อิหร่าน ความภาคภูมิใจของเผ่าพันธุ์เปอร์เซีย

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Thursday, July 18, 2019 - 17:29

อิหร่าน (Iran) หรือ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน นั้นเป็นหนึ่งในแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อนหน้านั้นประเทศนี้มีชื่อว่า “เปอร์เซีย (Persia)” ที่หลายคนมักคุ้นหูในภาพยนตร์มหากาพย์ยุคโบราณ หนึ่งในอาณาจักรที่รุ่งเรืองในอดีตกาลนั่นเอง จากประวัติศาสตร์แล้วชนกลุ่มแรกที่เริ่มก่อตั้งถิ่นฐานแถบนี้ก็คืออาณาจักรเอลาม (Elam) ที่ย้อนไปกว่า 3,200 ปี ก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว ก่อนที่อาณาจักรเปอร์เซียร์จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงยุค 600 ปี ก่อนคริสตกาลในส่วนของมุสลิม อาหรับนั้นได้เข้ามาครอบครองดินแดนในช่วงศตวรรษที่ 7 เป็นต้นมา แต่สำหรับการเป็นรัฐอิสลามยุคใหม่จริงๆ นั้นเพิ่งจะเริ่มต้นเมื่อราวปี ค.ศ.1923 จากการยึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ และมีการเปลี่ยนชื่อจาก “เปอร์เซีย” มาเป็น “อิหร่าน” อย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ.1934 นี่เอง

Persia, Photo by:http://www.nasehpour.com/tonbak/iran-iranian-persia-persian-fars-farsi.html

อิหร่านเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติมาก ตั้งแต่ทะเลทราย ทุ่งหญ้าเขียวขจี เทือกเขาสูง ไปจนถึงยอดภูเขาหิมะ นั่นทำให้อิหร่านมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลากหลายรูปแบบไม่แพ้เสน่ห์ของอารยธรรมโบราณเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้นอิหร่านยังมีความทันสมัยผสมผสานอยู่ในความเก่าแก่โบราณอย่างลงตัวด้วย ใครที่ได้มาเยือนประเทศนี้แล้วเป็นต้องตกหลุมรักเสน่ห์แห่งอารยธรรมเปอร์เซียกันทุกราย

ย้อนรอยอดีอารยธรรมอันรุ่งโรจน์

มัสยิด Nasirolmolk, Shiraz, อิหร่าน, Photo by Steven Su on Unsplash

Persepolis, Shiraz, IranPhoto by Hasan Almasi on Unsplash

หากอยากสัมผัสอารยธรรมดั้งเดิมของเปอร์เซียจริงๆ คงต้องลงมาทางตอนใต้ของประเทศ จุดเริ่มต้นที่เหมาะที่สุดก็คือเมืองชีราซ (Shiraz) ในจังหวัดฟาร์ส (Fars หรือ Pars) ที่เป็นอดีตดินแดนของอาณาจักรเปอร์เซียอันรุ่งเรืองในยุคกรีกนั่นเอง แล้วนี่ก็คือแหล่งดั้งเดิมของคนเปอร์เซียที่สืบเชื้อสายมาจนถึงปัจจุบัน แหล่งประวัติศาสตร์โลกอันสำคัญที่ควรไปเยือนก็คือ เปอร์ซีโปลิส (Persepolis)อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียอันเป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ เมืองหลวงแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นราวๆ ช่วง 515 ปีก่อนคริสตกาล สิ่งก่อสร้างที่หลงเหลืออยู่คือซากของวิหารที่พังทลาย แต่ยังคงหลงเหลือเสาหินที่แกะสลักอย่างงดงามอันเป็นภาพสะท้อนสถาปัตยกรรมอะเคมีนิด (Achaemenid Architecture) ได้เป็นอย่างดี

ท่ามกลางซากปรักหักพังนี้มีสิ่งที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงที่สุดก็คือ “ประตูแห่งทุกชนชาติ (Gate of All Nations)” หรือที่รู้จักกันดีว่า “ประตูแห่งเซิร์กซีส (Gate of Xerxes)” อันเป็นประตูของเมืองเปอร์ซีโปลิสนั่นเอง จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่าจักรพรรดิเซิร์กซีสมหาราช (Xerxes I : 486-465 ปีก่อนคริสตกาล) ทรงรับสั่งให้สร้างประตูนี้ขึ้นมา นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 เป็นต้นมาสถานที่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์โลกแห่งนี้ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) และยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี

สัมผัสจัตุรัสอิสลาม

Naqsh-e Jahan Square , Photo by https://www.youtube.com/watch?v=8uxo0HF-R0w

มาเยือนรัฐอิสลามทั้งที สิ่งที่ไม่ควรพลาดแวะไปชมก็คือจัตุรัสอิสลาม “นาคซ์ อี จาฮาน (Naqsh-e Jahan Square)” หรือชื่อที่คุ้นเคยว่า “ไมดาน อีหม่าม (Meidan Emam)” ซึ่งนี่คือจัตุรัสที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอิสฟาฮาน (Isfahan) ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในจัตุรัสอันยิ่งใหญ่ของโลก จตุรัสแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 89,600 ตารางเมตร รายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคซาฟาวิด (Safavid Era ; 1501-1736) อันเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมสไตล์เปอร์เซียที่วิจิตรงดงาม สำหรับจัตุรัสแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1598 อันเนื่องมาจากกษัตริย์ Shah Abbas ตัดสินใจที่จะย้ายเมืองหลวงจากเมืองกาซวีน (Qazvin) มาที่อิสฟาฮาน แห่งนี้ และแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1629 แล้วสถานที่ทั้งหมดนี้ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage Site) ภายใต้ชื่อ Meidan Emam, Esfahan เมื่อปี ค.ศ.1979 อีกด้วย

Shah Mosque, Photo by http://invitationtoiran.com/shah-mosque/

แต่ไฮไลท์ที่สุดของหมู่อาคารโดยรอบนี้ก็คือสุเหร่าองค์ประธานอย่าง “สุเหร่าซาห์ (Shah Mosque)” หรือที่รู้จักในชื่อ “สุเหร่าใหม่แหล่งแอบบาซี่ (New Abbasi Mosque)” หรือ Royal Mosque นั่นเอง ตัวสุเหร่าถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1611 สมัยราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavid Dynasty) โดยกษัตริย์อับบาส ที่ 1 แห่งเปอร์เซีย (Shah Abbas I of Persia) สถาปัตยกรรมนั้นสร้างอย่างอลังการ ในขณะเดียวกันก็ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม เต็มไปด้วยศิลปะอันประณีต ด้วยความงดงามนั้นทำให้สุเหร่าแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย (Persian Architecture) ในยุคอิสลามิค (Islamic Era) เลยทีเดียว

พิชิตยอดภูเขาไฟแห่งเปอร์เซีย

Damavand Mountain, Photo by  https://www.youtube.com/watch?v=JC2Bj5OD3JM

เปลี่ยนไปสัมผัสธรรมชาติกันบ้าง อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าอิหร่านเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศหลากหลายรูปแบบมากตั้งแต่ทะเลทราย ป่าไม้ ไปจนถึงภูเขาหิมะ สำหรับภูเขาที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงที่สุดของอิหร่านนั้นก็คือ “ภูเขาดามาวานด์ (Damavand)” ภูเขาไฟที่ยังจัดอยู่ว่ายังมีชีวิตอยู่นั่นเอง ภูเขาไฟแห่งนี้สูงถึง 5,610 เมตร ถือเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในเอเชีย และเป็นภูเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 12 ของโลก เลยทีเดียว

Damavand Mountain, Photo by   https://www.youtube.com/watch?v=cJONDkzq6S8

หลายคนอาจจะจดจำความงดงามของภูเขาไฟฟูจิในญี่ปุ่นได้ดี แต่มักไม่เคยรู้จักภูเขาไฟดามาวานด์นี้เลย ซึ่งภูเขาลูกนี้มีความงดงามในเรื่องความสมมาตรไม่แพ้ภูเขาไฟฟูจิของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ด้วยความสูงนั้นทำให้ภูเขาไฟลูกนี้มีหิมะปกคลุมแทบจะตลอดทั้งปี และด้วยพื้นที่ตีนภูเขาที่อยู่ในระดับสูงเช่นกันทำให้ภูเขาลูกพิชิตได้ง่าย คนจึงนิยมไปเที่ยวกัน รวมถึงมีแหล่งเล่นสกียอดฮิตอยู่ด้วย สำหรับคนที่ไม่ชอบปีนเขาสักเท่าไร ก็สามารถสัมผัสความงามของภูเขาลูกนี้ได้จากหลากหลายมุมมองที่สวยไม่แพ้ภูเขาไฟฟูจิเลยทีเดียว โดยเฉพาะในหน้าฤดูใบไม้ผลิที่ทุ่งหญ้าเขียวขจี ทำให้ภูเขาลูกนี้งดงามไม่แพ้ภูเขาในยุโรปเช่นกัน

สำหรับภูเขาดามาวานด์นี้นับว่าเป็นภูเขาที่มีประวัติศาสตร์คู่ดินแดนเปอร์เซียมานาน เดิมทีนั้นชื่อว่า “ภูเขาดอนบาวานด์ (Donbavand)” ที่แปลว่าภูเขาหลายหน้า แต่ภายหลังถูกเรียกว่า “ภูเขาดามาวานด์ (Damavand)” ที่แปลว่าภูเขาแห่งพายุหิมะซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏอยู่ในหนังสือซาห์นาเมฮ์ (Shahnameh) บันทึกตำนานราชันย์ซึ่งเป็นมหากาพย์แห่งชนชาติอิหร่านที่ประพันธ์โดย เฟอร์โดว์ซี  (Ferdowsi) กวีชื่อดังแห่งเปอร์เซียนั่นเอง  

เยือนเมืองหลวงดินแดนอิสลาม

Tehran, Photo by hassan hedayatzadeh on Unsplash

ตะลุยไปทั่วดินแดนอิหร่านเรียบร้อยแล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะย้อนกลับมาเที่ยวปิดท้ายกันที่เมืองหลวงดูบ้าง สำหรับเมืองหลวงของอิหร่านนั้นก็คือกรุง “เตหะราน (Tehran)” ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิหร่าน ไม่ไกลจากทะเลแคสเปียน (Caspian Sea) มากนัก ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจการค้าหลักแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันตกและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มเอเชียตะวันตกอีกด้วย เตหะรานนั้นถูกก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวงเมื่อปี ค.ศ.1796 โดยกษัตริย์อักกา มูฮัมหมัด คาน คะชา (Agha Mohammad Khan Qajar) แห่งราชวงศ์คะชา (Qajar Dynasty) นั่นเอง

Photo by: http://everythingaboutiranianmusic.blogspot.com/2013/02/history-of-iranian-music.html

ภายในเมืองหลวงเตหะรานนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายตั้งแต่โบราณสถานไปจนถึงสถาปัตยกรรมยุคใหม่ เราขอแนะนำให้เริ่มต้นที่ “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอิหร่าน (National Museum of Iran)” ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่ามากมายจัดแสดงอยู่ภายในอาคารอิฐแดงอันเก่าแก่คลาสสิกนี้ ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสอย่าง André Godard และ Maxime Siroux และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ ค.ศ.1937 สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นการรวมตัวกันของสองพิพิธภัณฑ์ใหญ่อย่าง “พิพิธภัณฑ์อิหร่านโบราณกาล (Museum of Ancient Iran)” ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ดั้งเดิมซึ่งเปิดตั้งแต่ปี ค.ศ.1937 กับ “พิพิธภัณฑ์แห่งยุคสมัยอิสลาม (Museum of the Islamic Era)” ซึ่งเปิดขึ้นในปี ค.ศ.1972 นั่นเอง

Golestan Palace, Photo by Steven Su on Unsplash

อีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ “พระราชวังโกเลสตาน (Golestan Palace)” หรือที่คนไทยหลายคนเรียกว่าวังสวนกุหลาบ พระราชวังแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโบราณสถานที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเตหะรานเลยล่ะ ส่วนพระราชวังดั้งเดิมนั้นสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavid Dynasty) ยังคงมีสิ่งก่อสร้างที่หลงเหลืออยู่ซึ่งก็คือป้อมปราการส่องข้าศึกและสถานอาบน้ำแบบเติร์กเท่านั้น สำหรับอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกอันวิจิตรงดงามและมีชื่อเสียงนี้สร้างขึ้นภายหลังในสมัยราชวงศ์คาจาร์ (Qajar Dynasty) ซึ่งเป็นการผสมผสานศิลปะแบบยุโรปเข้ากับศิลปวัฒนธรรมอิหร่านอย่างลงตัวและมีเสน่ห์ พระราชวังโกเลสตานนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) เมื่อปี ค.ศ.2007 และได้รับการยกย่องว่านี่คือสุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งสมัยราชวงศ์คาจาร์เลยทีเดียว

Grand Plaza, Photo by: https://www.youtube.com/watch?v=WvfpVfttyJI

อีกแหล่งท่องเที่ยวน่าหลงเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาดก็คือ Grand Bazaar ตลาดใหญ่แห่งเตหะรานที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับประตูทางออกของพระราชวังโกเลสตานนั่นเอง ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดในร่มครอบด้วยหลังคาที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงาม ตลาดมีระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร เรียงรายไปด้วยร้านค้ามากมาย สันนิษฐานว่าตลาดแห่งนี้เริ่มมีขึ้นราวปี ค.ศ.1660 โน่นเลยทีเดียว

Azadi Tower , Photo by Alireza Heydarifard on Unsplash

Milad Tower , Photo by Arman Taherian on Unsplash

มาถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสถาปัตยกรรมยุคใหม่กันบ้าง ซึ่งสัญลักษณ์ของเตหะรานที่โดดเด่นและโด่งดังนั่นก็คือหอคอยทั้งสองอย่าง “หอคอยอซาดิ (Azadi Tower)” และ “หอคอยมิลาด (Milad Tower)” นั่นเอง สำหรับหอคอยอซาดินั้นดูจะเป็นอนุสรณ์สถานผสมผสานประตูเมืองเสียมากกว่า ซึ่งหอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1971 ในสมัยพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี (Mohammad Reza Pahlavi) กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งอิหร่าน เนื่องในวาระโอกาสเฉลิมฉลอง 2,500 ปี แห่งอาณาจักรเปอร์เซียนั่นเอง ตัวหอคอยนั้นสูง 45 เมตร ด้านบนมีหอชมวิว ส่วนด้านล่างนั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ เอกลักษณ์ที่มีเสน่ห์นั้นก็คือสถาปัตยกรรมในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกเปอร์เซียซึ่งผู้ที่ออกแบบก็คือ Hossein Amanat สถาปนิกชาวอิหร่าน-แคนาดา ที่ชนะเลิศการประกวดแบบในครั้งนั้นนั่นเอง ส่วนหอคอยมิลาดหรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “หอคอยเตหะราน (Tehran Tower)” นั้นเป็นหอคอยยุคใหม่กว่า เป็นหอคอยเอนกประสงค์ที่รวมถึงการเป็นเสาส่งสัญญาณสื่อสารเหมือนกับหอคอยส่วนใหญ่ทั่วโลกด้วย หอคอยแห่งนี้สูงถึง 435 เมตร นับเป็นหอคอยที่สูงเป็นอันดับ 6 ของโลกเลยทีเดียว สร้างขึ้นในปี ค.ศ.2000 แล้วเสร็จในปี ค.ศ.2009 มีจุดชมวิวสูงสุดอยู่ที่ระดับความสูง 312 เมตร สามารถมองเห็นวิวเมืองเตหะรานในมุมสูงได้โดยรอบที่อยู่ท่ามกลางการโอบล้อมของขุนเขาโทชาล (Mount Tochal) อย่างงดงาม ส่วนผู้ที่ชนะแบบและได้ก่อสร้างในคราวนี้ก็คือบริษัท Llewely Davies อันมีชื่อเสียงโด่งดังนั่นเอง

ดินแดนเปอร์เซียนั้นเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ปัจจุบันเป็นดินแดนอิสลามที่มีเสน่ห์มากมายหลากหลายมิติเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีสิ่งเก่าผสมผสานสิ่งใหม่อย่างลงตัว ตลอดจนเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้เราไปค้นหาและสัมผัสด้วยตัวเอง  

How to get there :

เที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ-เตหะราน มีสายการบินที่ให้บริการคือ

  • Mahan Air

เที่ยวบินแบบต่อเครื่อง กรุงเทพฯ-เตหะราน มีสายการบินที่ให้บริการคือ

  • Oman Air > ต่อเครื่องที่ มัสกัต (ประเทศโอมาน)
  • Emirates Airlines > ต่อเครื่องที่ ดูใบ (ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
  • Qatar Airways > ต่อเครื่องที่ โดฮา (ประเทศกาตาร์)

When to go :

อิหร่านเป็นเมืองที่เที่ยวได้ทุกฤดูโดยแต่ละฤดูก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน

High Season : มี.ค.-พ.ค.

  • ช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด ท้องฟ้าโปร่ง ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป

Shoulder Season : มิ.ย.-ต.ค.

  • ช่วงนี้อากาศจะยังอบอุ่นอยู่แต่ก็กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว
  • ช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. เป็นช่วงที่เหมาะแก่การปีนเขาอย่างยิ่ง

Low Season : พ.ย.-ก.พ.

  • อากาศหนาว มีหิมะตกเป็นบางแห่ง ยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะ
  • เหมาะแก่การเล่นสกี

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, July 18, 2019 - 17:29


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 17:54

6 Coffee Houses in Amsterdam


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:44

คอร์ตอร์ ที่ซึ่งอดีตพบกับปัจจุบัน


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:35

ความสุขอวลไอในสายลมที่ซิดนีย์


LEAVE A COMMENT