นอยชวานสไตน์ ปราสาทงามแห่งความรัก ความลุ่มหลง

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Wednesday, July 10, 2019 - 14:12

“งดงามราวปราสาทในเทพนิยาย” นับเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินไปเลยสำหรับ "นอยชวานสไตน์" ปราสาทสีขาวที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา รายล้อมด้วยภูมิทัศน์อันสวยงามของแมกไม้บนเทือกเขาแอลป์ และความงามของทะเลสาบด้านล่าง สถานที่ซึ่งก่อกำเนิดขึ้นจากความรัก ความลุ่มหลง ความทุ่มเท ของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งแคว้นบาวาเรีย (25 สิงหาคม ค.ศ.1845 - 13 มิถุนายน ค.ศ.1886)  ผู้ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่มีพระชนมายุเพียง 18 ชันษา พระองค์เป็นกษัตริย์ที่สนใจศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรมเป็นอย่างมาก จนอาจจะเรียกได้ว่ามากกว่าการปกครองบ้านเมืองด้วยซ้ำไป

ปราสาทน็อยชวานชไตน์ เป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี สร้างในสมัยพระเจ้าลูทวิชที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วง ค.ศ. 1845–1886 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทรา ที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ รวมไปถึงที่แดนเนรมิต

ปราสาทนอยชวานสไตน์  ภาพถ่ายโดยJehyun Sung

เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้น ในปี ค.ศ.1869  เมื่อพระเจ้าลุดวิกที่ 2  ทรงโปรดให้สร้างปราสาทนอยชวานสไตน์ (Schloss Neuschwanstein) ด้วยพระราชทรัพย์มหาศาล  ต้องนึกภาพก่อนว่า ในสมัยนั้นเยอรมันียังไม่ได้รวมกันเป็นประเทศอย่างทุกวันนี้ แต่เป็นเพียงแว่นแคว้นต่าง ๆ ที่ปกครองตนเอง แต่ละแคว้นมีกษัตริย์ของตัวเอง พระเจ้าลุดวิกที่ 2 พระราชาแห่งแคว้นบาวาเรีย ซึ่งเป็นแคว้นที่ใหญ่และเรืองอำนาจมากในยุคนั้น ทว่าพระเจ้าลุดวิกมิได้ทรงใช้พระราชอำนาจไปในทางขยายอาณาจักร หากขยายจินตภาพ และความหลงใหลในศิลปะ และความชื่นชอบในตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับเทพของเยอรมัน และไวกิ้ง อีกทั้งยังชมชอบอุปรากรของริชาร์ด วากเนอร์ (Richard Wagner) เป็นชีวิตจิตใจ ปราสาทนอยชวานสไตน์สร้างขึ้นจากบทประพันธ์โอเปร่าของวากเนอร์ ที่ว่าด้วยอัศวินหงส์ขาว โลเฮนกริน และตั้งใจจะให้มีความหรูหราตระการตาไม่น้อยไปกว่าปราสาทในฝรั่งเศส ด้วยพระองค์มีความปรารถนาแรงกล้าที่จะให้วากเนอร์ได้มาเยือนที่นี่สักครั้ง  แต่กระทั่งถึงวันสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ ริชาร์ด วากเนอร์ก็ไม่เคยก้าวเท้ามาที่ปราสาทแห่งนี้เลย

Thai Airways

Emirates Airlines

Lufthansa Airlines

Etihad Airlines

ปราสาทนอยชวานสไตน์ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี  ภาพโดย 4K-overflight  

ปราสาทนอยชวานสไตน์ ออกแบบโดย Christian Jank ซึ่งเป็นนักออกแบบฉากละคร  นั่นจึงทำให้ภาพความฝันและความจริงผสานเข้าด้วยกัน ด้วยจินตนาการอันวิจิตร โดยใช้ทรัพย์สินเงินทองลงไปเนรมิตเพื่อเติมเต็มความฝันให้กลายเป็นปราสาทสุดอลังการ แม้ค่าก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการหล่อเลี้ยงความหรูหราเป็นจำนวนเงินมหาศาล จะมาจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ทั้งสิ้น แต่พระองค์ยังคงได้รับการต่อต้านจากเหล่าขุนนาง ด้วยข้อหาไม่มีความสามารถในการบริหาร จนกระทั่งถูกรัฐบาลบาวาเรีย ประกาศปลดพระองค์จากการเป็นกษัตริย์ในวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ.1886 หลังจากถูกปลดพระองค์ถูกนำตัวไปจำกัดบริเวณที่ปราสาทแบร์ก ในแคว้นบาวาเรีย กระทั่งสิ้นพระชนม์อย่างเป็นปริศนาในทะเลสาบ ขณะพระชันษาได้เพียง 40 ปี  เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ ตัวปราสาทนอยชวานสไตน์ถูกสร้างไปได้เพียง 1 ใน 3 ของแผนที่วางไว้ และพระเจ้าลุดวิกที่ 2 เองก็เสด็จมาประทับที่ปราสาทแห่งนี้เพียง 170 วันเท่านั้น

ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ  ภาพโดย Sky Shepherd München 

นอกจากนอยชวานสไตน์แล้ว ในสมัยของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 พระองค์ได้สร้างปราสาทไว้อีกสองหลังคือ ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof) ใกล้เมืองโอเบอร์อัมเมอร์เกา (Oberammergau) ปราสาทหลังที่สองนี้ เป็นปราสาทหลังเล็ก ๆ ในสไตล์ร็อกโคโค  เป็นหลังเดียวที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ ส่วนปราสาทหลังที่สามก็คือ ปราสาทแฮร์เรนคีมเซ (Herrenchiemsee) ที่โปรดให้สร้างขึ้นบนเกาะกลางทะเลสาบคีมเซ โดยได้ต้นแบบจากพระราชวังแวร์ซายส์ในฝรั่งเศส แต่ก็สร้างไม่เสร็จก่อนพระองค์จะสิ้นพระชนม์เช่นกัน

ปราสาทแฮร์เรนคีมเซ ภาพโดย munichcitytour

ความหลังและเรื่องราวที่เล่าขานสืบต่อกันมาทำให้ปราสาทแสนสวยเหล่านี้ยิ่งมีมนต์ขลัง ทุกวันนี้ปราสาททั้งสามแห่งของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความงาม ที่สร้างจากความหลงใหลของพระองค์ได้ทุกแห่ง แต่ถ้าจะกล่าวถึงปราสาทที่โด่งดังและได้รับความนิยมที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นปราสาทนอยชวานสไตน์ ที่นักท่องเที่ยวคุ้นตากันดี จากภาพจำของปราสาทในการ์ตูนเรื่องซินเดอเรลล่า จากผลงานของ “วอลท์ดิสนีย์“ และยังใช้เป็นต้นแบบในการสร้างปราสาทของเจ้าหญิงนิทรา ที่รอคอยเจ้าชายมาจุมพิตอยู่ในดิสนีย์ธีมปาร์คอีกด้วย

เมืองฟุสเซน ภาพโดย 4K travel  

ใครที่เคยไปสัมผัสกับปราสาทในดิสนีย์แลนด์กันมาแล้ว หากได้เดินทางมาถึงเยอรมันแล้ว ก็ควรจะไปเติมเต็มความฝันในปราสาทของเจ้าหญิงเจ้าชายตัวจริง ที่ถึงแม้เรื่องราวเบื้องหลังจะน่าเศร้าไปสักหน่อย แต่ความวิจิตรสวยงามนั้นก็ควรค่าแก่การไปเยือนเป็นอย่างยิ่ง การเดินทางไปยังปราสาทนอยชวานสไตน์นั้นสะดวกทีเดียว เพราะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง นั่งรถไฟจากเมืองมิวนิค ไปยังเมืองฟุสเซน (Füssen) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาท ลงรถไฟแล้วไปต่อรถบัสเข้าไปปราสาทอีกรอบ ณ จุดนี้อย่าเพิ่งโอ้เอ้ถ่ายรูป ขอให้ตรงดิ่งไปขึ้นรถบัส73 หรือ 78 ในทันที จะมีรถออกทุกชั่วโมง โดยรอบรถบัสจะสัมพันธ์กับรอบรถไฟที่มาลงที่สถานี ฉะนั้นถ้าพลาดไป ก็จะต้องรอรถบัสไปอีกเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

ปราสาทโฮนชวานเกา ภาพโดย MrRheingold 

รถบัสจากสถานีรถไฟจะขับตรงไปยังหมู่บ้าน โฮนชวานเกา (Hohenschwangau)  ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ  5 กิโลเมตร  ชมนกชมไม้ไปไม่นานก็จะถึงจุดขายตั๋วชมปราสาท ซึ่งนอกจากนอยชวานสไตน์แล้ว นักท่องเที่ยวจะมองเห็นปราสาทสีเหลือง ๆ อีกหลังตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ หลังนี้คือปราสาทโฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เป็นพระราชวังฤดูร้อนของ พระเจ้าแม็กซิมิเลียนที่ 2 (Maximilian II) พระบิดาของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 ปราสาทโฮนชวานเกาอยู่ไม่ห่างกันนักจากปราสาทนอยชวานสไตน์ สามารถเดินถึงกันได้ใน 20 นาที และสามารถซื้อทัวร์เข้าไปชมทั้งสองปราสาทได้ในวันเดียวกันได้ 

Marienbrücke หรือ Mary's bridge ภาพถ่ายโดยNick Randle

จากจุดจำหน่ายตั๋ว ยังคงต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อขึ้นเขาไปยังตัวปราสาท ถ้ามีเวลาและต้องการเดินชมทิวทัศน์ข้างทางเพลิน ๆ ไป ก็สามารถเดินขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ ทางเดินเป็นถนนซีเมนต์เดินสะดวกสามารถแวะชมวิวทิวทัศน์บนเขาได้ตามอัธยาศัย เหนื่อยก็พักได้เป็นระยะ เดินไปจนถึง Marienbrücke หรือ Mary's bridge ซึ่งเป็นสะพานที่ต้องเดินข้ามเพื่อไปปราสาทที่ทอดข้ามหน้าผาสูง 90 เมตร มีน้ำตกสูง 45 เมตร ไหลเรื่อยทอดผ่านทางด้านล่าง  จุดนี้คือทำเลทองสำหรับการถ่ายรูปที่จะเห็นปราสาทได้ทั้งหลังอย่างสวยที่สุด  และเป็นจุดจอดของรถบัสสำหรับคนที่ไม่อยากจะเดิน ก็เรียกใช้บริการของรถบัสหรือรถม้าจากจุดขายตั๋วขึ้นมายังปราสาทได้ แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีใดก็ตาม โปรดดูเวลาการเริ่มทัวร์ชมปราสาทบนหน้าตั๋วของคุณไว้ให้มั่น เพราะเปิดให้เข้าชมเป็นกลุ่ม ๆ ตามรอบเวลาที่กำหนดไว้บนตั๋ว และเปิดตรงตามเวลาเสียด้วย ถ้าหากพลาดแล้วก็คือพลาดเลย ค่าตั๋วก็ไม่ใช่น้อย ๆ ดังนั้นควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางขึ้นไปยังทางเข้าปราสาทด้วยอย่างน้อย ๆ สัก 1 ชั่วโมง

การทัวร์ชมภายในปราสาทนั้นนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมและเสพผลงานศิลปะของศิลปินยุคก่อนได้อย่างเต็มอิ่ม ภายใน ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป และใช้เวลาเดินชมประมาณ 30 นาที พร้อมกับมี  Audio Guide เป็นภาษาไทยให้ด้วย ปราสาทนอยชวานสไตน์ ภายนอกดูมีความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง เหมือนปราสาทในยุคกลาง มีหอคอย ป้อมปราการดูขึงขัง แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยจิตรกรรมและศิลปะในยุคต่าง ๆ ไบแซนไทน์ โรมันเนสก์ โกธิก ว่ากันว่าตามแบบแปลนของปราสาทนั้นควรจะมีห้องถึง 200 ห้อง แต่ได้สร้างสำเร็จไปเพียงสิบกว่าห้องเท่านั้นก่อนจะถูกตัดงบประมาณลง ถึงกระนั้นภายในปราสาทนักท่องเที่ยวจะได้เห็นถึงวิสัยทัศน์ จินตนาการ ความหัวก้าวหน้าของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 ที่ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สุดในขณะนั้นมารวมไว้ที่นี่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ระบบไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ระบบทำน้ำร้อนน้ำเย็น เรียกได้ว่าทันสมัยที่สุดในยุคนั้นเลยทีเดียว

หลังจากชมปราสาทแล้ว ก็ลงมาชมความน่าสนใจที่  Museum of the Bayerischen Könige 

เมื่อชมปราสาทเสร็จแล้ว ถ้าอยากจะเดินชิลไปจิบกาแฟ หรือหาของว่างทาน ก็มีร้านกาแฟวิวดี ที่ปราสาท ให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจเบาๆ ก่อนที่จะเดินหรือขึ้นรถบัสลงมาด้านล่าง ซึ่งจะมีมุมให้ถ่ายรูปปราสาทโฮนชวานเกาที่อยู่ข้างๆ ได้อีกนิดหน่อย แล้วถ้ามีเวลาเหลือก็กลับมาเก็บตกที่เมืองฟุสเซน (Füssen) เดินชมบ้านเรือนสวย ๆ ได้อีกรอบก่อนจะขึ้นรถไฟกลับไปมิวนิค หรือถ้าหากคุณต้องการจะเที่ยวชมอีก แถวนั้นก็มีโรงแรมหลายแห่ง ที่สามารถเดินไปถึงปราสาทได้ ไม่ว่าจะเลือกพักค้างแรม หรือ one day trip ที่ปราสาทนอยชวานสไตน์ ก็ได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว คือเติมเต็มจินตนาการของผู้เป็นเจ้าของ และต่อยอดความคิดให้กับศิลปินรุ่นหลัง ได้กลายเป็นภาพจำของปราสาทในเทพนิยายแสนสวย ที่มีเรื่องราวให้เล่าขานกันต่อไป

แผนที่จาก neuschwansteintickets

(Writer: ปริดาพร  กองพิลา)

How to get there :

  • เดินทางได้ 2 เส้นทาง ขึ้นอยู่กับว่าคุณสนใจเที่ยวชมเมืองไหน นอกจากเมืองฟุสเซน ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทนอยชวานสไตน์
  • เดินทางจากกรุงเทพฯ-มิวนิค ประเทศเยอรมนี มีบริการให้เลือกหลายสายการบิน ตั้งแต่การบินไทย Emirates , Lufthansa, Etihad ระยะเวลาเดินทางตั้งแต่ 10-15 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจุดแวะพัก
  • จากมิวนิค สู่เมืองฟุสเซน เดินทางด้วยรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นไปขึ้นรถบัสสาย 73 หรือ 78 ที่รอรับนักท่องเที่ยวจากสถานีรถไฟ

Where to stay :

โรงแรมในมิวนิค

Leonardo Boutique Hotel Munich (คลิกดูรายละเอียด)

Relexa Hotel München (คลิกดูรายละเอียด)

H'Otello B'01 (คลิกดูรายละเอียด)

โรงแรมในฟุสเซน

Dreimäderlhaus - Boutique Hotel (คลิกดูรายละเอียด)

Hotel Fantasia (คลิกดูรายละเอียด)

Travel Tips :

ปราสาทนอยชวานสไตน์สามารถเที่ยวได้ทุกฤดู  แต่ละช่วงเวลาก็ให้ความงดงามที่ต่างกัน แต่ชาวเยอรมันส่วนใหญ่นิยมไปฤดูร้อน

บริเวณปราสาทนอยชวานสไตน์ มีจุดให้ถ่ายรูปไม่มากนัก หากต้องการรูปปราสาทสวยๆทั้งหลัง ก็ต้องไปที่สะพานมาเรียนบรู๊ค หรือขึ้นเคเบิลคาร์ไปที่ยอดเขา Tegelberg ที่ห่างออกไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะได้มุมถ่ายรูปที่เห็นปราสาทเต็มๆ

เมื่อไปถึงจุดขายตั๋วบริเวณเชิงเขาด้านล่างที่หมู่บ้าน Hohenschwangau แล้ว จะมีทางเลือกให้ขึ้นปราสาท 3 ทาง คือ เดินขึ้นเขา ระยะทาง 1.5 กม. (40 นาที) / ขึ้นรถลาก จากจุดจอดเดินขึ้นเขาอีก 300 เมตร (5 – 10 นาที) /ขึ้นรถบัส จากจุดจอดเดินลงเขาอีก 600 เมตร (10 -15 นาที)

ราคาตั๋วปี 2019 ผู้ใหญ่ 39,00 euro / เด็กอายุไม่เกิน 18 ปี 24,50 euro

ช่วงเวลาจำหน่ายตั๋ว 24 มี.ค.-15 ต.ค. เวลา  07.30-17.00 น.  / 16 ต.ค.-23 มี.ค. เวลา 08.30-15.00 น. 

 

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, July 10, 2019 - 14:12


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 17:54

6 Coffee Houses in Amsterdam


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:44

คอร์ตอร์ ที่ซึ่งอดีตพบกับปัจจุบัน


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:35

ความสุขอวลไอในสายลมที่ซิดนีย์


LEAVE A COMMENT