดดเด่นที่สุดจนเป็นแม่เหล็กด้านการท่องเที่ยวสำคัญของแหล่งนี้ก็คือเจ้าวาฬหลังค่อม (Humpback Whales) ที่ว่ายกลับมายังอ่าวนี้เพื่อให้กำเนิดลูกของมันเป็นประจำทุกปี ภาพของวาฬกระโจนตัวขึ้นเหนือน้ำ ตลอดจนภาพที่วาฬคุ้นเคยกับผู้คนอย่างใกล้ชิดกลายเป็นเสน่ห์อีกอย่างของท้องทะเลแถบนี้เลยทีเดียว สัตว์อีกชนิดที่มีชื่อเสียงในแถบนี้เป็นอย่างมากก็คือบรรดานกหลากหลายสายพันธุ์จนทำให้เกิดทัวร์ดูนกมากมายทั้งในส่วนนกทะเลและนกที่อยู่ในป่า พระเอกประจำแหล่งนั้นต้องยกให้กับนกบูบีตีนฟ้า (Blue-footed Booby) ที่เป็นนกประจำถิ่น มีเอกลักษณ์อยู่ที่มีตีนเป็นสีฟ้าสดใสไม่เหมือนใคร และยังเป็นนกที่พบได้เฉพาะบริเวณนี้อีกด้วย

เติมพลังชีวิตด้วยศาสตร์โยคะและธรรมชาติบำบัด

https://haramararetreat.com/

หัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวแบบ Wellness Travel ก็คือการมีเวลาอยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง การอยู่กับตัวเองนั้นยังโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่เป็นเสมือนยาที่ช่วยบำบัดและเยียวยาจิตใจชั้นดีเลยทีเดียว ท่องเที่ยวธรรมชาติกันแล้วคราวนี้ก็ถึงเวลามาพักผ่อนเอนกายตลอดจนบำบัดจิตใจกันบ้าง ซึ่งหนึ่งในที่ที่เราอยากแนะนำให้ลองมาสัมผัสมากที่สุดนี้ก็คือ Haramara Retreat รีสอร์ทที่จะมอบพลังธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูชีวิตชีวาให้กับเรา

https://haramararetreat.com/

Haramara Retreat เป็นหนึ่งในรีสอร์ทเชิงบำบัดที่โด่งดังระดับโลกกับคอนเซ็ปต์การเป็น Seaside Yoga Resort ระดับเฟิร์สคลาสท่ามกลางธรรมชาติของป่าเขตร้อนแบบทรอปิคาน่าที่สมบูรณ์ ตัวของรีสอร์ทนั้นตั้งอยู่ในเขตเนินป่าริมทะเลอย่างเป็นส่วนตัวบริเวณทางตอนเหนือของแหลม Punta Mita ที่อยู่ติดกับเมือง Sayulita ซึ่งเป็นย่านเล่นเซิร์ฟยอดนิยมของแถบนี้ จุดเด่นอันเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครก็คือการเป็นที่พักที่จะชวนคุณมาฝังตัวอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริงพร้อมการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจด้วยศาสตร์โยคะ การฝึกสมาธิ และโภชนาการที่เป็นประโยชน์

https://haramararetreat.com/

ศูนย์กลางของรีสอร์ทแห่งนี้ก็คือ Yoga Shalas เรือนโยคะที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขาสูง ตัวอาคารไม้เปิดโล่งรับลมได้รอบทิศ สามารถรับลมเย็นสบายไปพร้อมกับวิวธรรมชาติสองรูปแบบนั่นก็คือวิวทะเลสีครามอันแสนสงบกับวิวป่าไม้ทิวเขาอันเขียวขจีที่โอบล้อมรีสอร์ทแห่งนี้อยู่ อีกส่วนที่เป็นไฮไลท์เด่นไม่แพ้กันก็คือโซนของสระว่ายน้ำที่สวยงามและหรูหราไม่ต่างจากรีสอร์ทห้าดาวเลยทีเดียว สระนี้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจีและเป็นสระแบบไร้ขอบที่ให้เราสัมผัสกับวิวทะเลแบบสุดลูกหูลูกตาอย่างสวยงามอีกด้วย อีกส่วนสำคัญที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในรีสอร์ทแห่งนี้ก็คือร้านอาหารที่หรูหรามีสไตล์แต่จะเสิร์ฟเฉพาะตำรับมังสวิรัตเท่านั้น ที่สำคัญวัตถุดิบต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นพืชผักออร์แกนิกที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจแบบครบวงจรทีเดียว

https://haramararetreat.com/

ถึงแม้จะเป็นรีสอร์ทระดับหรูแต่ด้วยคอนเซ็ปต์ของการเป็น Retreat Resort สมบูรณ์แบบที่นี่จึงมีความตั้งใจที่จะให้คุณได้รับการบำบัดจากธรรมชาติอย่างที่สุด ปิดการติดต่อสื่อสารที่ไม่จำเป็น เปิดโอกาสให้คุณได้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง รีสอร์ทที่แสนสงบและเป็นส่วนตัวนี้จึงมีบ้านพักเพียง 12 หลังเท่านั้น แต่ละหลังกระจายตัวอยู่ตามเนินเขาเขียวขจีที่เห็นวิวทะเลอย่างสวยงาม ความพิเศษของบ้านแต่ละหลังนั้นเริ่มจากการเป็นบ้านในสไตล์ทรอปิคาน่าผสมผสานกลิ่นอายเอเชียลงไปอย่างกลมกลืน ตัวเรือนเป็นไม้เสียส่วนใหญ่และมีหลังคามุงใบไม้แห้งตามแบบบ้านเรือนวิถีริมทะเลโบราณ การก่อสร้างยังหวนกลับไปใช้วิถีท้องถิ่นดั้งเดิมนั่นคือการใช้มือก่อร่างสร้างอาคารล้วนๆ ไม่มีการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ทำลายธรรมชาติและสร้างมลพิษตามแบบการสร้างอาคารยุคปัจจุบัน ถึงแม้จะแลดูเป็นบ้านแบบชาวท้องถิ่นแต่ทว่าแต่ละหลังกลับถูกใส่ใจรายละเอียดอย่างประณีตจากทั้งสถาปนิกผู้ออกแบบไปจนถึงนักตกแต่งภายในเลยทีเดียว

ความหรูหราที่เรียบง่ายนั้นสัมผัสได้ด้วยตาเปล่าตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน ความเย็นสบายจากลมธรรมชาติที่พัดเข้ามาในตัวบ้านซึ่งออกแบบหน้าต่างเกือบรอบทิศเพื่อให้ลมถ่ายเทได้สะดวกและทำให้พักผ่อนได้สบายที่สุด ถึงแม้จะเป็นรีสอร์ทหรูมีระดับแต่ด้วยคอนเซ็ปต์การเป็นรีสอร์ทบำบัดด้วยธรรมชาติอย่างซีเรียสนี้จึงทำให้บ้านแต่ละหลังไม่ต่อไฟฟ้าไปถึง แน่นอนว่าทุกบ้านไม่มีการติดแอร์และไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ ทั้งสิ้น (แต่จะมีเทียนสำหรับไว้จุดให้แสงสว่าง) เรียกได้ว่าเป็นการทิ้งตัวกลับสู่วิถีดั้งเดิมที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอันแสนสงบอย่างแท้จริงทีเดียว

สัมผัสวิถีดั้งเดิมกับวัฒนธรรมหลากรูปแบบ

ดินแดนฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของเม็กซิโกนั้นยังคงเต็มไปด้วยวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เรียบง่าย ถึงแม้หลายเมืองจะเป็นเมืองท่องเที่ยวแต่ก็เป็นเมืองขนาดเล็กน่ารักที่มีเสน่ห์ท้องถิ่นเฉพาะตัว เหมาะแก่การเข้าไปสัมผัสวิถีดั้งเดิมที่เคลื่อนที่ไปอย่างเนิบช้า หลังจากซึมซับกับธรรมชาติอันสวยงามแล้วคราวนี้เราอยากแนะนำให้คุณลองแวะไปสัมผัสเสน่ห์ของแต่ละเมืองในแถบ ริเวียร่า นายาริต (Riviera Nayarit) ดูบ้าง ซึ่งเมืองต่างๆ ในแถบนี้ต่างก็มีความเฉพาะตัวที่น่าสนใจต่างกันไป

https://www.youtube.com/watch?v=jcng_hVDWjA

หนึ่งในเมืองน่าสนใจที่เราอยากแนะนำให้แวะไปเยือนนี้ก็คือเมืองที่อยู่ทางตอนเหนืออย่าง กอมโปสเตลา (Compostela) ซึ่งเป็นเมืองขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ มีกลิ่นอายของโคโลเนียลแทรกซึมอยู่ทั่วทั้งเมือง หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของเมืองนี้ก็คือโบสถ์ Templo del Señor de la misericordia อันเก่าแก่ที่ตระหง่านอยู่กลางเมืองซึ่งเป็นแหล่งรวมใจของชาวเมืองและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้ สำหรับชื่อเมืองนั้นอาจจะคล้ายกับเมืองที่สเปนอย่าง ซานเตียโกเด กอมโปสเตลา (Santiago de Compostela) ในแคว้นกาลิเซีย (Galicia) ซึ่งที่ไปที่มาของการตั้งชื่อนั้นก็เพื่อเป็นเกียรติให้กับเมืองนี้ของสเปนนั่นเอง

https://www.wondermondo.com/mexcaltitan/

อีกเมืองที่น่าสนใจนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นแปลกตาจนได้รับฉายาว่าเป็นเวนิสแห่งเม็กซิโก (Mexican Venice) เลยทีเดียว เมืองนี้ก็คือ Mexcaltitan de Uribe หรือเรียกง่ายๆ ว่า Mexcaltitan เป็นเมืองขนาดเล็กที่สร้างขึ้นบนเกาะกลางน้ำทรง (เกือบ) กลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางของเมืองราวๆ 335 เมตร ถึงแม้จะเป็นเมืองขนาดเล็ก (มาก) แต่ก็มีการวางผังเมืองอย่างเป็นระเบียบ แล้วบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ก็มีตั้งแต่บ้านเรือน โบสถ์ โรงเรียน โรงพยาบาล ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเลยทีเดียว ทุกวันนี้ประวัติการก่อตั้งเมืองยังระบุได้ไม่ชัดเจนนักแต่มีการสันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะก่อตั้งขึ้นในราวปี ค.ศ.1325 คาดว่าเป็นหนึ่งในถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของชาวแอซเท็ก (Aztec) ที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ก่อนที่จะถูกสเปนยึดครองเป็นอาณานิคมราวช่วงปี ค.ศ.1521 และสร้างประเทศเม็กซิโกขึ้นมานั่นเอง ภายหลังในช่วงยุค 1960s เป็นต้นมาทางรัฐบาลเม็กซิโกก็ได้พยายามสืบค้นเรื่องราวอย่างเป็นจริงเป็นจังถึงประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ที่จะมีความเป็นไปได้ว่าเป็นเมืองลึกลับในตำนานของชาวแอซเที่ยน (Aztian) หรือไม่ เพราะเริ่มมีการค้นพบร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงถึงเรื่องดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเสน่ห์ดินแดนทรอปิคาน่าที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และวิถีชีวิตท้องถิ่นยังคงมีความเรียบง่ายให้ได้สัมผัสกัน การฟื้นฟูชีวิตในแถบ ริเวียร่า นายาริต (Riviera Nayarit) นี้นอกจากจะได้บำบัดร่างกายแล้วยังได้เยียวยาจิตใจไปด้วยในตัว เสน่ห์หลากหลายที่ไม่เหมือนใครนี้เลยทำให้บริเวณชายฝั่งทะเลแถบนี้กำลังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และนั่นก็เป็นเสน่ห์ที่เราอยากให้คุณลองไปสัมผัสดูสักครั้งเช่นกัน

How to get there :

  • การเดินทางจากประเทศไทยสู่เม็กซิโกนั้นไม่มีบริการเที่ยวบินตรง จะต้องทำการต่อเครื่องบินยังสนามบินต่างๆ เพื่อมาต่อเครื่องไปยังสนามบินหลักของเม็กซิโกอย่าง Mexico City International Airport แล้วต่อไปยังสนามบินท้องถิ่นต่างๆ ได้ หรือบางสนามบินอย่างเช่นในอเมริกาก็มีบริการบินตรงสู่สนามบินท้องถิ่นได้เลย  
    • เส้นทางต่อเครื่องบินโซนเอเชีย
      • กรุงเทพฯ-โซล-เม็กซิโกซิตี้-ริเวียร่า นายาริต
      • กรุงเทพฯ-โตเกียว-เม็กซิโกซิตี้-ริเวียร่า นายาริต
    • เส้นทางต่อเครื่องบินโซนอเมริกา
      • กรุงเทพฯ-แอลเอ (อเมริกา)-เม็กซิโกซิตี้ / ริเวียร่า นายาริต
      • กรุงเทพฯ-ซานฟรานซิสโก (อเมริกา)-เม็กซิโกซิตี้ / ริเวียร่า นายาริต
  • การเดินทางสู่ ริเวียร่า นายาริต (Riviera Nayarit) นั้นสามารถบินลงได้สองสนามบินด้วยกัน ซึ่งทั้งสองเป็นสนามบินท้องถิ่นระดับนานาชาติ สามารถบินมาต่อเครื่องได้ทั้งจากทางสนามบินหลักของเม็กซิโกอย่าง Mexico City International Airport หรือสนามบินอื่นๆ จากทางฝั่งอเมริกาก็ได้
    • หากต้องการเริ่มต้นท่องเที่ยวเมืองทางตอนเหนือให้บินมาลงที่สนามบิน Amado Nervo national Airport (Tepic Airport) สนามบินนานาชาติของเมืองเทปิค (Tepic) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐนายาริต (Nayarit) นั่นเอง
    • หากต้องการเริ่มต้นท่องเที่ยวเมืองทางตอนใต้ โดยเฉพาะแถบแหลม Punta Mita ที่เป็นแหล่งรวมรีสอร์ทหรูระดับโลกมากมาย ให้บินมาลงที่สนามบิน Licenciado Gustavo Díaz Ordaz International Airport ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติของเมือง ปัวเอร์โต วาลลาร์ตต้า (Puerto Vallarta) ของรัฐจาลิสโก (Jalisco) นั่นเอง

หมายเหตุ : สำหรับสายการบินต่างๆ มีบริการมากมาย อาจจะหาข้อมูลตามเส้นทางการบินที่ท่านเลือกอีกครั้ง

Where to Stay :

Retreat Resort

Boutique Resort

  • ริเวียร่า นายาริต (Riviera Nayarit) สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี โดยอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ 25-28 องศาเซลเซียส อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, August 08, 2019 - 14:19


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Saturday, April 11, 2020 - 08:26

กักตัวแบบหรู สบายกับ 14 Days Health Watch


LEAVE A COMMENT