POSTED BY TRAVELBARADMIN | Thursday, February 18, 2021 - 14:57
บ้านบาตรเป็นถิ่นฐานของกลุ่มอาชีพช่างฝีมือ คือหลายครอบครัวรวมตัวกันทำอาชีพเดียว คือ ทำบาตร ด้วยวิธีการแบบงานฝีมือโบราณ ที่สืบเนื่องการมายาวนาน ประมาณการว่าชุมชนนี้มีมากว่า 200 ปีแล้ว
มีการบอกเล่าต่อกันมาว่า คนบ้านบาตรเดิมเป็นชาวกรุงศรีอยุธยา อพยพมาเมื่อครั้งเสียกรุงใน พ.ศ. 2310 สันนิษฐานว่า บ้านบาตรอาจตั้งขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้สถาปนากรุงเทพมหานครขึ้นเป็นราชธานีและขุดคลองรอบกรุงขึ้นในปี พ.ศ. 2326 ชาวบ้านบาตรจึงมาตั้งบ้านเรือนในละแวกนอกคลองตามที่อยู่ปัจจุบัน ที่ ซอยบ้านบาตร ถนนบริพัตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร และในอยุธยาปัจจุบันยังมีคลองชื่อ “บ้านบาตรพระ”

บาตรที่ทำสำเร็จแล้ว Photo by pornsaichon wanthong
เมื่อชื่อบ้านบาตร ก็บ่งบอกว่ามีอาชีพทำบาตร “บาตร” เป็นภาชนะที่พระสงค์ใช้บรรจุสิ่งของ เช่น อาหาร พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติไว้ว่าสามารถใช้บาตรได้ 2 ชนิด ได้แก่ บาตรดินเผา และบาตรเหล็กรมดำ ห้ามมิให้ใช้บาตรที่ทำจากวัสดุมีค่า ดังเช่น ทองคำ เงิน ทองเหลือ ทองแดง เป็นต้น ขนาดของบาตรตั้งแต่ 7-11 นิ้ว ทว่าในปัจจุบันก็ได้มีการอนุโลมให้ใช้บาตรที่ทำจากสแตนเลส เนื่องจากทำความสะอาดง่าย สะดวกแก่การดูแล และฝาบาตรจากเดิมเป็นไม้หรือไม้ไผ่ ปัจจุบันหันมาใช้ฝาบาตรสแตนเลสกันแล้ว

บาตรของใช้ของพระภิกษุสงฆ์ Photo by.....
แต่ที่บ้านบาตรทำบาตรจากเหล็กเท่านั้น และยังทำด้วยมือแบบดั้งเดิมที่ละใบ เรียกได้ว่าเป็นงานฝีมือที่สืบทอดภูมิปัญญากันมานับหลายร้อยปีทีเดียว แม้ว่าปัจจุบันมีการผลิตบาตรด้วยการปั๊มจากแผ่นเหล็กและขายราคาถูกแล้วก็ตาม บาตรทำมือเหล่านี้ก็ยังขายได้ โดยมีพระที่เข้าใจถึงคุณค่าและชาวต่างชาติที่ซาบซึ้งในผลงานฝีมือเหล่านี้ ได้ซื้อนำกลับไปเป็นที่ระลึก

ขั้นตอนการแล่นประสานบาตร Photo by chomphunuts
ชาวชุมชนที่ยังคงสืบทอดการทำบาตรนั้น ถือกำเนิดเกิดมาก็เห็นพ่อแม่ทำอาชีพนี้แล้ว ได้ลงมือทำตั้งแต่เด็กและเมื่อสิ้นพ่อแม่ ก็สืบทอดต่อมา การทำบาตรจากเหล็กแผ่เป็นแผ่น นำมาประกอบขึ้นรูปเป็นบาตรที่สวยงามได้อย่างน่ามหัศจรรย์ใจ ทำได้หลายรูปแบบแตกต่างกันไป ตั้งแต่ทรงบาตรแบบเดิมๆ ทรงตะโก ทรงมะนาว ทรงลูกจัน ทรงหัวเสือ เป็นต้น
การทำบาตรเริ่มต้นด้วยการขึ้นรูป เรียกว่าทำขอบบาตร ตามขนาดและรูปทรงที่ต้องการ โดยนำเหล็กแผ่นมาตัดให้มีความกว้างยาวเกินขนาดที่ต้องการเล็กน้อย เพื่อเหลือเนื้อที่ไว้ประกบเข้าด้วยกัน แล้วนำมาตีขมวดเป็นวงกลม แล้วจึงตัดเหล็กเป็นรูปกากบาทเรียกว่า กง ดัดงอขึ้นรูปแล้วจึงนำมาติดกับขอบบาตร จะเกิดช่องว่างรูปสามเหลี่ยมใบโพธิ์ 4 ช่อง จากนั้นช่างได้ตัดเหล็ก 4 ชิ้นรูปร่างคล้ายใบหน้าวัวหรือกลีบดอกบัว 4 ชิ้น นำมาปิดช่องว่าง แล้วเชื่อมต่อกันด้วยการจักฟัน ตีพับเข้าด้วยกัน ตีให้งอตามรูปทรงของบาตร เมื่อประกอบกันแล้ว จะได้บาตรที่มีตะเข็บ 8 ชิ้น

ขั้นตอนลาย Photo by Usa Pakaranodom
การแล่นและลาย เมื่อได้บาตรที่มีตะเข็บ 8 ชิ้นแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนที่เรียกว่าแล่นประสาน คือการเชื่อมประสานให้เหล็กเป็นเนื้อเดียวกัน โดยใช้ผงทองแดงกับน้ำประสานทองทาให้ทั่วบาตร เป็นการเชื่อมโลหะไม่ให้มีรูรั่ว แล้วมาพ่นด้วยไฟให้แล่นประสานกันเป็นเนื้อเดียว ซึ่งเดิมนั้นใช้พ่นไฟแบบปั๊มลม ปัจจุบันใช้เครื่องเป่าลมไฟฟ้าแทน โลหะของบาตรทั้งใบแล่นประสานกันดีแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลาย คือทำรูปทรงตามแบบที่ต้องการ เริ่มที่ช่างใช้ค้อนเหล็กเคาะบาตรให้ได้รูปทรงตามต้องการ โดยใช้ค้อนลาย ที่มีด้ามโค้งงอ เคาะด้านใน โดยมีทั่งเป็นตัวรองรับบาตรจนได้รูปทรงที่ต้องการ

การตีบาตร Photo by Ruslan Kalnitsky
ตีและสุม หรือระบมบาตร เมื่อได้รูปทรงแล้ว ก็มาถึงการเคาะผิวด้านนอกให้เรียบสวยงามโดยรอบ เก็บลายละเอียดที่ยัง ขรุขระ อยู่บ้างให้เรียบเนียน จากนั้นต้องนำไปตีลายบนทั่งไม้อีกครั้ง เพื่อให้ได้รูปทรงตามต้องการ แล้วนำไปเจียรโดยใช้เครื่องเจียร แล้วจึงตะไบตกแต่งให้สวยงามอีกครั้งหนึ่ง จะได้บาตรสีเงินขึ้นเงางาม ขั้นตอนต่อมา คือ สุม หรือระบมบาตร ทาด้วยกำมะถันนำไปสุมด้วยควันไม้ที่มีความร้อนสูง บาตรที่ได้จะเป็นสีดำ แต่ก่อนจะใช้น้ำมันมะพร้าวชโลมให้ทั่วป้องกันสนิม ปัจจุบันอาจใช้น้ำยากันสนิมชโลมแทน ส่วนการทำสีบาตรหรือแกะสลักลายวิจิตรก็ขึ้นกันฝีมือช่างแต่ละคน ทั้งมีการตีตราสลักชื่อช่างผู้ทำ ก็ขึ้นกับช่างตีบาตรนั้น ๆ

การทาน้ำมันบาตร Photo by think4photop
ได้มีการก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์ไทยและภูมิปัญญาไทย (ชุมชนบ้านบาตร) อยู่ที่ซอยบ้านบาตร ถนนบริพัตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร การเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าสามยอด เลี้ยวซ้ายไปตามถนนเจริญกรุง ข้ามคลองโอ่งอ่าง เดินตรงไป เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบริพัตร เกือบถึงถนนหลวง หาป้ายเขียนว่า “ชุมชนบ้านบาตร” ตัวใหญ่อยู่หน้าซอย และหากมีความประสงค์ที่จะชมขั้นตอนการทำบาตรของชุมชนบ้านบาตร ที่นี้เขาจะทำบาตรกันทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ โดยส่วนมากจะเริ่มทำกันตอนสายๆ และเลิกทำในช่วงเย็น ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเยี่ยมชม เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป
เข้าไปติดตามดูรายละเอียดกิจกรรม ติดต่อสอบถามได้ที่ https://www.facebook.com/banbattofficial/
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Thursday, February 18, 2021 - 14:57
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT