พระบรมบรรพตในวัดสระเกศ

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Thursday, December 24, 2020 - 18:28

วัดสระเกศ หรือเรียกกันอีกอย่างหนึ่ว่า วัดภูเขาทอง  เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ริมคลองมหานาค ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย วัดสระเกศ เป็นวัดโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสะแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ แปลว่า การชำระพระเกศา เนื่องจากเคยเสด็จเข้าโขลนทวารสรงพระมุธาภิเษก (น้ำศักดิ์สิทธิ์) ตามประเพณีกลับจากทางไกลที่ วัดสะแก จึงเปลี่ยนนามว่า 'วัดสระเกศ' เมื่อเสด็จกรีธาทัพกลับจากกัมพูชามาปราบจลาจลกรุงธนบุรี ก่อนขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. 2325 

พระบรมบรรพตในวัดสระเกศ Photo by subin pumsom

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดและสร้างพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ทรงกำหนดให้เป็นพระปรางค์มีฐานย่อมุมไม้สิบสอง แต่สร้างไม่สำเร็จในรัชกาล เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงให้เปลี่ยนแบบเป็นภูเขาก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ การก่อสร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” มีความสูง 77 เมตร บนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดค้นพบที่เมืองกบิลพัสดุ์ และพิสูจน์ได้ว่าเป็นของพระสมณโคดมซึ่งเป็นส่วนแบ่งของพระราชวงศ์ศากยราชเพราะมีคำจารึกอยู่ 

ทางเดินขึ้นภูเขาทอง หรือ บรมบรรพต Photo by Cesare Palma

บรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง เป็นเจดีย์บนภูเขาจำลองตั้งอยู่ในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จากพระราชประสงค์เดิมของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงดำริให้สร้างพระปรางค์ย่อมุมไม้สิบสองขนาดใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของพระนคร คล้ายพระเจดีย์วัดภูเขาทองที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

ทางขึ้นลงของบรมบรรพต Photo by Gabe Taviano

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงมีดำริให้จัดสร้างพระเจดีย์ภูเขาทอง ไว้เป็นปูชนียสถานในพระนครเหมือนดั่งที่กรุงเก่ามีวัดภูเขาทอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายทุ่งเป็นที่สำหรับชาวพระนครศรีอยุธยาลงไปประชุมเล่นเพลงและสักวาในเทศกาลประจำปี เริ่มก่อสร้างโดยใช้โครงไม้ทำเป็นรูปปรางค์ใหญ่ ขุดฐานเอาไม้ซุงปูเป็นตาราง เอาศิลาแลงก่อขึ้นจนเสมอดินแล้วจึงก่อด้วยอิฐ ในองค์พระปรางค์เอาศิลาก้อนที่ราษฎรเก็บมาขายใส่ลงไป แต่ก่อสร้างได้ไม่เท่าไรก็ทรุด ยุบตัวพังลงมาเนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอยู่ใกล้ชายคลอง พื้นดินไม่แข็งแรงพอจึงต้องปักเสารอบ ๆ องค์พระปรางค์หลาย ๆ ชั้นไม่ให้ดินทลายออกไป จึงเริ่มก่อใหม่แต่ก็ยังทรุดอีกจึงยุติการก่อสร้างชั่วคราวจนสิ้นรัชกาลที่ 3

ท่าเรือผ่านฟ้าใกล้วัดสระเกศ Photo by Brostock

ครั้นพอถึงรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2406 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าให้สร้างใหม่ ในปี พ.ศ. 2408 รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จไปวางศิลาฤกษ์และให้เปลี่ยนชื่อใหม่ ตามพระเมรุบรมบรรพตที่ท้องสนามหลวง จากภูเขาทองเป็น "บรมบรรพต" การก่อสร้างครั้งนี้ได้แปลงพระเจดีย์องค์เดิม ให้เป็นภูเขามีพระเจดีย์อยู่ด้านบน บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอด มีบันไดเวียนขึ้นลง 2 สาย เพื่อสะดวกในเวลาเทศกาล การก่อสร้างแล้วเสร็จ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทำการก่อสร้างภูเขาทองที่ยังค้างอยู่จนสำเร็จ

ปัจจุบันบรมบรรพตถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นในบริเวณเขตนั้นเนื่องจากความสูงกว่า 59 เมตร หรือเท่าตึกสูง 19 ชั้น เคียงคู่กันกับ โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมาก และในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี จะมีงานสำคัญของบรมบรรพตคืองานพิธีห่มผ้าแดงบรมบรรพตภูเขาทอง ซึ่งจัดต่อเนื่องกันยาว 10 วัน

ป้อมมหากาฬ Photo by  Dogora Sun

ป้อมมหากาฬ ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ติดกับถนนมหาไชย แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทางด้านหลังมีกำแพงเมืองพระนครหลงเหลืออยู่ ซึงไม่ไกลกันนักกับวัดสระเกศ ป้อมมหากาฬสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ(รัชกาลที่ 1) ในปี พ.ศ. 2326 เป็นป้อม 1 ใน 14 ป้อมที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันรักษาพระนคร มีลักษณะรูปแปดเหลี่ยม มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็นป้อมประจำพระนครด้านตะวันออก ปัจจุบันป้อมมหากาฬเป็น 1 ใน 2 ป้อมที่ยังคงเหลืออยู่ในกรุงเทพมหานคร อีกป้อมหนึ่งคือป้อมพระสุเมรุ ทางกรุงเทพมหานคร และกรมศิลปากรได้บูรณะซ่อมแซมป้อมมหากาฬเมื่อคราวพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในปี พ.ศ. 2525 และได้มีการบูรณะเรื่อยมาจนมีสภาพที่เห็นในปัจจุบัน

ที่ตั้งด้านหนึ่งของป้อม นอกกำแพงพระนครเคยเป็นที่อยู่ของชุมชนของผู้คนที่ตั้งรกรากอยู่มาตั้งแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงด้านลิเกโบราณ รวมถึงเป็นแหล่งจำหน่ายดอกไม้ไฟ หรือพลุต่าง ๆ ในช่วงรัชกาลที่ 1–4 เป็นบ้านพักขุนนางชั้นสูงหลายท่าน เช่น เจ้าพระยายมราช (ครุฑ) เสนาบดีกรมเวียง (กรมเมือง) ฯลฯ เป็นต้น ปัจจุบันชาวชุมชนได้ทยอยย้ายออกจนหมดสิ้น และกรุงเทพมหานครได้ประกาศให้เป็นสวนสาธารณะ

โลหะปราสาท Photo by Sanit Fuangnakhon

โลหะปราสาท เป็นโลหะปราสาทองค์แรกและองค์เดียวของไทย และถือเป็นองค์ที่ 3 ของโลก สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ในพื้นที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร และอยู่ใกล้บริเวณลานพลับพลามหาเจษฏาบดินทร ยอดปราสาทประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

การก่อสร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ภายหลังพระองค์สวรรคตลง โลหะปราสาทก็มิได้ปรับปรุงแล้วเสร็จ จนกระทั่งได้บูรณะครั้งใหญ่จนแล้วเสร็จในสมัยพระราชปัญญาโสภณ (สุข ปุญญรํสี) ปี พ.ศ. 2506 เป็นแบบก่อโบกปูนสีแดง มณฑปทาสีขาว

ในปี พ.ศ. 2539 พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรม ได้ออกแบบวัสดุมุงและเครื่องประดับหลังคาเป็นโลหะและทองแดงรมดำ ทำให้ออกมาเป็นสีดำ และในปี พ.ศ. 2555 กรมศิลปากรได้ร่วมกับทางวัดบูรณะมณฑปให้เป็นสีทองแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2560 ดังที่เห็นได้ในปัจจุบันนี้

ทั้งวัดสระเกศ ป้อมมหากาฬ และโลหะปราสาท เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ มีมุมที่มองเห็นพร้อมกันได้ ทั้งเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีประวัติและรูปทรงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นน่าสนใจ จึงเป็นจุดหมายของการเที่ยวชมทั้งคนไปและชาวต่างประเทศเสมอมา

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, December 24, 2020 - 18:28


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 17:54

6 Coffee Houses in Amsterdam


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:44

คอร์ตอร์ ที่ซึ่งอดีตพบกับปัจจุบัน


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:35

ความสุขอวลไอในสายลมที่ซิดนีย์


LEAVE A COMMENT