สุดแดนไทยที่สวนผึ้ง

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Tuesday, November 10, 2020 - 14:06

สวนผึ้ง เป็นอำเภอสุดเขตแดนของประเทศไทยด้านตะวันตก อยู่ในจังหวัดราชบุรี ที่ขนาบด้วยเทือกเขาตะนาวศรี ในพื้นที่จึงมีทั้งป่าเขา น้ำตก มีธารน้ำภาชีที่ตื้นทว่าไหลเชี่ยวและยาวไกล หล่อเลี้ยงชีวิตในสวนผึ้ง ผู้คน ต้นไม้ใบหญ้า และนานาสัตว์ และด้วยยังคงพื้นที่ป่าเขาชายแดนระหว่างไทยและพม่า จึงมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขนาดสี่คนโอบขึ้นไป ต้นไม้เหล่านี้บรรดาฝูงผึ้งและมิ้มมาทำรวงรังขนาดใหญ่ รังหนึ่งกว้างเป็นเมตร และต้นหนึ่งมีมากถึง 200 รังทีเดียว จึงเป็นที่มาของชื่อ สวนผึ้ง และกว่า 20 ปีที่สวนผึ้งได้เป็นที่รู้จักว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติ และได้พัฒนามาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ออกแบบสร้างโดยมนุษย์ขึ้นโดยอาศัยต้นทุนเดิมทางธรรมชาติ

เทือกเขาตะนาวศรีทอดตัวระนาบในแนวทิศตะวันตกของสวนผึ้ง Photo by Chirawan Thaiprasansap

เดิมเป็นตำบลสวนผึ้งขึ้นกับอำเภอจอมบึง ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอสวนผึ้ง เมื่อ วันที่ 1 เมษายน 2526  มีสภาพเป็นที่ป่าและภูเขา  มีที่ราบตามไหล่เขา และที่ราบตอนกลางของพื้นที่ ใช้สำหรับการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์บ้างเล็กน้อย นอกจากมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์แล้วยังพบแร่ดีบุกตามสันเขาอีกหลายแห่ง จึงมีการขุดแร่ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์จนถึงปี พ.ศ. 2523  ทำให้มีการตัดถนนเข้าเหมือง มีผู้คนอพยพเข้ามา เกิดเป็นชุมชน ตลาด วัด โรงเรียน สถานีอนามัย ร้านค้า แต่เมื่อยุคทำเหมืองสิ้นสุดลง สวนผึ้งก็เงียบเหงาลง และได้กลับมาฟื้นตัวในยุคที่เศรษฐกิจเฟื่องฟู พ.ศ. 2530-2538 ทำให้ผู้คนเริ่มเข้ามาท่องเที่ยวและรู้จักดินแดนธรรมชาติสมบูรณ์ เกิดบ้านพักและรีสอร์ท  ร้านอาหาร ผุดขึ้นมาเรียงรายตามสองข้างถนนจนไปจรดชนชายแดนอำเภอสวนผึ้งที่ติดเทือกเขาตะนาวศรี

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

ชมหมอกยามเช้าที่ยอดเขากระโจม

ที่ราบยอดเขากระโจม  Photo by Dithichaya

จุดชมหมอกยามเช้าและค่ำที่ใกล้กรุงเทพมากที่สุด ไม่ต้องเดินทางไปถึงภาคเหนือก็สามารถชมหมอกได้แล้ว เพียงแวะมาพักค้างคืนที่สวนผึ้งแล้วตื่นแต่เช้ามืด หรือแวะไปชมช่วงพระอาทิตย์ตก โดยหมอกจะมีมากที่สุดช่วงปลายฝนต้นหนาว การเดินทางต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ไต่ขึ้นเขา เนื่องจากเส้นทางสูงชันและสมบุกสมบันมาก บางช่วงต้องลุยน้ำลึก ทั้งไต่เนินสูงเป็นระยะทางยาว จากเชิงเขาถึงยอดเขาระยะทางราว 10 กิโลเมตร หากไม่มีรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็ขับรถไปจอดที่ปากทางแล้วใช้บริการจาก “กลุ่มรักษ์เขากระโจม” ในราคาเหมาขึ้นลงไม่เกิน 1,700 บาท หรือค้างคืนคันละไม่เกิน 2,700 บาท โทรติดต่อได้ที่ 0870033885   ลักษณะภูเขามีสัณฐานยอดแหลมคล้ายกระโจมจึงเรียกเขากระโจม มีความสูง 1,045 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่แนวสุดเขตประเทศไทยภาคตะวันตก ถึงแม้ทางขึ้นจะสูงชันแต่บนยอดเขานั้นยังมีที่ราบเล็กๆ ที่ขึ้นไปชมวิวได้ บนจุดชมวิวสามารถมองเห็นได้ทั้งประเทศไทยและพม่า มีผืนป่าล้อมรอบอากาศเย็นสบายทั้งปี เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัย  

ชมวิวยามเย็นจากยอดเขากระโจม Photo by Dithichaya

น้ำตกเก้าโจน

น้ำตกเก้าโจน Photo by Jakkrit Mechanic

น้ำตกเก้าชั้น หรือ เก้าโจน (เก้ากระโจน) น้ำตกจากหน้าผาสูงกลางหุบเขาในแนวเทือกเขาตะนาวศรี แต่เดิมเคยเป็นที่รู้จักเฉพาะกลุ่มชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่เท่านั้น ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยผาก ม. 7 ต.ผาผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ห่างจากธารน้ำร้อนบ่อคลึงไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง แบ่งเป็น 9 ชั้น  มีน้ำตลอดปี หินบริเวณน้ำตกเป็นหินแกรนิต บางชั้นของน้ำตกจะพบลานหินขนาดใหญ่ ก้อนหินแกรนิตวางตัวสวยงามแปลกตาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เมื่อประมาณ พ.ศ.2484 มีบริษัทของชาวต่างชาติได้สัมปทานบัตรเข้ามาทำเหมืองแร่ที่ตอนล่างของน้ำตก และมีบริษัทของคนไทยเข้ามารับสัมปทานต่อจนกระทั่งหมดสัมปทานเมื่อ พ.ศ.2523  เมื่อครั้งยังเป็นเหมืองมีชาวกะเหรี่ยงและมอญ ตั้งรกรากบนนั้นเกือบ 30 หลัง ในสมัยนั้นน้ำที่ไหลลงมาเต็มไปด้วยโคลน ที่เกิดจากการชะล้างดินบนภูเขาเพื่อหาแร่  เมื่อเลิกเหมืองแร่ต่อมาภายหลังอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี และกลุ่มองค์กรท้องถิ่นต่างๆ จึงได้ร่วมกันพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ชั้นที่มีความสวยงามมีชื่อเสียงคือ ชั้นที่ 6 ถ้าเป็นฤดูฝนน้ำจะตกจากหน้าผาสูงลงมาสวยงามมาก

ธารน้ำร้อนบ่อคลึง

ธารน้ำร้อนบ่อคลึง Photo by สมบูรณ์ กิจบุญ

ธารน้ำแร่ไหลร้อนซึมจากใต้ดินผ่านซอกหินของเทือกเขาตะนาวศรี ไหลลงมาไม่ขาดสายตามลำธารเล็กๆ ผ่านก้อนหิน กรวด ทราย และป่าไม้สมบูรณ์ เป็นระยะทางประมาณ 150 เมตร ลงมายังบ่อน้ำร้อนด้านล่าง บ่อน้ำแร่ร้อนที่นี่มีบรรยากาศแบบไทยๆ มีประโยชน์ที่ได้จากวารีบำบัดถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมา ธารน้ำร้อนบ่อคลึงเป็นของเอกชน  คือ นายประยูร โมนยะกุล ได้ค้นพบเมื่อ ปี พ.ศ. 2468  ธารน้ำร้อนบ่อคลึงเป็นแหล่งน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่าร่างกายมนุษย์ มีน้ำแร่ไหลขึ้นมาจากใต้ดิน  บริเวณต้นธารมีอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส น้ำร้อนที่นี่ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่มีแร่ธาตุที่ระคายเคือง ใสสะอาด ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน เกลือ และแร่ธาตุอื่นๆ น้อยกว่า 1 กรัม/ลิตร เป็นน้ำพุร้อนเหมือนส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทย มีน้ำร้อนไหลตลอดทั้งปี แม้ในฤดูแล้งปริมาณน้ำไหลจะน้อยลงบ้างไม่ถึงกับแห้ง  

ธารน้ำร้อนบ่อคลึง มีบ่อน้ำร้อนให้บริการลงแช่อยู่ 3 แบบ คือ 1. สระดิน และ 2. สระปูกระเบื้อง 3. ที่แช่เท้า(ฟรี)

สระดิน เป็นบ่อที่ธารน้ำร้อนไหลลงมา จำลองเหมือนบ่อธรรมชาติ พื้นที่เปิดโล่ง มีร่มเงาต้นไม้ อุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส ค่าบริการ คนไทย – ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท ค่าบริการ ต่างชาติ – ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท

สระปูกระเบื้องเหมือนสระว่ายน้ำ  เดินเข้าไปในสวนไม้ประดับ มีความเป็นส่วนตัว มีที่นั่งแช่ในน้ำได้บรรยากาศของการแช่น้ำแร่ร้อนมากขึ้น อุณหภูมิประมาณ 56 องศาเซลเซียส ค่าบริการ คนไทย – ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท ค่าบริการ ต่างชาติ – ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 50 บาท

สุดท้ายเป็นที่แช่เท้า (ไม่เสียค่าบริการ) มี 2 จุด คือ 1.บ่อปูนสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก 2. ตรงปากท่อน้ำไหลซึ่งเป็นที่ปล่อยน้ำร้อนจากสระดินสู่สระน้ำขนาดใหญ่จะก่อปูนไว้สำหรับนั่งแช่เท้าได้

ทั้งยังสามารถเดินเข้าไปชมต้นธารน้ำร้อนและธรรมชาติข้างทาง เดินไปประมาณ 150 เมตร จะเห็นลำธารน้ำแร่ร้อนตื้นๆ มีก้อนหินสวยงาม ในตอนเช้าหรือหากอากาศเย็นจะเห็นไอน้ำสวยงาม เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ไม่ควรพลาด  เปิดบริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 น. – 17.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00 น. – 18.00 น. ค่าเข้าบริเวณเป็นค่าบำรุง 5 บาท
Website : www.bkhotspring.com

สวนผึ้ง ออร์คิด 

แวนด้าจากสวนผึ้งออร์คิด Photo by Dithichaya

สวยกล้วยไม้ที่สามารถเข้าชมดอกกล้วยไม้ในโรงปลูกอย่างใกล้ชิด  มีกล้วยไม้หลากหลายสกุลสีสันสวยงาม โดยเฉพาะกล้วยไม้บางสกุล เช่น แวนด้า ที่จะออกดอกสมบูรณ์เมื่ออยู่ในที่สูงอย่างอำเภอสวนผึ้ง  และสวนกุหลาบหลากหลายพันธุ์  ที่สามารถซื้อกลับไปปลูกหรือนำไปเป็นของฝาก โดยสามารถเลือกได้เองในสวน ภายในสวนผึ้งออร์คิด ยังมีบ่อปลาโดยมีทางเดินไปยังกลางบ่อเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับการให้อาหารปลา  สอบถามเพิ่มเติม โทร. 032-711230  หรือ 08-7915-0699

บ้านหอมเทียน

https://www.facebook.com/banhomtien

บ้านหอมเทียน เริ่มเปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547  เป็นแหล่งแหล่งท่องเที่ยวสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมเยือน  ด้วยผลงานสร้างสรรค์ศิลปะเทียนกลิ่นหอมในรูปแบบต่างๆ สีสันแปลกตา และจุดวางเรียงรายเหมือนมีการเฉลิมฉลองกันทั้งปี  เป็นจุดเริ่มต้นของความโรแมนติกในสวนผึ้ง ภายในบ้านหอมเทียนตกแต่งอย่างวินเทจด้วยของเก่าสะสมและของหายาก ภาชนะสังกะสี ตะเกียงโบราณ ของเล่นเก่า ฯลฯ กลมกลืนไปกับป่าธรรมชาติ สนุกกับกิจกรรมการทำเทียน เรียนรู้เทคนิกเบื้องต้นในการทำเทียนแฟนซี ชิมอาหารไทยอร่อยจากผลิตผลพื้นบ้าน ซื้อของที่ระลึกจากชุมชนในพื้นที่ โดยเริ่มเพลิดเพลินตั้งแต่ทางเข้าซึ่งอยู่เชิงเขา เดินขึ้นไปแวะซุ้มต่างๆ อารมณ์เหมือนเดินดูงานศิลปะในแกเลอรี่ จนสุดซอยถึงร้านกาแฟสุดเก๋ วิวสวยมองเห็นทิวเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นชายแดนประเทศพม่า เป็นจุดเช็คอินเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก สบายอารมณ์กับการดื่มกาแฟจากกระบอกไม้ไผ่ ประทับใจกับงานศิลปะและธรรมชาติที่แวดล้อมอยู่รอบกาย เดินเล่นออกไปบนสะพานดาว สะพานไม้ไผ่ที่ต่อยาวยื่นออกไป อาบไออากาศบริสุทธิ์ชมวิวพระอาทิตย์อัสดงลับขอบฟ้าสุดเขตแดนตะวันตกของประเทศไทย

เดอะ ซีนเนอรี่ วินเทจ ฟาร์ม

รีสอร์ทสไตล์ฟาร์มสเตย์วินเทจ Photo by  https://www.facebook.com/SceneryVintageFarm/

เดอะ ซีนเนอรี่ วินเทจ ฟาร์ม บ้านพักที่โอบล้อมด้วยขุนเขา รับอากาศแสนบริสุทธิ์ในทุ่งโล่ง เมฆหมอกลอยต่ำบนผืนฟ้าใส นกหลากหลายสายพันธุ์ ฝูงผีเสื้อ กับดวงดาวนับพันและพระจันทร์ดวงโตในยามค่ำคืน เป็นแม่เหล็กดึงดูดสำหรับผู้รักธรรมชาติอย่างแท้จริง พร้อมเยี่ยมชมโปรเจคใหม่ของ เดอะ ซีนเนอรี่ วินเทจ ฟาร์ม ในแปลงทดลองพืชผักสวนครัว ต้นไม้ใหญ่ ดอกไม้ประดับ รวมไปถึง หญ้าสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่เราปลูกและเลี้ยงแบบไร้สารพิษ 100% บนเนื้อที่ 123 ไร่  เป็นสถานที่ยอดฮิตโด่งดังในสวนผึ้งที่ต้องแวะมาถ่ายรูป ให้อาหารแกะและทำกิจกรรมต่างๆ ในหมู่บ้านชาวฟาร์มสไตล์ Vintage เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมบ้านเรือนที่ได้รับการออกแบบสไตล์ English Country

แกะในฟาร์ม Photo by Dithichaya

สนุกกับกิจกรรมต่างๆ มากมายอาทิ เกมส์ทุบแกะลงถัง ปาลูกโป่ง ยิงธนูแบบถูกวิธี  ขี่ม้า  แต่งกายและถ่ายภาพสไตล์ Vintage  แวะชิมไอศกรีมนมแกะรสชาติหอมหวาน มันอร่อย คุกกี้นมแกะ  ร้านขายของที่ระลึก  สินค้าตกแต่งบ้าน สินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพ  เช่น น้ำผึ้ง และร้านอาหาร Honey Scene ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม  พร้อมชมวิวมุมสูงของทุ่งเลี้ยงแกะกลางหุบเขาบัตรเข้าชม  50 บาท  แถมพร้อมหญ้าสำหรับเลี้ยงแกะ 1 กำ

เดินทางจากกรุงเทพฯ เพียง 160 กิโลเมตร ที่สวนผึ้งนี้ ท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติสมบูรณ์ของพื้นที่โล่งกว้าง ป่าเขา และความเยือกเย็นสบายของอากาศบริสุทธิ์ ที่สามารถสูดอากาศได้อย่างเต็มปอด ซึ่งนอกจากทำให้สุขภาพร่างกายฟื้นคืนแล้ว ยังเป็นพักผ่อนสงบจิตใจ หรือสนุกสนามไปกับกิจกรรม ฝูงแกะ ที่สวนผึ้งมีไว้มอบให้แก่ผู้เยี่ยมเยียนอย่างมากมาย 

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, November 10, 2020 - 14:06


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, January 26, 2021 - 10:32

ยอดเขาหินปูนในเวิ้งทะเลสาบน้ำจืดเขื่อนรัชชประภา


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Monday, January 25, 2021 - 19:25

ชีวิตสบายสบายในนครพนม


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Monday, January 25, 2021 - 05:04

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม


LEAVE A COMMENT