POSTED BY TRAVELBARADMIN | Thursday, December 24, 2020 - 15:16
รถไฟลอยน้ำแห่งเดียวในประเทศไทย เส้นทางรถไฟสายกรุงเทพไปยังตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในพื้นที่โครงการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ และตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับการกักเก็บน้ำของเขื่อน ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องย้ายเส้นทางรถไฟที่จะถูกน้ำท่วมให้ทันกับการสร้างเขื่อน แล้วสร้างวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยสร้างที่หยุดรถไฟบริเวณดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2540 ใช้เวลา 14 เดือน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541

ทางรถไฟข้ามอ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ Photo by Kusalodom
ทางรถไฟที่ย้ายมาสร้างใหม่จะแล่นเลียบอ่างเก็บน้ำเป็นระยะทางถึง 24 กิโลเมตร เมื่อได้เริ่มเดินรถผ่านเส้นทางดังกล่าว เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นขบวนรถที่วิ่งบนสันเขื่อนลัดเลาะไปข้าง ๆ อ่างเก็บน้ำ มองดูเหมือนขบวนรถวิ่งไปบนผิวน้ำ จนชาวบ้านเรียกกันว่า รถไฟลอยน้ำ และตลอด 2 ข้างทางจะได้ชมทัศนียภาพข้างทางรถไฟอันงดงามอีกด้วย
เนื่องจากมีปัญหาการเกิดน้ำท่วมขังในบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสักในฤดูน้ำหลากและขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูร้อน ประจำทุกปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงพระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมถึงการสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย

ข้าวกระเพราไก่ นำขึ้นมาขายบนรถไฟเมื่อผ่านอยุธยา Photo by Romanova Ekaterina
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ใช้เวลาดำเนินการก่อสร้างกว่า 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2537 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2542 และทำพิธีปฐมฤกษ์กักเก็บน้ำเขื่อนในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 และในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ว่า "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" อันหมายถึง "เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ "
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี แห่งรัชกาลที่ 9 ทรงทำพิธีเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 นอกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะทำการกักเก็บน้ำแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดลพบุรี ซึ่งทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีหลากหลายสถานที่

รถไฟกำลังวิ่งข้ามสะพานผ่านอ่างเก็บน้ำของเขื่อน Photo by Kusalodom
ฝั่งจังหวัดลพบุรี อาคารอเนกประสงค์ริมอ่างเก็บน้ำ มีสถานที่ปล่อยปลา และ จุดนั่งชมวิวริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พิพิธภัณฑ์ฯ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ สันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีบริการรถลากจูง ชมสันเขื่อนฯ ไป - กลับความยาว 9,720 เมตร
ทางด้านจังหวัดสระบุรี นมัสการพระพุทธรัตนมณีมหาบพิตรชลสิทธิ์มงคลชัย (หลวงปู่ใหญ่ป่าสัก) อยู่บริเวณท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และที่หยุดรถไฟเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (Pa Sak Jolasid Dam) เป็นที่หยุดรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี อยู่ในเขตทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยที่หยุดรถนี้จะมีรถไฟสายพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว คือ สายกรุงเทพ-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เปิดให้บริการในช่วงเทศกาลการท่องเที่ยว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมของทุกปี

เรือหาปลาในอ่างเก็บน้ำ Photo by Kusalodom
เส้นทางรถไฟก่อนถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก่อนถึงสถานีรถไฟหินซ้อน จะผ่านไร่ดอกทานตะวันบานสะพรั่งตลอดเส้นทางรถไฟสวยงามมาก ว่ากันว่าเป็นไร่ดอกทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดขบวนรถพิเศษนำเที่ยวชมความงามของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในช่วงฤดูหนาวทุกปี ขบวนรถออกจากกรุงเทพ 06.40 น. ถึงกรุงเทพ 17.45 น.
ทริปท่องเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ จัดโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ชวนคนไทยไปนั่งรถไฟเที่ยว "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" กับกิจกรรม "รถไฟลอยน้ำ" โดยเปิดให้จองตั๋วต้นเดือนพฤศจิกายนขอวทุกปี ฤดูท่องเที่ยวเริ่มในเดือนพฤศจิกายนไปถึงมกราคมของทุกปี ไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ และเปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น
สำหรับตารางเวลาเดินรถ "เที่ยวไป" ขบวนรถออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 07.10 น. จากนั้นจะหยุดรับ-ส่ง ผู้โดยสารตามสถานีต่าง ๆ คือ สามเสน บางซื่อ บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง รังสิต อยุธยา สระบุรี แก่งคอย แก่งเสือเต้น และระหว่างทางการรถไฟได้คัดสรรของกินอร่อยประจำท้องถิ่นที่รถไฟวิ่งผ่าน เช่นโรตีสายไหม ข้าวกระเพราไก่ ข้าวผัด ข้าวเหนียวไก่ กระจับ จากอยุธยา และเคอรี่พั๊ฟ สระบุรี ให้ซื้อรับประทานเป็นอาหารเช้ากัน

ลงชมวิวบนสะพานบนอ่างเก็บน้ำ Photo by Uma Sumalu
เมื่อถึงจุดชมวิว “รถไฟลอยน้ำ” กลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขบวนรถจะหยุดกลางสันเขื่อน ซึ่งเป็นทางรถไฟที่แล่นข้ามอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่กว้างขวางของเขื่อนฯ อันเป็นไฮไลท์ของการเดินทางมาท่องเที่ยวทริปนี้ ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงดงามของวิวทิวทัศน์ ถ่ายภาพกัน ประมาณ 30 นาที แล้วเดินทางต่อไปที่สถานีโคกสลุง แวะเที่ยวอีก 30 นาที เป็นแหล่งที่อยู่ของชุมชนไทยเบิ้ง ได้ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอมือของชุมชน เครื่อง และอาหารท้องถิ่น

พระใหญ่วัดม่วง Photo by noiAkame
จากนั้นขบวนรถจะมุ่งหน้าไปยังตัวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เวลา 11.42 น. จุดนี้เป็นจุดพักรับประทานอาหารกลางวัน, ชมการแสดงวิถีชีวิตชุมชนไทยเบิ้ง ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง, นั่งรถตัวหนอนชมวิวสันเขื่อนฯ ไปสักการะพระใหญ่ อ.วังม่วง จ.สระบุรี การรับประทานอาหารกลางวันหากต้องการรับประทานอาหารปลาน้ำจืดกันเต็มก็มีร้านใกล้เขื่อน คือ ร้านน่านน้ำป่าสัก ร้านชาวเขื่อน ร้านคนบ้านนอก เป็นต้น เพียงต้องรักษาเวลากลับมาขึ้นรถไฟเพื่อกลับกรุงเทพ "เที่ยวกลับ" ขบวนรถไฟจะออกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เวลา 15.30 น. และจะถึงสถานีกรุงเทพ เวลา 18.50 น.
แม้จะเป็นทริปสั้น ๆ เที่ยววันเดียวจบ ก็เติมความสุขในวันหยุดได้อย่างเต็มเปี่ยมทีเดียว ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนรักการเดินทางด้วยรถไฟ ชมวิวสองข้างทาง สนุกกับการรับประทานอาหารท้องถิ่น ชิลไปกับการท่องเที่ยวที่สัมผัสชาวชุมชน แล้วช้อปปิ้งปลาแห้ง ไข่เค็ม เมล็ดดอกทานตะวัน เสื้อผ้าจากผ้าฝ้ายทอมือ และอีกจิปาถะมากมาย ก่อนออกเดินทางก็อย่าลืมครีมกันแดด หมวก ร่ม แว่นตากันแดดเก๋ ๆ เตือนกัน ...แดดและลมบ้านเราไม่เคยปราณีใคร ขอให้สนุกและมีความสุขกับการเที่ยวด้วยรถไฟกันอีกทริปเน้อ
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Thursday, December 24, 2020 - 15:16
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT