POSTED BY TRAVELBARADMIN | Wednesday, December 09, 2020 - 19:28
เมื่อพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามเปิดตัวขึ้นมา หลังจากปิดบูรณะซ่อมแซมไปราว 5 ปี จึงมีคำถามดังๆ ตามออกมาใน Facebook ของ ต่อตระกูล ยมนาค
“บูรณะแบบไหน ถึงมาแปลงโฉม พระปรางค์ วัดอรุญเป็นโทนสีขาว
แกะกระเบื้องสี หลากสี จากจานเคลือบสีโบราณล้ำค่าหายออกไปแล้ว
ทำแบบนี้ ทำไม? ใครรู้ช่วยตอบด้วย”
(รองศาสตราจารย์ ต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เคยทำงานเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เรื่องนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ว่าใครผิด หรือถูก เพราะเรื่องได้เกิดขึ้นแล้ว แก้ไขกลับคืนมาไม่ได้ เพียงแต่จะจารึกเพื่อการรับรู้ของคนทั่ว ๆ ไป ส่วนการตัดสินหลังรับข้อมูลนั้นเป็นของแต่ละบุคคล

มุมชมวิวจากร้านอาหารแถวท่าเตียน Photo by WichitS
"ด้านฝีมือไม่ได้เลย ทำให้เปลี่ยนจากของเดิมไปจนไม่สวย ทำให้คุณค่าด้านความงามของศิลปะสูญเสียไปมากมาย"
ศาสตราจารย์สายันต์ ไพรชาญจิตร์
(อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร)
จากการเรียบเรียงจากสื่อต่าง ๆ ที่ได้กล่าวถึงทีมช่างที่มาบูรณะว่า เป็นช่างเฉพาะทางที่เคยซ่อมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) วัดราชโอรสาราม และวัดราชบุรณราชวรวิหาร(วัดเลียบ) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัดแบบพระราชนิยมในสมัย ร.3
และกล่าวกันว่า ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานในครั้งนี้เกิดจากการบูรณะครั้งก่อนในปี พ.ศ. 2511-2517 ที่เล็งเห็นความแข็งแรงเป็นหลักเลยใช้ปูนซีเมนต์ในการบูรณะ ไม่ใช่ปูนโบราณ (เกิดปัญหาจากการซ่อมครั้งก่อน?)

ยักษ์ ตัวแบกก่อนการบูรณะ Photo by arhendrix
ทั้งกล่าวว่าวัดอรุณฯ นั้นมีพื้นที่ทั้งหมด 2 หมื่นตารางเมตร เป็นศิลปะที่ต้องมองมุมกว้าง แต่ปัจจุบันบางคนเพ่งมองและสัมผัสอย่างใกล้ชิด และโพสต์ว่าบางจุดแลดูไม่สวยงามนั้น เป็นเพราะในการซ่อมแซมจะมีทั้งกระเบื้องของเก่าดั้งเดิม และของใหม่ที่เกิดจากการบูรณะในครั้งก่อน (ครั้งก่อนอีกแล้ว)
กระเบื้องที่เป็นของเก่าดั้งเดิมนั้น ถ้าเป็นเครื่องถ้วยขริบจะมีคราบสีดำเกาะติด และรอบ ๆ จะเรียบจากการเจียรในบางจุดกระเบื้องจะมีสีซีดจางจนเห็นเป็นสีขาวหรือสีสดใหม่ และบางจุดที่เห็นว่าผุกร่อน แต่ไม่ซ่อมทั้ง ๆ ที่ทำได้ เนื่องจากต้องการอนุรักษ์ของเดิม เพราะต้องคำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นด้วย (อันนี้ไม่ยืนยันว่าจากการซ่อมครั้งนี้ หรือครั้งก่อน)
อีกทั้งพระปรางค์ในบางพื้นที่ผ่านการซ่อมมาหลายยุคสมัย ทำให้แต่ละพื้นที่มีลักษณะแตกต่างกันไป ดังนั้นการเสพงานศิลป์จากการมองจากแง่มุมเดียวอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะสิ่งที่ถูกต้องอาจไม่นำมาซึ่งสิ่งสวยงาม และสิ่งที่สวยงามก็ไม่ได้ให้หมายความที่ถูกต้องเสมอไปเช่นกัน (อันนี้งง ผู้พูดหมายถึงอะไร)

เมื่อบูรณะเรียบร้อยแล้ว Photo by Nuntiya
เสียงจากช่างผู้ทำการบูรณะ นายช่างใหญ่ซึ่งมีประสบการณ์ในการบูรณะโบราณสถานสำคัญของไทยมากว่า 30 ปี ความยากของการทำงาน คือ การเก็บรักษาของเก่า เนื่องจากพระปรางค์วัดอรุณฯ ผ่านการบูรณะมา 4 ยุค จึงต้องอนุรักษ์ทุกยุคไว้ ทั้ง ๆ ที่บางจุดทำใหม่ง่ายและสวยกว่า และช่างแต่ละยุคมีสไตล์ไม่เหมือนกัน
สำหรับเสียงวิจารณ์นั้นนายช่างมีความเห็นว่า
“คนวิจารณ์คือคนไม่รู้ บางคนก็บอกว่าเอาสีมาทา แต่ก็เข้าใจเพราะบางคนไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ แต่ก็รู้สึกนิดหนึ่งที่ถูกมองว่าทำไม่ดี เพราะบางจุดเราไม่ได้ซ่อมเป็นรายแรก บางที่เกิดจากการซ่อมในอดีตจนจะกลบลายแล้ว หากสกัดออกก็ทำให้เสียหายหมด”
มีการกะเทาะ “กระเบื้องโบราณ” ออก แล้วแต่งเติม “กระเบื้องใหม่เลียนแบบ” เข้าไปแทนที่ ตามที่ อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้แถลงข่าวว่า โดยชี้แจงว่าจำเป็นต้องเอากระเบื้องเดิมออกประมาณ 120,000 ชิ้น และทดแทนลวดลายใหม่ให้มาประดับบนผิวพระปรางค์แทนประมาณ 300,000 ชิ้น!! หรือตีเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ว่า คงกระเบื้องโบราณอันล้ำค่าเอาไว้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นอีก 40 เปอร์เซ็นต์คือของใหม่ทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้หรือไม่ที่ทำให้งานที่สำเร็จออกมานั้นไม่คงรูปแบบเดิมตามที่ควรจะเป็น?

พระปรางค์ก่อนการบูรณะ Photo by Olga Kashubin
ส่วนกระเบื้องที่เลาะออกมาหายไปไหน ซึ่ง ต่อตระกูล ยมนาค ได้โพสต์เรื่อง “กระเบื้องพระปรางค์” ที่ถูกกะเทาะออกไว้ว่า...
“ดูข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ ยอมรับว่า นำชิ้นส่วนที่ชำรุดบางส่วนไปขายเพื่อหารายได้เข้าวัด นอกจากนี้ อ่านในคอมเมนต์ยังพบว่า เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการบูรณะบางคน ยังมีชิ้นส่วนเก็บไว้บูชา...
ใครสร้างพระปรางค์ฯ? สมบัติส่วนตัวหรือสมบัติชาติ? ใครให้สิทธิเอาไปขาย? ใครให้สิทธินำไปครอบครอง? กฎหมายข้อใดให้อำนาจรองรับ? ขอดูบัญชีได้ไหม? ขายไปกี่ชิ้น? มีอะไรบ้าง? ราคาเท่าไหร่? ใครประเมินราคา? ใครสั่งขาย? และใครเป็นผู้ซื้อ?”
แล้วยังมีข่าวการสร้างวัตถุมงคลจาก “กระเบื้องพระปรางค์ วัดอรุณฯ” ใน “โครงการวัตถุมงคลสมเด็จวัดอรุณฯ ที่รฤก 191 ปี รุ่นกระเบี้องพระปรางค์"

พระปรางค์ที่บูรณะแล้ว Photo by F16-ISO100
อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แจ้งว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการจัดทำพระเครื่องรุ่นดังกล่าวใด ๆ ทั้งสิ้น!! “กระเบื้องที่ชำรุดที่เหลือ เราส่งมอบให้วัด นอกนั้นอาจมีติดไปกับปูนที่กะเทาะออกบ้าง คงจะไปนับกันทุกชิ้นไม่ได้ และมีเก็บเป็นตัวอย่างไว้บ้าง แต่ที่สุดแล้ว ก็ส่งมอบให้วัดทั้งหมด เพราะถึงแม้ว่าวัดอรุณฯ เป็นมรดกทางโบราณสถานของชาติก็จริง แต่ตัววัดก็ยังเป็นเจ้าของหลัก ส่วนเรื่องการนำเสกวัตถุมงคลนั้น จะตอบยังไงดี... เอาเป็นว่ากรมศิลปากรไม่ได้ทำ และไม่เคยทำที่ไหน เมื่อมอบให้วัดแล้ว ทางเราก็ไม่แน่ใจกับการจัดการ”

ลายละเอียดงานเก่าที่ติดกระเบื้องแบบลอยตัวที่ทำให้มีมิติ Photo by Baiterek Media
เรื่อง “ฝีมือการบูรณะ” ของกรมศิลปากร ทางอธิบดีศิลปากรก็มีเหตุผลในทุกขั้นตอนที่อยากชี้แจงให้เข้าใจเช่นกัน “เมื่อจุดไหนมีรอยร้าว ก็จำเป็นต้องกะเทาะออก แล้วฉาบปูนใหม่ ในทำนองเดียวกัน ปูนที่หลุดร่อน เสื่อมสภาพ ก็ต้องทำความสะอาด ผิวที่หลุดร่อนก็มีการใช้ปูนเข้าไปฉาบ ส่วนการจัดทำเซรามิกที่ชำรุด-เสื่อมสภาพนั้น เราใช้ผลการสำรวจ การเก็บข้อมูล และเข้าสู่ระบบเก็บข้อมูล ทำบล็อก เพื่อมีการเผาขึ้นมาใหม่ ซึ่งต้องทำให้คงเดิมมากที่สุด
การทำกระเบื้องใหม่นั้นทำที่ จ.ราชบุรี ไปเผาและนำมาบูรณะให้ใกล้เคียงที่สุด กว่าจะตัดสินใจ คัดเลือกว่าแบบไหนใช้ไม่ได้ เราก็ส่งกลับ ด้วยความเป็น "Live Monument" ที่ต้องคงความงดงามในสภาพเดิม แต่อาจจะมีบ้างที่จะไม่เหมือนเดิม เนื่องจากสภาพพระปรางค์ไม่ใช่หน้ากระดานเรียบ ๆ มันมีลวดลาย มีย่อมุม-ย่อไม้ ทำให้การฉาบปูนไม่เรียบร้อย อันนี้ไม่ปฏิเสธ

งานบูรณะซ่อมแซมได้ถมปูนลงไปจนกระเบื้องฝังลงไป ทำให้งานแบนขาดมิติและทำงานแบบหยาบ ๆ Photo by Maximus Pendragon
หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมศิลปากรมีหนังสือแนะนำ "การบูรณะพระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร"
วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เป็นวัดที่มีความสำคัญระดับชาติ อีกทั้งเป็นสถานที่ประกอบพระราชกรณียกิจในวาระต่าง ๆ และเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สำคัญตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี สืบเนื่องมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะพระปรางค์นั้นแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้านการออกแบบขั้นสูงสุดเกิดเป็นเอกลักษณ์ทางศิลปกรรมของยุคสมัยนับเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามอย่างยิ่ง
ด้วยปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม และความเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ทำให้พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ชำรุดทรุดโทรมลง กรมศิลปากร โดยกองโบราณคดี จึงดำเนินการบูรณะพระปรางค์เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมของชาติมีความมั่นคงสง่างามสืบไป

มุมมองพระปรางค์จากแม่น้ำเจ้าพระยา Photo by Robson Hatsukami Morgan
เกี่ยวกับพระปรางค์วัดอรุณฯ
พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือเรียกสั้น ๆ ว่า พระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นพระปรางค์สถาปัตยกรรมไทยขนาดใหญ่ ประกอบด้วยปรางค์ประธานและปรางค์รองอีก 4 ปรางค์ ตั้งอยู่ที่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานครพระปรางค์เดิม ที่สร้างขึ้นราวสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่มีความสูงเพียง 16 เมตร โดยปรางค์ปัจจุบันนี้สร้างขึ้นแทน ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในปี พ.ศ. 2363 ต่อกับในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2394 ใช้เวลารวมกว่า 9 ปี
พระปรางค์วัดอรุณฯ ได้รับการบูรณะเสมอมา จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทำการบูรณะพระปรางค์ครั้งใหญ่ ซึ่งก็คือแบบที่เห็นในปัจจุบัน องค์พระปรางก่ออิฐถือปูน ประดับด้วยชิ้นเปลือกหอย กระเบื้องเคลือบ จานชามเบญจรงค์สีต่าง ๆ เป็นลายดอกไม้ ใบไม้ และลายอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน เป็นจำนวนมหาศาลนอกจากนี้ยังมีการประดับตกแต่งด้วย กินนร กินรี ยักษ์ เทวดา และพญาครุฑ ส่วนยอดบนสุดของพระปรางค์ติดตั้งยอดนภศูล
พระปรางค์วัดอรุณฯ มีความสูงจากฐานถึงยอด 81.85 เมตร ทำให้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในกรุงเทพมาอย่างช้านาน รวมถึงเป็นพระปรางค์ที่สูงที่สุดในประเทศไทยและของโลกอีกด้วย พระปรางค์วัดอรุณยังเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย ทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบสถานที่ทางพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงที่สุดจากทัวร์โอเปียอีกด้วย
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, December 09, 2020 - 19:28
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT