ย้อนสามยุคในลพบุรี

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Wednesday, December 23, 2020 - 13:30

ลพบุรี เป็นจังหวัดในภาคกลาง เคยเป็นดินแดนศูนย์รวมอำนาจที่สำคัญแห่งหนึ่งเมื่อครั้งอาณาจักรละโว้ เนื่องจากมีพื้นที่อยู่กึ่งกลางของประเทศไทย  ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการเพาะปลูก ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์ โดยมีการค้นพบโบราณสถาน โบราณวัตถุและการตั้งถิ่นฐานของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทั้งยังเคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา และต่อมาสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้บูรณะพระราชวังเดิมสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสร้างพระที่นั่งเพิ่มขึ้นใหม่เป็นที่ประทับ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาการดูดาว และหอดูดาวในพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศ

พระปรางค์สามยอด Photo by  thanasus

อาณาจักรละโว้ เคยเป็นเมืองสำคัญของทวารวดีมาก่อน ราวพุทธศตวรรษที่ 10-12 ละโว้กลายเป็นอาณาจักรหรือเมืองขนาดใหญ่แล้วและในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-14 อาณาจักรละโว้มีความรุ่งเรืองอย่างมากโดยเฉพาะด้านพระพุทธศาสนา โดยมีเมืองลพบุรีเป็นเมืองหลวงตั้งอยู่ภาคกลางในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีอาณาเขตตั้งแต่ชัยนาทลงมาจนถึงเขตประจวบคีรีขันธ์ ทางด้านตะวันตกถึงมะริด ทวาย ด้านตะวันออกถึงนครราชสีมา

โบราณวัตถุศิลปะละโว้ Photo by Dithichaya

หลังจากพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา อาณาจักรขอมได้ขยายอิทธิพลเข้ามายังบริเวณนี้ ทำให้ความสำคัญของอาณาจักรละโว้ลดลง อิทธิพลศิลปวัฒนธรรมของขอมได้แพร่เข้ามาในดินแดนแถบนี้ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา และเลยมาทางตะวันตกได้แก่ ปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี และในช่วงเวลาดังกล่าวละโว้จึงได้รับอิทธิพลศิลปะขอม โดยนำมาผสมผสานรูปแบบให้เป็นลักษณะเฉพาะของตนเอง ได้แก่พระปรางค์สามยอด และเทวสถานปรางค์แขก จังหวัดลพบุรี ส่วนประติมากรรมศิลปะลพบุรีมักมีส่วนผสมกับศิลปะทวารวดี

ภาชนะโบราณ Photo by Dithichaya

ปลายพุทธศตวรรษที่ 17 การค้าขายระหว่างอาณาจักรละโว้กับจีนเจริญรุ่งเรืองขึ้น แต่เนื่องจากอยุธยาตั้งอยู่ใกล้ทะเล ซึ่งเป็นทำเลที่เหมาะสมกว่า ศูนย์กลางการค้าขายจึงเปลี่ยนจากลพบุรีไปอยู่ที่อยุธยา และเมื่อพระเจ้าอู่ทองสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอยุธยา และได้แผ่อิทธิพลผนวกอาณาจักรละโว้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา เป็นอันสิ้นสุดความเป็นอาณาจักรละโว้ตั้งแต่นั้นมา

กำแพงกั้นพระราชฐานชั้นนอกและชั้นกลาง Photo by Dithichaya

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2199 มีพระนามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า 'สมเด็จพระรามาธิบดี ที่ 3 เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา ขณะทรงมีพระชนมายุ 25 พรรษา หลังจากประทับในกรุงศรีอยุธยาได้10 ปี พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองลพบุรีขึ้นเป็นราชธานีแห่งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2209 และเสด็จไปประทับที่ลพบุรีทุก ๆ ปี ครั้งละเป็นเวลานานหลายเดือน กระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ. 2231 ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ลพบุรี รวมครองราชย์เป็นเวลา 32 ปี มีพระชนมายุ 46 พรรษา

พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท Photo by Dithichaya

พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ สร้างขึ้น ณ เมืองลพบุรี เมื่อประมาณ พ.ศ.2208-2209 พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์มีพื้นที่ประมาณ 43 ไร่ ออกแบบโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศส ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบไทยผสมตะวันตก  มีข้อสันนิษฐานที่สำคัญ คือ ใน พ.ศ. 2207 เกิดกรณีพิพาทระหว่างฮอลันดากับไทย ฮอลันดาได้นำเรือมาปิดปากอ่าวไทยและบังคับให้ไทยทำสนธิสัญญาเสียเปรียบทางการค้าและเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต สมเด็จพระนารายณ์ทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำใหญ่ ไม่ห่างจากทะเล และด้วยเหตุผลทางการเมืองภายในประเทศ พระองค์โปรดให้สร้างพระราชวังที่เมืองลพบุรี ใช้เป็นราชธานีที่สอง

ประตูทางออกพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท Photo by Dithichaya

เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จสวรรคต พระราชวังถูกทิ้งร้างจนกระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรด ฯ ให้ซ่อมแซมพระราชวังเดิมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อ พ.ศ.2399 โปรดให้สร้างพระที่นั่งเพิ่มขึ้น และพระราชทานชื่อพระราชวังนี้ว่า"พระนารายณ์ราชนิเวศน์" ดังนั้นสถาปัตยกรรมในราชนิเวศน์นี้ จึงผสมผสานกันระหว่างสมัยพระนารายณ์ และสมัยของรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นอาคารที่ได้รับอิทธิพลรูปแบบอาคารและเทคนิคการสร้างจากตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ พื้นที่ภายในพระราชวังแบ่งออกเป็น 3 เขต คือ เขตพระราชฐานชั้นนอก เขตพระราชฐานชั้นกลาง และเขตพระราชฐานชั้นใน

ท่อน้ำสมัยพระนารายณ์ฯ Photo by Dithichaya

ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุภายในพื้นที่ อาคาร คือ

พระที่นั่งจันทรพิศาล สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เดิมใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับประชุมเสนาบดี ใช้เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวร แสดงภาพประวัติศาสตร์ และโบราณวัตถุที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ทางเดินพระราชฐานชั้นนอกเข้าสู่ชั้นกลาง Photo by Dithichaya

พระที่นั่งพิมานมุงกุฎ เป็นตึก 3 ชั้น สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 4) ใช้เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับพัฒนาการเมืองลพบุรี ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยปัจจุบัน ดังนี้

โดยชั้นที่ 1จัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่บอกเล่าเรื่องราวเมืองลพบุรีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ (ราว 3,500 ปี ที่แล้ว) ต่อเนื่องมาจนถึงวัฒนธรรมทวารวดี

ชั้นที่ 2 จัดแสดงนิทรรศการลำดับพัฒนาการเมืองลพบุรีเป็นเรื่องราวต่อเนื่องจากชั้นที่ ๑ ต่อจากช่วงวัฒนธรรมทวารวดี เข้าสู่ช่วงความเจริญของวัฒนธรรมอิทธิพลศิลปะเขมรในประเทศไทย ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยอยุธยา จัดแสดงงานศิลปกรรมและงานช่างในสมัยอยุธยา เรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์

ส่วนชั้นที่ 3 เดิมเป็นห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 4) จัดแสดงเหมือนครั้งที่ยังประทับอยู่ มีพระแท่นบรรทม ฉลองพระองค์ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระสาทิสลักษณ์ เหรียญเงินต่าง ๆ เครื่องแก้ว เครื่องประกอบโต๊ะพระกระยาหารที่มีตราประจำพระองค์(มงกุฎ) เป็นต้น

พระที่นั่งจันทรพิศาล Photo by Dithichaya

หมู่ตึกพระประเทียบ เดิมเป็นที่ประทับและที่พักของเจ้านายฝ่ายในและข้าราชบริพารฝ่ายใน ใช้เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรและใช้เป็นพื้นที่เกี่ยวข้องกับงานนิพิพิธภัณฑ์ ปัจจุบันจัดนิทรรศการวิถีชีวิตภาคกลาง และนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทยเกี่ยวกับวิถีชีวิตพื้นบ้านลพบุรีใช้ชื่อว่า “วิถี ผู้คน ตัวตน คนลพบุรี”

บ้านวิชาเยนทร์ หรือบ้านหลวงรับทูต Photo by Dithichaya

บ้านวิชาเยนทร์ หรือบ้านหลวงรับราชทูต เป็นโบราณสถานสำคัญในเมืองลพบุรีอีกแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2228 เพื่อใช้ต้อนรับคณะทูตจากประเทศฝรั่งเศสชุดแรกที่เข้ามาในกรุงศรีอยุธยาในสมัยแผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์ อีกทั้งยังเป็นบ้านพักที่เมืองลพบุรีของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) สมุหนายกชาวกรีก คนโปรดของสมเด็จพระนารายณ์ ในบริเวณบ้านหลวงรับราชทูต มีอาณาเขตกว้างขวาง แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ด้านทิศตะวันตก เป็นที่พักอาศัยของคณะทูตชาวฝรั่งเศส ตอนกลางเป็นหอระฆังและโบสถ์คริสต์ ซึ่งอยู่ทางด้านหลัง ซุ้มประตูทางเข้าเป็นรูปจั่ว ด้านทิศตะวันออกมีบันไดขึ้นทางด้านหน้าเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลม และมีซุ้มประตูทางเข้าเป็นรูปครึ่งวงกลม ด้านหลังเป็นถังเก็บน้ำ และด้านหน้าเป็นสนามหญ้าลักษณะของสถาปัตยกรรมบ้านหลวงรับราชทูตบางหลังเป็นแบบยุโรปอย่างแท้จริง

พระแท่นบรรทมพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว Photo by Dithichaya

ดินแดนแห่งลพบุรีนี้นับว่ามีความสำคัญ ผ่านเหตุกาณณ์แห่งความรุ่งเรื่องของอาณาจักรมาหลายยุคสมัย ทั้งยังมีการค้นพบโบราณวัตถุ ซึ่งเป็นหลักฐานมากทายทั้งยุคก่อนประวัติศาสตร์ และยุคประวัติศาสตร์ ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร จึงสะดวกที่จะขับรถหรือขึ้นรถไฟไปเที่ยว ค้างสักคืนหนึ่ง หรือจะแวะทักทายหรือนำผลไม้ไปให้น้องลิงที่พระปรางค์สามยอดและศาลพระกาฬ แต่อย่าเอาไปโรยกลางถนนนะคะ เพราะจะเป็นแดนกลางที่ลิงคนละถิ่นจะเข้ามาแย่งอาหารกัน ทำให้เกิดเหตุการณ์ลิงยกพวกตีกันอีก

การออกท่องเที่ยวขอให้ท่านเช็คดูสถานการณ์การระบาดของโรคโควิค 19 ด้วยนะคะ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยค่ะ

 

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, December 23, 2020 - 13:30


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 17:54

6 Coffee Houses in Amsterdam


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:44

คอร์ตอร์ ที่ซึ่งอดีตพบกับปัจจุบัน


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:35

ความสุขอวลไอในสายลมที่ซิดนีย์


LEAVE A COMMENT