เลห์ ลาดัก ทิเบตน้อยในอ้อมอกอินเดีย

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Friday, July 26, 2019 - 13:04

หากซูมอินเข้าในแผนที่ google เพื่อหาพิกัดของเมืองเลห์ เมืองหลวงของแคว้นลาดักห์ คุณจะพบที่ตั้งอยู่ในรัฐจามมู-แคชเมียร์ หรือ ชัมมู-กัศมีร์ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย แคว้นนี้มีพรมแดนติดกับแคว้นบัลติสถาน ประเทศปากีสถานทางทิศตะวันตก และทางทิศตะวันออก ติดกับอักไซชิน ประเทศจีน แม้พื้นที่ใกล้เคียงจะเป็นดินแดนกรณีพิพาทระหว่างอินเดียกับเพื่อนบ้าน แต่แคว้นลาดักห์ ก็ได้รับการปกป้องไว้เหมือนไข่ในหิน อาจจะเป็นด้วยขุนเขาสูงตระหง่านซึ่งเปรียบได้กับปราการทางธรรมชาติ ที่ทำให้ชนชาวทิเบตบางส่วนซึ่งอพยพมาอยู่ที่นี่ราว 60 ปีที่แล้ว รู้สึกถึงความอบอุ่น ปลอดภัย มากกว่าการอาศัยอยู่ในบ้านเดิมของตนเอง

 

ทิวเขาแบบพานอราม่าและอารยธรรมแบบทิเบตในเลห์ลาดักห์, Photo by thrillophilia.com 

หากคุณหลงรักวิวทิวเขาแบบพานอราม่า และอารยธรรมแบบทิเบต คุณต้องมาที่แคว้นลาดักห์ ที่นี่เหมือนทิเบตมากกว่าทิเบตเองเสียอีก ในขณะที่หลายคนที่อุตส่าห์ดั้นด้นไปถึงกรุงลาซา กลับรู้สึกเสียดายที่พบว่าป้ายชื่อสถานที่ต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เขียนด้วยอักษรจีน จนดูเป็นเมืองจีนมากกว่าทิเบต แต่ที่ลาดักห์ คุณจะพบภาพจำลองของทิเบต ที่ยังคงบริสุทธิ์ งดงาม ไม่ได้รับอิทธิพลของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาครอบงำ อาคาร สถาปัตยกรรมรูปแบบทิเบต ที่มีภูเขาปกคลุมไปด้วยหิมะเป็นฉากหลัง ปรากฏอยู่หลายแห่งในดินแดนแห่งนี้

เหตุที่แคว้นลาดักห์งดงามดังสรวงสวรรค์ เพราะซุกซ่อนอยู่ตรงกลางระหว่างเทือกเขาหิมาลัย และที่ราบสูงคาราโครัม ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งเซียเชน  เมืองเลห์นั้นถือว่าอยู่บนที่ราบที่สูงที่สุดในประเทศอินเดีย โอบล้อมด้วยเทือกเขาคุนลุน ทางทิศเหนือ เทือกเขาคาราโครัมทางทิศตะวันตก และทางทิศใต้ติดกับเทือกเขาหิมาลัย ที่นี่คุณจะได้เห็นทิวทัศน์ของยอดเขาที่สูงระดับ 7,000 เมตร ในวันที่ฟ้าใสกระจ่าง ความขาวของหิมะจะทอประกายกับแสงแดด

ลาดักห์รับพระพุทธศาสนา นิกายวัชรยานของทิเบตมาเป็นศาสนาประจำแคว้น, Photo by https://www.youtube.com/watch?v=2IqBZwtbZmU

มาถึง “ทิเบตน้อย” ทั้งที หากไม่ทราบความเป็นมา ย่อมจะขาดอรรถรสไปอย่างน่าเสียดาย  เดิมทีลาดักห์เคยรวมแคว้นอักไสชิน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศจีน) และบัลติสถาน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศปากีสถาน) และบางส่วนของแคว้นจามมู-แคชเมียร์ รวมเป็นดินแดนอันกว้างใหญ่ ลาดักห์เคยเป็นชุมทางการค้าสำคัญบนเส้นทางสายไหม จนกระทั่งในปี ค.ศ.842 ลาดักห์รับพระพุทธศาสนา นิกายวัชรยานของทิเบตมาเป็นศาสนาประจำแคว้น เพื่อต่อต้านการครอบงำของศาสนาอิสลามที่มาพร้อมกับการรุกรานของกองทัพเปอร์เซีย พอถึงต้นศตวรรษที่ 17 กษัตริย์เชงเก  นัมเกียล (Sengge Namgyal) ผู้ได้รับสมญานามว่า “กษัตริย์สิงโต” ได้ทรงสถาปนาวัดวาอารามที่เคยถูกทำลายด้วยกองทัพเปอร์เซียให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง แต่แล้วกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์นัมเกียล ก็ต้องสละราชบัลลังก์ให้กับกุหลาบ สิงห์ (Gulab Singh) กษัตริย์แห่งราชวงศ์ราชบุตร ในปี ค.ศ.1834 หลังจากปี ค.ศ.1947 ลาดักห์บางส่วนตกเป็นของอินเดียหลังจากการประกาศอิสรภาพของอังกฤษ ต่อมาในปี ค.ศ.1959 ชาวทิเบตที่หนีการรุกรานของกองทัพจีนคอมมิวนิสต์ ต่างพากันเดินเท้าหนีตายจากกรุงลาซา ฝ่าความหนาวเหน็บและหิมะกัด เพื่อเข้ามาหลบภัยในแคว้นลาดักห์

Leh Palace ,  Photo by thrillophilia.com  

ทุกวันนี้ บาดแผลแต่หนหลังแห้งสนิทมา 60 ปีแล้วคงเหลือริ้วรอยจาง ๆ ในใจของคนบางคน ขณะที่คนทิเบตรุ่นเก่ายังคร่ำครวญคิดถึงบ้านที่พวกเขาจากมา แต่ชาวทิเบตรุ่นใหม่ ก็รับทราบว่าตนเป็นพลเมืองของประเทศอินเดีย แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังคงยึดมั่นในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของทิเบตอย่างเหนียวแน่น คงเพราะการเข้าถึงดินแดนลาดักห์ไม่ง่าย การกลืนกินทางวัฒนธรรมจึงยังไม่ค่อยปรากฏให้เห็น ยกเว้นแต่ความเจริญในตัวเมืองซึ่งมาพร้อมกับกระแสการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้ง่ายขึ้น

แม่น้ำสินธุไหลผ่านแคว้นเลห์ ลาดักห์, Photo by https://www.stokpalaceheritage.com/

การเดินทางไปยังลาดักห์สะดวกสบาย ด้วยเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่สนามบินเดลี จากนั้นต่อสายการบินภายในประเทศอินเดีย ไปลงที่สนามบินเลห์ รวมเวลาประมาณ 8-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับช่วงรอต่อไฟลท์) หากเคยได้ยินว่าไปทิเบตให้ระวังอาการแพ้ความสูง ที่เมืองเลห์ก็เช่นเดียวกัน ด้วยระดับความสูงจากน้ำทะเลกว่า 3,500 เมตร อาจทำให้คุณมีอาการเหนื่อยหอบ วิงเวียน ขาดออกซิเจนได้ง่าย วันแรกที่มาถึงอย่าเพิ่งทำอะไรรวดเร็ว ไปช้า ๆ เดินช้า ๆ พอวันรุ่งขึ้นร่างกายปรับสภาพแล้วค่อยเพิ่มสปีดได้ การมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน-มีนาคม) คุณจะได้เห็นหิมะสมใจ พร้อมความหนาวราวกับถูกแช่แข็ง ต้องเตรียมความอบอุ่นของร่างกายให้พร้อม ส่วนผู้ที่รักแดดใส ท้องฟ้าสีคราม ดอกไม้ไหวในสายลม และธารน้ำใสสีฟ้าอ่อนที่ไหลมาจากขุนเขา ควรมาช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการเทร็กกิ้งมาก ๆ

โรงแรม Stok Palace Heritage, Photo by https://www.stokpalaceheritage.com

วางกระเป๋า เข้าที่พัก แล้วมานั่งจิบชาชมวิวไปพลาง ๆ ก่อน โรงแรมในเลห์มีให้เลือกหลายราคา ถ้าหากต้องการสัมผัสบรรยากาศพระราชวังเก่า ของแนะนำ Stok Palace Heritage ราคาต่อคืนอาจจะสูงอยู่สักหน่อย แต่ที่นี่คือสถานที่ประวัติศาสตร์ที่ควรค่ากับประสบการณ์พิเศษสุด โรงแรมสต๊อกอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี ที่นี่คือบ้านหลังสุดท้ายของกษัตริย์ เซเป  นัมเกียล (Tshespal Namgyal) กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์นัมเกียลแห่งลาดักห์ หลังจากที่พระองค์ท่านสละราชบัลลังก์พร้อมความมั่งคั่งทั้งหลายให้กับกษัตริย์จากแคว้นราชบุตร ในช่วงศตวรรษที่ 18 พระองค์และพระราชวงศ์ก็ย้ายมาพำนักอยู่ที่นี่

The Queen's room ในโรงแรม Stok Palace Heritage , Photo by https://www.stokpalaceheritage.com

กลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแบบทิเบต และการตกแต่งอย่างประณีต จึงชวนให้รู้สึกราวกับหยุดเวลาไว้ในศตวรรษที่ 18 วัด วัง ชุมชน ทะเลสาบ ขุนเขา คือเสน่ห์ของการท่องเที่ยวในลาดักห์ เริ่มต้นจากแลนด์มาร์กสำคัญ คือ พระราชวังเลห์  ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างยาวนาน ผ่านการครองราชย์ของกษัตริย์ราชวงศ์นัมเกียลถึง 4 พระองค์ และสร้างสำเร็จในยุคกษัตริย์เชงเก  นัมเกียล (Senngge Namgyal) ผู้ได้รับสมญานามว่า “กษัตริย์สิงโต” พระราชวังแห่งนี้นอกจากจะตั้งบนเขาแล้วยังสร้างสูงขึ้นไปถึง 9 ชั้น เพื่อให้กษัตริย์ได้ทอดพระเนตรดินแดนอันไพศาลของพระองค์ได้จากชั้นที่ 9 ปัจจุบันเปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชม บริเวณชั้น 9 คือจุดชมวิวที่สวยงามอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีพระราชวังเชย์ (Shey Palace) ซึ่งเป็นพระราชฐานในฤดูร้อน ของกษัตริย์แห่งลาดักห์ ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุนี ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ นอกจากพระอารามทั้ง 2 แห่งนี้

 

The Royal Suite โรงรแรม Stok Palace Heritage , Photo by https://www.stokpalaceheritage.com

ไม่ไกลกันมากจากพระราชวังเลห์ คือที่ตั้งของ Namgyal Tsemo Gompa พระอารามแห่งนี้ เป็นจุดชมวิวที่สวยมากอีกแห่ง ไม่แพ้พระราชวังเลห์ ที่สามารถมองเห็น Shanti Stupa พระเจดีย์แห่งสันติภาพซึ่งพระภิกษุชาวญี่ปุ่นมาสร้างไว้ให้ในปี ค.ศ.1991 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ในมุมมองที่สวยงามมาก

วัดธิคเชย์ (Thiksey Gompa) หรือโปตาลาน้อย, Photo by www.indiamarks.com  

ไปเที่ยวชมวังกันแล้วก็ได้เวลาชมวัดกันบ้าง พระพุทธศาสนาในทิเบตแม้ว่าจะเป็นนิกายวัชรยาน แต่ก็ยังแบ่งออกเป็น 2 สาย ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากหมวกที่สวมใส่ วัดแต่ละแห่งจึงแบ่งเป็นวัดลามะนิกายหมวกเหลือง และวัดลามะนิกายหมวกแดง พระอารามแรกที่ทุกคนจะต้องมาเยือนคือวัดธิคเชย์ (Thiksey Gompa) หรือโปตาลาน้อย สร้างขึ้นในรูปแบบเดียวกันกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต ที่นี่เป็นวัดของพระลามะนิกายหมวกเหลือง หรือที่เรียกว่า “เกลุกปะ” ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในทิเบตตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ไปถึงพระอารามแห่งนี้แล้ว ต้องไปกราบพระศรีอริยะเมตตรัย ที่งดงามที่สุดในลาดักห์

วัดสำคัญอีกแห่งคือวัดเฮมิส (Hemis Gompa) ซึ่งเป็นวัดลามะนิกายหมวกแดง หรือนิกายนิงห์มาปา ซึ่งเป็นนิกายดั้งเดิมของพระพุทธศาสนาทางทิเบต ก่อตั้งโดยท่านปัทมะสัมภวะ หรือที่ชาวทิเบตเรียกว่า “คุรุรินโปเช” ซึ่งเป็นภิกษุรูปแรกที่เดินทางมาจากอินเดียในปี ค.ศ.807 ท่านได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในเวลานั้น วัดเฮมิส สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 17 โดยกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่เชงเก  นัมเกียล (Senngge Namgyal) ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานรูปทังก้าพระปทุมสมภพ (Thanka) หรือที่เรียกว่าผ้าพระบฏโบราณซึ่งเป็นของสำคัญสำหรับชาวพุทธสายทิเบตนิกายหมวกแดง ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมของทุกปี ที่วัดเฮมิสจัดให้มีเทศกาลประจำปีชื่อว่า “เฮมิส-เตชู” (Hemis Tse-Chu) ซึ่งเป็นงานบุญใหญ่ในโอกาสครบรอบวันวันสมภพของท่านปัทมะสัมภวะ ถ้าหากใครได้มาร่วมพิธีในปีวอก ซึ่งตรงกับปีเกิดของท่าน จะได้ชมพิธีคลี่ผ้าทังก้าผืนใหญ่ที่สุดให้ลาดักห์ให้สาธุชนได้ตามสักการะ และยังได้ชมระบำหน้ากาก ซึ่งถือเป็นนาฏกรรมทางจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ ที่มีท่านลามะทั้งหลายเป็นผู้แสดง โดยร่ายรำให้เป็นหนึ่งเดียวกับหน้ากากที่สวมใส่ ซึ่งถือเป็นการเข้าสมาธิขั้นสูง การร่ายรำของท่านแสดงให้เห็นถึงสภาวะที่ความดีชนะความชั่ว นับเป็นการบอกเล่าถึงวิถีแห่งพระพุทธศาสนาแบบทิเบตในดินแดนหิมาลัยได้อย่างทรงพลังยิ่ง

Hunder Sand Dune, Photo by https://www.stokpalaceheritage.com/

หลังจากเที่ยวชมจุดหมายในตัวเมืองเลห์จนร่างกายเริ่มปรับตัวได้กับพื้นที่สูง ก็ได้เวลาออกเดินทางไปตามหาวิวหลักล้านที่นอกเหมืองกันบ้าง แต่ละสถานที่ล้วนแล้วแต่เป็นจุดหมายของการถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวอยากออกไปสัมผัสด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Magnetic Hill ที่ถนนทั้งสายมุ่งหน้าสู่กำแพงภูเขาขนาดใหญ่ เพียงจอดรถไว้ตรงจุดที่ให้ดับเครื่อง เราจะเห็นรถไหลขึ้นภูเขาได้เอง ซึ่งแท้จริงแล้วนั่นคือภาพลวงตา เพราะเส้นทางนั้นกำลังลงเขา Hunder Sand Dune ตั้งอยู่ที่ Nubra Valley ที่นี่เป็นทะเลทรายสีน้ำตาลอ่อนที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาสูงตระหง่าน พร้อมบริการให้นักท่องเที่ยวขี่อูฐชมธรรมชาติ แบบ 15 นาที (200 รูปี) และ 30 นาที (300 รูปี) นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบอีกหลายแห่ง ซึ่งมีบรรยากาศที่งดงาม และ Sangam View Point เป็นจุดที่แม่น้ำสินธุและซันสการ์ ไหลมาบรรจบกัน เราจะเห็นแม่น้ำเป็นสองสีอย่างชัดเจน เส้นทางน้ำที่คดเคี้ยวไหลผ่านหุบเขาเป็นทัศนียภาพที่คุ้มค่าแห่งการมาชมจริง ๆ

ทะเลสาบปันกอง (Pangong) คือทะเลสาบน้ำเค็มสีเทอร์คอยซ์ที่สูงที่สุดในโลก ด้วยระดับความสูงถึง 4,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล การเดินทางจากเลห์ถึงทะเลสาบปันกองใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การมาเที่ยวชมคือฤดูร้อน เพราะช่วงฤดูหนาวจะมีน้ำแข็งเกาะถนน หรือฤดูฝนอาจจะมีดินถล่มมาปิดถนนได้ ทัศนียภาพสวยงามระหว่างทาง คือของขวัญที่ห้ามหลับ แม้จะรู้สึกโงกเงกเพียงใด นอกจากความงดงามของทิวทัศน์แล้ว เรายังได้อากาศที่แสนสะอาด ความสงบเงียบแบบที่หาที่ไหนไม่ได้ หากมาเที่ยวแบบค้างคืน คุณจะได้ชมบรรยากาศยามอาทิตย์ลับฟ้า และยามตื่นมามองแสงแรกของวัน ใกล้กับทะเลสาบมีที่พักแบบ Luxury Camp ให้เลือก เช่น Pangong Retreat Camp,  The Regal Camp Pangong ,Martsemik Camping Resort เป็นต้น แต่ช่วงฤดูหนาวที่พักหลายแห่งอาจจะไม่เปิดให้บริการ

หมู่บ้านในหุบเขาที่เลห์ ลาดักห์ Photo by https://www.youtube.com/watch?v=JP5bv1cIQlQ

การพาตัวเองไปที่ใดสักแห่ง ที่คุณจะได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น กลิ่นอายธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงาม รอยยิ้มที่เป็นมิตรจากผู้คน ล้วนเป็นรางวัลที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทาง อย่าปล่อยให้การซูมอินบนแผนที่ Google ทิ้งไว้เพียงความสงสัยใคร่รู้ หากคำตอบด้วยตัวคุณเอง เพื่อประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง

How to get there :

บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปลงเดลี แล้วต่อเครื่องบินในประเทศ ได้แก่ สายการบิน Jet Airways, Go Air และ Air India แต่ควรเว้นระยะเวลาช่วงต่อเครื่องให้นานพอสมควร ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองค่อนข้างใช้เวลามาก

Where to stay :

Stok Palace Heritage Hotel  https://www.stokpalaceheritage.com

Gomang Boutique Hotel https://gomanghotelleh.com/

Silver Cloud Ladakh https://www.silvercloudladakh.com

Travel Tips :

  • เลห์มีสถานที่เที่ยวหลายแห่ง แต่ละแห่งค่อนข้างไกล วางแผนเที่ยวอย่างน้อย 7 วัน หากต้องการเที่ยวให้คุ้ม
  • ควรเตรียมถุงยังชีพไว้เติมพลังให้พร้อม เพราะอาหารการกินไม่ได้หาง่ายเหมือนจอดรถแวะปั๊มอย่างในบ้านเรา
  • เตรียมทิชชู่เปียกไปด้วย เผื่อต้องมีการเข้าห้องน้ำระหว่างทาง แล้วอย่าลืมเก็บทิชชูมาทิ้งด้วย ในกรณีต้องปลดปล่อยข้างทางในบรรยากาศธรรมชาติ
  • เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องกันความหนาว
  • แนะนำให้ทานยา diamax ป้องกันอาการแพ้ความสูง ส่วนออกซิเจนกระป๋องให้ไปซื้อที่เลห์ พกติดตัวไว้

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Friday, July 26, 2019 - 13:04


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 17:54

6 Coffee Houses in Amsterdam


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:44

คอร์ตอร์ ที่ซึ่งอดีตพบกับปัจจุบัน


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:35

ความสุขอวลไอในสายลมที่ซิดนีย์


LEAVE A COMMENT