วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Sunday, April 25, 2021 - 14:47

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม  เดิมชื่อ วัดแหลม หรือ วัดไทรทอง  หลังจากปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์แล้ว (หลังปี พ.ศ. 2371 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ) กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ พร้อมพระอนุชาและพระขนิษฐาร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกันอีก 4 พระองค์ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ (ต้นราชสกุลกุญชร)

สาวงามในชุดไทยหน้าพระอุโบสถ Photo by SantiPhotoSS

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ (ต้นราชสกุลทินกร) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทนิล และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงวงศ์ มีพระประสงค์ที่จะร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดแหลม พร้อมทั้งทรงสร้างพระเจดีย์เรียงรายไว้หน้าวัด 5 องค์  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า วัดเบญจบพิตร หมายความว่า วัดของเจ้านาย 5 พระองค์ ที่ทรงร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดนี้

เสาและผนังพระอุโบสถกรุด้วยหินอ่อน Photo by Bangprikphoto

กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 กับเจ้าจอมมารดาศิลา (สกุลเดิม ณ บางช้าง) ได้ทรงเดินทางไปร่วมรบและเป็นแม่ทัพหนึ่งในการปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์  แต่ต้องเดินทางกลับมาก่อน เพื่อมาระวังรักษาป้อมทางสมุทรปราการ ด้วยเกรงว่าอังกฤษจะยกทัพเรือเข้ามาโจมตี

พระพุทธชินราชจำลอง Photo by SantiPhotoSS

ในปี พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “พระราชวังสวนดุสิต” เพื่อเป็นที่ประทับพักผ่อนพระอิริยาบถส่วนพระองค์   ซึ่งบริเวณที่ดินนี้มีวัดโบราณ  2 แห่ง คือ วัดดุสิตซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม และวัดร้างอีกแห่ง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ที่ดินของวัดสำหรับตัดเป็นถนน  พระองค์จึงทรงกระทำผาติกรรม สร้างวัดแห่งใหม่เพื่อเป็นการทดแทนตามประเพณี  โดยทรงเลือกวัดเบญจมบพิตรเป็นวัดที่ทรงสถาปนา ตามพระราชดำริว่า การสร้างวัดใหม่หลายวัดยากต่อการบำรุงรักษา ถ้ารวมเงินสร้างเป็นวัดเดียวให้เป็นวัดใหญ่  และทำโดยฝีมือประณีตจะดีกว่า จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้ทรงออกแบบก่อสร้างพระอุโบสถและถาวรวัตถุอื่น ๆ และมีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายช่างก่อสร้าง

ระเบียงที่ติดต่อกับอุโบสถ Photo by Bangprikphoto

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมายังวัด ในการนี้มีพระบรมราชโองการประกาศพระบรมราชูทิศถวายที่ดินให้เป็นเขตวิสุงคามสีมาของวัด พร้อมทั้งพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดเบญจมบพิตร อันหมายถึง วัดของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 5 และเพื่อแสดงลำดับรัชกาลในมหาจักรีบรมราชวงศ์  ต่อมา พระองค์ได้ถวายที่ดินซึ่งพระองค์ขนานนามว่า ดุสิตวนาราม ให้เป็นที่วิสุงคามสีมาเพิ่มเติมแก่วัดเบญจมบพิตร และโปรดฯ ให้เรียกนามรวมกันว่า วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร  ดังนั้น ชื่อวัดจึงมีสร้อยนามต่อท้ายด้วย "ราชวรวิหาร" ดังเช่นในปัจจุบัน

สิงห์ทวารบาลแบบเขมร Photo by Eak.Temwanich

พระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมแบบสมมาตร โดยได้รับอิทธิพลการออกแบบจากยุโรป สร้างบนผังจตุรมุข มุขด้านตะวันออกขยายยาว ด้านเหนือและใต้มีมุขกระสันต่อกับระเบียง หลังคา ๔ ชั้น ด้านมุขกระสันทิศเหนือและทิศใต้ ๕ ชั้น มีระเบียงโอบรอบด้านหลังด้านหน้าพระอุโบสถ มีกำแพงแก้ว บนมุมกำแพงแก้วซ้าย-ขวา มีเสาคอนกรีตหัวเสาเป็นศิลาสลักรูปดอกบัวตูม คือเครื่องหมาย "สีมา" สำหรับด้านหน้า ส่วนสีมาด้านหลังพระอุโบสถ สลักรูปเสมาธรรมจักรที่แผ่นหินแกรนิตปูพื้นภายในกำแพงแก้ว ปูหินแกรนิตสีชมพูอ่อนและสีเทา  เสาและผนังพระอุโบสถกรุด้วยหินอ่อนจากเมืองคาราร่าห์ ประเทศอิตาลี ซึ่งถือว่าเป็นหินอ่อนที่มีคุณภาพดีที่สุดในยุคนั้น

พระพุทธรูปลีลาสัมฤทธิ์ ศิลปะสุโขทัยคลาสสิก  Photo by  deejungloei

ด้านหน้ามีสิงห์ทวารบาลแบบเขมร ที่มีลักษณะเด่นคือ ขาคู่หน้าเหยียดตรง คู่หลังนั่งย่อ หน้าบันด้านหน้าเป็นแบบไทยประเพณี มีช่อฟ้า ใบระกา   และหางหงส์   ตรงกลางหน้าบันทิศตะวันออกซึ่งเป็นด้านหน้า  ประดับด้วยรูปนารายณ์ทรงสุบรรณ สัญลักษณ์แห่งองค์พระมหากษัตริย์ที่เชื่อกันว่าคือพระนารายณ์อวตาร เช่นเดียวกับหน้าบันพระอุโบสถวัดพระแก้ว ส่วนหน้าบันทางทิศตะวันตก คือ ด้านหลัง  เป็นรูปอุณาโลม สัญลักษณ์ของพระอิศวร ส่วนระเบียงคดที่ล้อมรอบพระอุโบสถจากมุขด้านทิศเหนือเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมวนมาจรดมุขด้านทิศใต้ มีหน้าบันรูปตราประจำกระทรวงทั้งสิบสองประดับอยู่ เช่น ในภาพซ้ายบน เป็นตราราชสีห์ ของกระทรวงมหาดไทย และขวาบนเป็นตราคชสีห์ ของกระทรวงกลาโหม เป็นต้น

ด้านหลังพระอุโบสถตรงมุขด้านทิศตะวันตก มีพระพุทธรูปยืนทรงเครื่องศิลปะลพบุรี ปางห้ามญาติ  ภายในระเบียงคดมีพระพุทธรูปที่นำมาจากหัวเมืองต่าง ๆ หลังสิ้นสงครามเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 โดยมี พระพุทธรูปลีลาสัมฤทธิ์ ศิลปะสุโขทัยคลาสสิก ที่ ศ. ศิลป์ พีระศรี ศิลปินผู้มีชื่อเสียงชาวอิตาเลียน และหนึ่งในคณะผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากรชื่นชมว่างดงามที่สุดในโลก คือมีความอ่อนช้อย พลิ้วไหว แต่มั่นคงไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง และเป็นต้นแบบของพระศรีศากยะทศพลญาณฯ พระประธานพุทธมณฑล

หนึ่งในสองสะพานในวัด Photo by Bangprikphoto

พื้นปูด้วยหินแกรนิตสีชมพูอ่อนและสีเทา และมีภาพใบเสมาสลักอยู่บนพื้นด้านทิศเหนือและทิศใต้ ด้านละ 4 ใบ แทนการประดิษฐานใบเสมาในซุ้มใบเสมารอบพระอุโบสถอย่างวัดอื่น ๆ บานหน้าต่างประดับโลหะนูน ส่วนด้านบนเป็นกระจกสีภาพเทพนม ภายในประดิษฐานพระประธาน คือ พระพุทธชินราชองค์จำลอง ซึ่งล้นเกล้าฯ ร. 5 โปรดให้กรมหลวงดำรงราชานุภาพ (พระยศขณะนั้น) เสด็จไปทรงเป็นแม่กองหล่อ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก แล้วจึงอัญเชิญล่องแพลงมา โดยองค์นี้ มีพุทธศิลป์แบบสุโขทัยตอนปลายเช่นเดียวกับองค์จริง ดูจากนิ้วพระหัตถ์ทั้งสี่ที่ยาวเสมอกัน แต่ไม่มีอุณาโลมกลางพระนลาฏ 

สวนตกแต่งเป็นเขามอ Photo by SantiPhotoSS

ผนังด้านในพระอุโบสถทั้งสี่มุมจะมีซุ้มภาพเขียนแปดจอมเจดีย์ในประเทศไทย มุมละ 2 ซุ้ม   ได้แก่ พระปฐมเจดีย์ นครปฐม, พระเจดีย์ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา, พระเจดีย์วัดช้างล้อม ศรีสัชนาลัย และพระศรีรัตนธาตุเมืองชะเลียง สุโขทัย ส่วนพระปรางค์นั้น ได้แก่ พระปรางค์ประธานวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองลพบุรี, พระมหาธาตุ เมืองนครศรีธรรมราช, พระมหาธาตุหริภุญชัย เมืองลำพูน และพระธาตุพนม เมืองนครพนม หลังคาวัดและระเบียงคดมุงด้วยกระเบื้องกาบูสีเหลือง คือ กระเบืองกาบโค้งครอบแผ่นรองตามแบบจีน แต่มีเชิงชายเป็นแผ่นลายเทพนมตามแบบศิลปะไทย

ประเพณีตานก๋วยสลากชาวเหนือ จัดทุกเดือนตุลาคม Photo by Sombat Muycheen

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า "The Marble Temple" เพราะพระอุโบสถ พระระเบียง ประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากประเทศอิตาลี ประกอบกับเป็นวัดที่มีความวิจิตรงดงามด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณ ทั้งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 ที่มีการตกแต่งต่าง ๆ ที่เป็นการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น  เช่น มีการจัดแสดงภาพพระเจดีย์ พระปรางค์ พระมหาธาตุ สำคัญในขณะนั้น และนำเอาตราประจำกระทรวงทั้ง 12 กระทรวง ซึ่งเป็นระบบบริหารราชการแผ่นดินแบบใหม่มาแสดงไว้  วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามฯ จึงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศสนใจเข้าชมจำนวนมากทุกวัน

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Sunday, April 25, 2021 - 14:47


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Monday, June 14, 2021 - 12:25

เที่ยวภูเก็ต 2021


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, June 10, 2021 - 12:04

สุมาตราเหนือ อินโดนีเซีย


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, May 25, 2021 - 08:40

วัดมหาธาตุ สุโขทัย


LEAVE A COMMENT