ฟิจิ เสน่ห์ดินแดนสีคราม

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Wednesday, February 12, 2020 - 16:49

ฟิจิ เสน่ห์ดินแดนสีคราม

หนึ่งในหมู่เกาะที่โดดเด่นมากในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกก็คือหมู่เกาะในกลุ่มมีลาเนเชีย (Melanesia) แห่งภูมิภาคโอชีเนีย (Oceania) ที่อยู่ระหว่างตอนเหนือของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นั่นเอง แล้วประเทศในกลุ่มนี้ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็คือ ฟิจิ (Fiji) ดินแดนสีครามแห่งท้องทะเลใต้ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลายรูปแบบรวมตัวกันอยู่บนเกาะแห่งนี้ 


ท้องทะเลแห่ฟิจิ Cr.pic.:  Savir C on Unsplash

ฟิจิเป็นประเทศที่ประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยรวมทั้งสิ้น 330 เกาะ ตั้งอยู่ในเขตมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ เมืองหลวงของประเทศนี้ก็คือเมือง ซูวา (Suva) ที่ตั้งอยู่บนเกาะ วิติ เลวู (Viti Levu) ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของฟิจินั่นเอง อันที่จริงแล้วฟิจิมีประวัติศาสตร์ของชนพื้นถิ่นที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในแถบนี้มายาวนาน แต่ประเทศฟิจิในยุคใหม่นั้นเพิ่งจะก่อตั้งขึ้นเมื่อราวปี ค.ศ.1874 นี้เอง โดยผู้ที่สถาปนาประเทศนี้ขึ้นมาก็คือประเทศอังกฤษซึ่งทำให้ฟิจิกลายเป็นหนึ่งในอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ (British Crown Colony) ไปด้วย และได้ย้ายเมืองหลวงจากเดิมที่เป็นเมือง ลีวูกา (Levuka) เมืองเล็กๆ ที่ชาวยุโรปมาตั้งถิ่นฐานและทำธุรกิจก่อนหน้านี้ให้มาอยู่ที่เมืองซูวาในปี ค.ศ.1882 นั่นเอง ภายหลังต่อมาเมื่อปี ค.ศ.1970 ฟิจิก็ได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ กลายเป็นประเทศที่ปกครองตัวเองนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1987 เป็นต้นมา

 
ดินแดนแห่งฟ้าใส ทะเลสีคราม ฟิจิ Cr.pic.: Savir C on Unsplash

เสน่ห์ที่งดงามของฟิจินั้นก็คือหมู่เกาะที่อุดมสมบูรณ์ ท้องทะเลสีคราม น้ำใสแจ๋ว ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส หาดทรายขาวละเอียด โลกใต้ทะเลก็มีสีสันที่งดงามจนกลายเป็นหนึ่งในแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงของโลก และเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจมีระดับที่ขึ้นชื่อในระดับสากลอีกด้วย นั่นล่ะเสน่ห์ของดินแดนสีครามกลางมหาสมุทรที่เราอยากชวนคุณไปสัมผัสดูสักครั้ง

เมืองมรดกโลกกลางมหาสมุทร 

สถานที่แรกที่เราอยากแนะนำให้ลองแวะไปเที่ยวนั้นอาจไม่ใช่การท่องทะเลสีคราม หรือเล่นน้ำบนหาดทรายสีขาว แต่กลับเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า ซึ่งเคยเป็นอดีตเมืองหลวงแห่งแรกของฟิจิ และยังเป็นมรดกโลกหนึ่งเดียวของดินแดนหมู่เกาะนี้ด้วย 

บ้านเรือนใน ลีวูกา (Levuka) Cr.pic.:  https://www.captaincookcruisesfiji.com/

โอวาลัว (Ovalau) เป็นหนึ่งในเกาะสำคัญของฟิจิและเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของประเทศ บนเกาะนี้มีเมืองสำคัญตั้งอยู่นั่นก็คือ ลีวูกา (Levuka) ที่อยู่ทางตะวันออกของเกาะ หากย้อนไปในอดีตเมืองนี้ก่อตั้งขึ้นโดยเหล่าพ่อค้าชาวยุโรปที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานราวปี ค.ศ.1820 แล้วจึงก่อร่างสร้างเมืองขึ้นเป็นเมืองท่าการค้าสำคัญในเวลาต่อมา โดยสินค้าขึ้นชื่อของเกาะนี้ก็อย่าง เช่น มะพร้าว, อ้อย, น้ำตาล และ ปลิงทะเล เป็นต้น หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีประชากรเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีร้านค้าต่างๆ โรงแรม ไปจนถึงบาร์ จนเกิดเป็นเมืองเล็กๆ ขึ้นในช่วงราวปี ค.ศ.1870 ซึ่งในยุคแรกเริ่มนี้มีประชากรตั้งถิ่นฐานอยู่ราว 800 คนเท่านั้น ก่อนจะมีการประกาศตั้งประเทศและรัฐบาลในยุคใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ.1871 นั่นเอง ซึ่งลีวูกานี้ถือว่าเป็นเมืองที่มีการตั้งก่อนประเทศเสียด้วยซ้ำ

สภาพบ้านเรือนในแถบนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากยุคก่อนมากนัก อาคารต่างๆ ยังคงถูกรักษาไว้เป็นอย่างดี หากมองเผินๆ แล้วเมืองนี้เหมือนจะได้รับอิทธิพลมาในแบบเดียวกันกับเมืองคาวบอยของอเมริกาที่เราคุ้นชินก็ว่าได้ ซึ่งนี่คือเสน่ห์แปลกตาที่ปรากฏในดินแดนอันไกลโพ้นนี้ และกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

โบสถ์เก่าแก่ใน ลีวูกา Cr.pic.: https://www.silversea.com/

สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดคือโบสถ์เก่าแก่ซึ่งทำหน้าที่เป็นหอนาฬิกาของเมืองไปในตัว ซึ่งถือว่าเป็นโบสถ์แห่งแรกของฟิจิที่สร้างขึ้นโดยนักบวชชาวฝรั่งเศสราวปี ค.ศ.1858 ในช่วงที่มีการเริ่มตั้งเมืองนี้ใหม่ๆ ถัดไปไม่ไกลกันมากนักเราจะเห็นโครงสร้างซากอาคารโบราณอีกหนึ่งแห่งของเกาะซึ่งนี่ก็คือ Town Hall ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1898 เพื่อเป็นเกียรติในโอกาสพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีประวัติศาสตร์มากมายอยู่โดยรอบที่ทำให้เราสัมผัสกลิ่นอายอดีตได้เป็นอย่างดี เมืองอันทรงคุณค่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2013

ทะเลทรายริมชายหาด

Sigatoka Sand Dunes  Cr.pic.: http://www.343creativestrategy.com/

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของฟิจิก็คือ Sigatoka Sand Dunes ทะเลทรายริมชายหาดบนเกาะ วิติ เลวู ที่อยู่บริเวณปากแม่น้ำซิกาโตกะ (Sigatoka River) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมือง ซิกาโตกะ (Sigatoka) มากนัก ทะเลทรายนี้กินพื้นที่กว่า 6.5 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและขึ้นชื่อของฟิจิ รวมถึงยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าอีกด้วยเพราะนี่คืออุทยานแห่งชาติแห่งแรกของฟิจิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1989 นั่นเอง

นอกจากความงดงามตามธรรมชาติที่อัศจรรย์แล้ว ความสำคัญอีกอย่างของ Sigatoka Sand Dunes ก็คือการเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะในบริเวณนี้ได้มีการขุดค้นพบซากเครื่องปั้นดินเผาโบราณอายุมากกว่า 2,600 ปี โดยหลักฐานนี้แสดงถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ยุคโบราณมาก่อนและน่าจะเป็นการตั้งถิ่นฐานของชนพื้นถิ่นแลพพิตา (Lapita) ซึ่งเป็นชุมชนและวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งนั่นทำให้ที่นี่ถูกเสนอชื่อให้อยู่ในลิสต์รอพิจารณาการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกแห่งด้วย

เกาะสวรรค์ของการพักผ่อน

เกาะ เดนาลัว (Denarau Island)   Cr.pic.: Matthew Buchanan on Unsplash

มาถึงดินแดนสีครามทั้งทีก็ต้องพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ซึ่งถ้าพูดถึงเกาะที่เป็นศูนย์กลางแหล่งท่องเที่ยวของฟิจินั้นต้องยกให้กับเกาะ เดนาลัว (Denarau Island) ที่อยู่ติดกับแผ่นดินใหญ่ของเกาะ วิติ เลวู (Viti Levu) อันเป็นเกาะหลักนั่นเอง ซึ่งดูผิวเผินแล้วอาจจะเป็นแผ่นดินเดียวกันเสียด้วยซ้ำ แต่สถานะของมันก็คือเกาะส่วนบุคคลที่เอกชนมาซื้อไปและเริ่มต้นพัฒนาบริเวณนี้ขึ้นมาในปี ค.ศ.1969 ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนมือผู้ถือครองอีกหลายครั้ง 

ปัจจุบันเดนาลัวถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของฟิจิ โดยแถบนี้มีตั้งแต่รีสอร์ทหรูมีระดับที่เป็นแบรนด์ดังของโลกมากมาย มีสนามกอล์ฟที่สมบูรณ์แบบ มีร้านอาหารเลิศรส มีแหล่งชอปปิงมีระดับ มีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกสนุกมากมาย แถมยังเป็นท่าเรือหลักของฟิจิที่ไว้ขึ้นเรือยอร์ชสำหรับล่องทะเล ที่สำคัญตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาติหลักของฟิจิอีกด้วย ธรรมชาติบริเวณเกาะนี้ก็ค่อนข้างสมบูรณ์และสวยงามทั้งบนฝั่งและในท้องทะเล หาดทรายสีขาวละเอียด น้ำทะเลสีครามใสแจ๋ว แถมยังเป็นแหล่งปะการังที่สวยงาม ถือเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว

โลกใต้น้ำที่น่าตื่นตาตื่นใจ

The Great Astrolabe Reef  Cr.pic.: https://yukitour.com/

แต่ถ้าใครชอบเสน่ห์ของโลกใต้น้ำ รักการดำน้ำ ก็ต้องห้ามพลาดแวะไปดำน้ำกันที่ The Great Astrolabe Reef แหล่งปะการังที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งกินอาณาบริเวณกว่า 65 กม. ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในแหล่งปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย โดยแหล่งปะการังนี้จะอยู่บริเวณเกาะ คาดาวู (Kadavu) ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ ห่างจากเกาะหลัก วิติ เลวู (Viti Levu) ลงมาทางตอนใต้ราว 100 กม.  

The Great Astrolabe Reef นั้นได้รับการตั้งชื่อตามชื่อเรือสำรวจของกองทัพฝรั่งเศส Astrolabe ที่ออกล่องทะเลไปยังดินแดนต่างๆ ในช่วงราวศตวรรษที่ 17 และเคยผ่านมายังน่านน้ำนี้ แล้วก็ยังมีอีกแหล่งปะการังที่จะมีชื่อคล้ายกันนั่นก็คือ The Astrolabe Reef ในนิวซีแลนด์ ซึ่งก็ตั้งชื่อให้กับแหล่งปะการังด้วยเหตุผลในลักษณะเดียวกันอีกด้วย แต่แหล่งนั้นเป็นการตั้งชื่อตามมาทีหลัง ทำให้แหล่งดำน้ำที่ฟิจิมีคำว่า The Great นำหน้า เพราะมาก่อนนั่นเอง 

สำหรับความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลในแถบนี้มีค่อนช้างสูงทำให้มีสัตว์น้ำชุกชุมและปะการังงดงามและค่อนข้างสมบูรณ์มาก น้ำใส ปะการังมีสีสันสดสวย แค่ดำน้ำตื้นแบบ snorkeling ก็สามารถสัมผัสความงดงามของโลกใต้ทะเลกันได้แล้ว อีกหนึ่งพระเอกของแหล่งน้ำนี้ที่ค่อนข้างขึ้นชื่อก็คือเหล่าฝูงปลากะเบนตัวใหญ่ที่จะว่ายเวียนอยู่ในแหล่งนี้ประจำ และสร้างเอกลักษณ์ให้กับแหล่งดำน้ำนี้จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลกอีกด้วย 

คลับกลางทะเลสุดฮิป


Malamala Cr.pic.: https://malamalabeachclub.com/ 

เปลี่ยนบรรยากาศมาแฮงค์เอาท์กับความชิคริมทะเลกันบ้าง อีกหนึ่งแหล่งพักผ่อนสุดฮิปที่กำลังมาแรงและโด่งดังระดับโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ Malamala คลับเก๋บนเกาะจิ๋วส่วนตัวที่มีพื้นที่เพียง 0.02 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ถึงแม้ว่าคลับกลางทะเลแห่งนี้จะเพิ่งเปิดตัวเมื่อปี ค.ศ.2017 ที่ผ่านมา แต่คลับแห่งนี้ก็สร้างจุดเด่นด้วยการเคลมตัวเองว่านี่คือ The World’s Fist Island Beach Club คลับริมหาดบนเกาะส่วนตัวแห่งแรกของโลก ซึ่งเจ้าของคลับก็เป็นเจ้าของเกาะหนึ่งเดียวที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ห่างจากเกาะท่องเที่ยวหลักอย่างเดนาลัวไปหน่อย ใช้เวลานั่งเรือมาแค่ 25 นาทีเท่านั้น 

ทันทีที่ Malamala เปิดตัวก็สร้างกระแสข่าวที่ดังไปทั่วโลกและลงในสื่อมากมายถึงความเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ใครที่จะมาเที่ยวก็สามารถนั่งเรือมาเทียบท่าแล้วลงมาเดินทอดน่อง เล่นน้ำ อาบแดด หรือจะว่ายน้ำในสระไปพร้อมกับจิบค็อกเทลอร่อยๆ หรือไม่ก็หาวิวดีๆ นั่งอ่านหนังสือ หามุมสวยๆ นั่งทานอาหารกันได้ตามสบาย ใครที่อยากหาแหล่งท่องเที่ยวเก๋ๆ แบบไม่ตกเทรนด์ก็ต้องห้ามพลาดที่นี่เลย 

รถรางล่องไพร


EcoTrax  การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ Cr.pic.:  http://www.ecotrax.com.fj/

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่งเปิดตัวแล้วก็แข่งกันดังไม่แพ้กัน ก็คือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (ecotourism) ที่จะพาเราไปสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นของเกาะ วิติ เลวู (Viti Levu) นั่นเอง โดยเส้นทางท่องเที่ยวสุดเก๋นี้ก็คือ EcoTrax เส้นทางขี่รถรางขนาดเล็กล่องไปตามสถานที่ต่างๆ บนเกาะนั่นเอง

ทริป EcoTrax นั้นเป็นรถรางขนาดเล็กที่ผสมผสานกับจักรยาน เคลื่อนที่ด้วยการใช้แรงปั่นไปตามรางรถไฟ ซึ่งอดีตรางนี้ก็คือรางรถไฟสายเก่าแก่ที่ใช้ขนอ้อยและน้ำตาลอันเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศมาช้านาน ซึ่งรางนี้ก็จะพาดผ่านไปตามหมู่บ้านต่างๆ รวมถึงไร่ต่างๆ บนเกาะ แล้วก็ผ่านธรรมชาติอันงดงามไปพร้อมกันด้วย การท่องเที่ยวแบบขี่รถราง EcoTrax นี้เพิ่งจะเปิดตัวมาไม่นานเมื่อปี ค.ศ.2016 นี่เอง โดยได้รื้อฟื้นเส้นทางในอดีตขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ พร้อมเปลี่ยนรูปแบบรถเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นี้เข้าไปแทน โดยรถรางนี้มีสถานีเริ่มต้นที่เมือง คูวู (Cuvu) และจะขี่ไปยังเมือง นาดิ (Nadi) รวมถึงผ่านแถบ เกาะดีนาลัว (Denarau Island) ด้วย โดยระหว่างทางนั้นจะผ่านป่าโกงกาง ไร่อ้อย ป่าโปร่ง ตลอดจนหมู่บ้านต่างๆ เป็นการเที่ยวไปตามธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบพร้อมเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างน่าสนใจทีเดียว แถมยังได้ออกกำลังกายอีกต่างหากด้วย ซึ่งการทัวร์แต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 55 นาที เป็นการสัมผัสบรรยากาศของฟิจิอีกรูปแบบที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากทีเดียว

บรอดเวย์กลางทะเลอันไกลโพ้น

การแสดงที่ Vou Hub  Cr.pic.: https://fun-hub-fiji.business.site/ 

หากอยากจะชมการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นในรูปแบบการแสดงร่วมสมัยซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการแสดงสมัยใหม่ได้อย่างโดดเด่นนั้นต้องแวะมาที่ Vou Hub ที่ตั้งอยู่บนเกาะ Denarau ซึ่งการแสดงนี้เขาเคลมตัวเองว่า Fijian Broadway Production หรือการแสดงสุดอลังการที่ทำโปรดักส์ชั่นคุณภาพเช่นเดียวกับที่บรอดเวย์เลยทีเดียว

การแสดงนั้นมีชื่อว่า Fiji Untold ที่นำเอาเสน่ห์ของวัฒนธรรมที่ซ่อนเร้นอยู่บนเกาะอันไกลโพ้นมาสร้างสรรค์เป็นการแสดงร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจทีเดียว ใครที่สนใจเสพวัฒนธรรมร่วมสมัยของฟิจิที่ได้มาตรฐานระดับโลกต้องห้ามพลาดแวะมาชมโปรดักส์ชั่นอันยอดเยี่ยมนี้

เกาะมหัศจรรย์แห่งทะเลใต้


เกาะ ยาซาวา  Cr.pic.: https://www.stuff.co.nz/ 

ปิดท้ายกันด้วยการพาไปเที่ยวเกาะ ยาซาวา (Yasawa Island) ซึ่งเป็นเกาะสวรรค์ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ วิติ เลวู (Viti Levu) นั่นเอง เกาะอันงดงามในแถบนี้เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามสมบูรณ์แบบ ท้องทะเลสีคราม หาดทรายสีขาว และความงดงามอีกหลากหลายมุมมอง ซึ่งนี่คือวิวสวยๆ ของท้องทะเลใต้ที่เคยปรากฏในหนังฮอลลีวูดบ่อยๆ อีกด้วย 

ถ้ำซาวา-อิ-ลัว (Sawa-i-Lau Cave)  Cr.pic.:  https://oarsmans.com/

นอกจากท้องทะเลที่สวยงามแล้ว อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ก็คือ ถ้ำซาวา-อิ-ลัว (Sawa-i-Lau Cave) ซึ่งเป็นถ้ำหินปูนที่เกิดหินงอกหินย้อยลงไปในทะเลอย่างสวยงาม สีขาวเทาของถ้ำ ตัดกับสีเทอร์ควอยซ์ของน้ำทะเลที่มีแสงสาดส่องลงมาจากปล่องด้านบนนั้นทำให้ที่นี่มีเสน่ห์งดงามจนเคย เป็นฉากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง Blue Lagoon ซึ่งทำให้ที่นี่ยิ่งขึ้นชื่อเรื่องความงดงามอลังการขึ้นไปอีก 

เสน่ห์ของดินแดนกลางมหาสมุทรที่ฟิจิ Cr.pic.:  Maris Jool on Unsplash

ฟิจิถือว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามมีชื่อเสียงระดับโลก และวัฒนธรรมท้องถิ่นก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่น่าหลงใหล ยังมีเสน่ห์ของดินแดนสีครามกลางมหาสมุทรอีกมากมายที่เราอยากให้คุณมาลองสัมผัสฟิจิกันดูสักครั้ง ตั้งแต่ธรรมชาติอันเขียวขจีบนเกาะต่างๆ น้ำตกที่งดงาม ท้องทะเลที่ใสและสวยไม่แพ้ที่ไหน โลกใต้น้ำที่น่าตื่นตะลึง แล้วคุณจะหลงรักสวรรค์แห่งการพักผ่อนของดินแดนทะเลใต้แห่งนี้แน่นอน

How to get there :

การเดินทาง / เครื่องบิน

ไม่มีบริการเที่ยวบินตรงจากเมืองไทยถึงฟิจิ มีแต่บริการบินแบบต่อเครื่องซึ่งจะบินไปลงยังจุดหมายปลายทางที่สนามบินหลักของประเทศ Nadi International Airport (NAN) เมืองนาดิ ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกบนเกาะหลัก วิติ เลวู (Viti Levu) โดยตัวอย่างของสายการบินที่ให้บริการมีดังนี้
Qantas > สุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) – ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) – นาดิ (ฟิจิ)
Hong Kong Airline + Fiji Airways > สุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) – ฮ่องกง – นาดิ (ฟิจิ)
Thai Air Asia + Fiji Airways > ดอนเมือง (กรุงเทพฯ) – ฮ่องกง – นาดิ (ฟิจิ)

Where to stay :

ดีนาลัว (Denarau)
Hotel & Resort > SOFITEL FIJI RESORT & SPA (https://www.sofitel-fiji.com/)
Hotel & Resort > RADISSON BLU RESORT FIJI DENARAU ISLAND (https://www.radissonhotels.com/en-us/hotels/radisson-blu-resort-fiji-denarau-island)
Hotel & Resort > HILTON FIJI BEACH RESORT & SPA (https://www3.hilton.com/en/hotels/fiji/hilton-fiji-beach-resort-and-spa-NANHIHI/index.html)
Hotel & Resort > SHERATON FIJI RESORT (https://www.marriott.com/hotels/travel/nansi-sheraton-fiji-resort/)

นาดิ (Nadi)
Hostel & Budget > Bamboo Travellers (http://bambootravellers.com/)
Hostel & Budget > Bluewater Lodge (https://bluewater-lodge-fj.book.direct/en-gb)
Hostel & Budget > Rendezvous surf camp Fiji (https://www.fijirendezvous.com/surfing)

When to go :

ฤดูกาล / ฤดูท่องเที่ยว

ฟิจิมี 2 ฤดูกาลด้วยกันคือฤดูอบอุ่นและฤดูหนาว แต่อากาศจะเย็นสบายไม่หนาวจนเกินไปนัก ในฤดูอบอุ่นจะอยู่ช่วงเดือน ธ.ค.-เม.ย. อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 22-33 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูหนาวจะอยู่ช่วงเดือน พ.ค.-พ.ย. อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 19-25 องศาเซลเซียส
High Season > มิ.ย.-ก.ย. / ธ.ค.-ม.ค.
Shoulder Season > พ.ค.-ต.ค. 
Low Season > พ.ย. / ก.พ.-เม.ย. 

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, February 12, 2020 - 16:49


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 15:02

กรีซ มรดกอันงดงามแห่งอาณาจักรโบราณ


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 13:55

เสน่หาอิตาลี


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 12:52

Nicaragua นิคารากัว จุดหมายใหม่ของนักผจญภัย


LEAVE A COMMENT