เลียบบางปะกง สายน้ำแห่งตะวันออก

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Tuesday, January 19, 2021 - 19:15

แม่น้ำบางปะกงเป็นแม่น้ำสายสำคัญ ที่หล่อเลี้ยงสองฟากฝั่งของจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา  มีความยาวประมาณ 231 กิโลเมตร  มีความกว้างมากในช่วงที่ไหลผ่านเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราประมาณ 120 เมตร  ต้นกำเนิดจากแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรี ไหลมาบรรจบกันบริเวณตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี และไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทย ที่บริเวณตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

แม่น้ำบางปะกงเป็นแม่น้ำที่มีความพิเศษกว่าแม่น้ำสายอื่น คือ มีทั้งน้ำจืดและน้ำกร่อย ขึ้นอยู่กับในแต่ละฤดูกาล  ในเดือนกรกฎาคมถึงมกราคมจะเป็นน้ำจืด ส่วนในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายนจะเป็นน้ำกร่อย เนื่องจากได้รับอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนเข้ามาบริเวณปากน้ำอ่าวไทย  ทั้งยังเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ผู้คนใช้เป็นแหล่งอุปโภคบริโภค ทำการเกษตรกรรม  ประมง และเป็นแหล่งสันทนาการสำหรับผู้ที่ชอบกีฬาทางน้ำอีกด้วย

แม่น้ำบางปะกง สายน้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนสองฟากฝั่ง Photo by SOMSAK 2503

ในอดีตกาลแม่น้ำบางปะกงเป็นเส้นทางการคมนาคมสายหลักของผู้คนสองฟากฝั่งน้ำ  ก่อนที่จะมีการสร้างถนน  ในช่วงปี 2504-2514 ซึ่งอำเภอบางคล้า เป็นจุดแวะพักเรือโดยสารสายต่าง ๆ  เช่น เรือแดงจากปราจีนบุรี เรือเขียวจากพนมสารคาม  และเรือขาวที่รับ-ส่ง ผู้โดนสารในระยะสั้น  ก่อนจะเดินทางเข้าสู่อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา และประชาชนสามารถเดินทางด้วยรถไฟจากตัวจังหวัดฉะเชิงเทราเข้ามายังกรุงเทพมหานคร  ปัจจุบันเส้นทางการคมนาคมทางน้ำได้ยกเลิกไป เหลือเพียงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำใช้เรือในการเดินทางระยะใกล้ ๆ  เท่านั้น

วันนี้เรามาจัดทริปสั้น ๆ 2 วัน 1 คืน

วันแรก

เริ่มต้นช่วงเช้าไปกันที่ วัดโสธรวรารามฯ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง อำเภอเมือง ฉะเชิงเทรา เดิมชื่อว่าวัดหงส์ สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทรา  เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ ฝีมือช่างลานช้าง หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.98 เมตร ตามตำนานเล่าว่าเป็นพระพุทธรูปหล่อสัมริดหน้าตักกว้างศอกเศษรูปทรงสวยงามมาก แสดงปาฎิหาริย์ลอยน้ำมา แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะสูญหาย จึงปั้นปูนครอบไว้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน  

พระอุโบสถในปัจจุบันได้สร้างขึ้นใหม่เมื่อปี 2531 สร้างแล้วเสร็จและจัดพิธีวางลูกนิมิตในปี 2549 ในรัชกาลที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระอุโบสถหลังใหม่นี้สร้างครอบหลังเดิม โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์พระพุทธโสธร รวมทั้งพระพุทธรูปทั้ง 18 องค์เลย ยังคงประดิษฐานที่เดิม งานออกแบบสถาปัตยกรรมโดย นายประเวศ ลิมปรังษี งานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้าง โดย สำนักออกแบบอรุณ ชัยเสรี

วัดโสธรวราราม วรวิหาร ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง Photo by Panwasin seemala

การก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ สร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิม โดยใช้เทคนิควิศวกรรมสมัยใหม่ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อพุทธโสธร และพระพุทธรูปทั้ง 18 องค์  งานออกแบบด้านสถาปัตยกรรม โดยนายประเวศ ลิมปรังษี งานด้านวิศวกรรมโครงสร้าง โดย สำนักออกแบบนายอรุณ ชัยเสรี  โดยประดับตกแต่งด้วยงานศิลปะ เป็นภาพฝาผนังโดยรอบ พื้นพระอุโบสถ เสา ผนัง และเพดาน โดยบรรจุเรื่องราวของแดนทิพย์ ตั้งแต่เรื่องของสีทันดรมหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พรหมโลก ดวงดาว และจักรวาล

สามารถเดินทางเข้าไปนมัสการพระพุทธโสธรได้ทุกวัน  โดยวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07:00 -16:30 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ 07:00-17:00 น.

ข้าวห่อใบบัวที่ตลาดบ้านใหม่ Photo by joke50e

หากไปเที่ยววันธรรมดา พอนมัสการพระพุทธโสธรแล้ว ก็ออกหากลางวันรับประทานกัน ที่เมืองฉะเชิงเทรา หรือแปดริ้ว ที่มีอาหารอร่อย ปรุงจากส่วนประกอบอาหารที่สดใหม่ ร้านแนะนำ คือ ร้านอาหารเรือนร่มไทร https://www.facebook.com/ruenromsai   ร้านเอกเขนก https://bit.ly/2LZ87i2 กินลมชมปลา แม่น้ำบางปะกง 8 ริ้ว https://www.facebook.com/kinlomchompla และบ้านนายถึก ซึ่งมีทั้งร้านอาหารและโฮมสเตย์ https://www.facebook.com/naituekhomestay หากไปเที่ยววันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ แนะนำให้นั่งเรือจากหน้าวัด ชมธรรมชาติสองข้างทางไปยังตลาดบ้านใหม่ ซึ่งเป็นตลาดโบราณอายุกว่า 100 ปี มีของกินมากมาย ทั้งร้านอาหารสั่งตามเมนู ร้านก๋วยเตี๋ยว แม้กระทั้งร้านกาแฟเก๋ ๆ  แต่อย่าลืมคนที่ขับรถต้องเสียสละ ขับรถไปสมทบที่ตลาดบ้านใหม่  เมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วอาจซื้ออาหารหรือของว่างติดไม้ติดมือมาได้อีก

ที่พักแรมคืน

อิ่มเอมกันเต็มที่แล้วก็เดินทางต่อเข้าที่พักสบาย ๆ  ริมแม่น้ำบางปะกง ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และวิถีชีวิตริมน้ำที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ร่องสวน และวิวแม่น้ำ บางแห่ง ได้ทั้งชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก พระจันทร์หรือดาว เสียงนกร้องตั้งแต่เช้าตรู่

ดีวา ฉะเชิงเทรา Photo by Deva

รีสอร์ทแห่งแรกที่แนะนำ คือ ดีวาฉะเชิงเทรา รีสอร์ท ริมแม่น้ำบางปะกง มีห้องพักทั้งหมด 12 ห้อง เรียบง่ายใกล้ชิดธรรมชาติ  https://bit.ly/3ips1yI 

River Breeze Photo by River Breeze

แห่งที่สองที่ River Breeze  https://www.facebook.com/RiverBreeze.Chachoengsao ที่พักพร้อมอาหารเช้าริมแม่น้ำบางปะกง ซึ่งอยู่ในบริเวณบ้านเก่าแก่ที่เป็นมรดกตกทอดมามากกว่า 60 ปี จากตระกูลขุนสมาน ชาวแปดริ้วดั้งเดิม

@98 The Riverfront Homestay Photo by @98 The Riverfront Homestay

และแห่งที่สาม คือ @98 The Riverfront Homestay บ้านพักริมน้ำที่เงียบสงบ บรรยากาศดีมาก  https://www.facebook.com/at98theriverfront/  

เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมตามที่ลิ้งค์ แล้วติดต่อสอบถามรายละเอียดพร้อมจองล่วงหน้าก่อนเดินทาง เพราะเป็นที่พักที่จำนวนห้องไม่มากนัก สวยประทับใจแน่นอน

วันที่ 2

ตื่นเข้าสบาย ๆ รับประทานอาหารเช้าพร้อมซึมซับบรรยากาศริมแม่น้ำบางปะกง พักผ่อนอย่างเต็มที่ อาจสั่งอาหารรับประทานจากที่พักอีกมื้อหนึ่ง  เช็คเอาท์ เตรียมไปเที่ยวต่อในช่วงบ่าย  ที่วัดสมานรัตนาราม ตั้งอยู่ระหว่างอำเภอบางคล้าและอำเภอคลองเขื่อนริมแม่น้ำบางปะกง เป็นเหมือนดังอุทยานที่รวบรวมประติมากรรมเทพเจ้า และสถาปัตยกรรมจำลองพระธาตุอินแขวง ส่วนพระพุทธรูปแห่งพุทธศาสนาก็มีหลวงพ่อดำและหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระประธานอยู่ในพระอุโบสถ

ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ที่เล่าสืบต่อกันมา เดิมที ณ ตำบลบางแก้วแห่งนี้ คหบดีผู้มีฐานะมั่นคงและเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่ีวไป นามว่า ขุนสมานจีนประชา ท่านขุนมีน้องสาว 1 คน คือ นางยี่สุ่น วิริยะพาณิชย และมีภรรยา 2 คน คือ นางทิม สืบสมาน และ นางผ่อง สืบสมาน(เพิ่มนคร) ต่อมาเมื่อท่านขุนสมานจีนประชาถึงแก่อนิจกรรมลง นางยี่สุ่นผู้เป็นน้องสาวพร้อมกับภรรยาทั้ง 2 มีความประสงค์จะสร้างวัด เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ขุนสมานจีนประชา เมื่อสร้างวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงตั้งชื่อว่า "วัดใหม่ขุนสมานเพิ่มนคร" แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปมักเรียกว่า "วัดใหม่ขุนสมาน" และต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อวัดสมานรัตนาราม

พระคเนศ หรือ พิฆเนศ ปางเสวยสุข Photo bAnna Krivitskaya

พระคเณศ หรือคนไทยมักเรียกกันว่า พระพิฆเนศ   พระองค์มีเศียรเป็นช้างและกายเป็นมนุษย์ สำหรับชาวอินเดียเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าที่ต้องบูชาเป็นองค์แรกเสมอ เพราะเป็นเทพเจ้าผู้ขจัดอุปสรรคทั้งปวง

รูปลักษณ์ที่ปรากฏทั่วไป  คือ เทพเจ้าที่มีร่างกายใหญ่ มีเศียรเป็นช้าง  เท่าที่คัมภีร์รวบรวมไว้มี 32 รูป หรือปาง ซึ่งมีความแตกต่างกันไป  มีพระกรตั้งแต่ 2-16 กร  หรือมากกว่านั้น  มีเศียรตั้งแต่ 1-5 เศียร หรือมากกว่านั้น  ประติมากรรมพระพิฆเนศที่วัดสมานรัตนารามมีขนาดใหญ่ ในรูปแบบปางเสวยสุข สูงถึง 18 เมตร ยาว 22 เมตร ผิวกายเป็นสีชมพู อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน และที่ฐานโดยรอบมีพระพิฆเนศ 32 ปาง  ซึ่งงดงามมาก มีความเชื่อว่าหากได้บูชาจะนำมาซึ่งความสุขในชีวิต

หากจะขอพรกันแบบอินไซต์กันจริง ก็ต้องมาบอกฝากกับต้นห้องของพระพิฆเนศ อยู่บริเวณด้านหน้าพระพิฆเนศ  เป็นปูนปั้นรูปหนูมุสิกะอยู่สองตัว แต่ต้องต่อแถวคิวยาวหน่อย  ให้กระซิบที่ข้างรูปปั้นหนูขอพรสิ่งใดให้สมหวัง เชื่อว่าหนูจะนำสิ่งที่เราขอนั้นไปบอก ท่านพระพิฆเนศให้ประทานสิ่งที่ต้องการ  ภายใต้ฐานพระพิฆเนศเป็นห้องจัดแสดงวัตถุมงคลได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมและเช่าบูชาองค์พระพิฆเนศ นอกจากนี้ยังมีเทพเจ้าองค์อื่น ๆ อีกเช่น ท้าวมหาพรหมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมน้ำ และพระราหูขนาดใหญ่ ทั้งยังมีเจ้าแม่กวนอิม  พ่อปู่ฤาษีหรือพ่อแก่ บรมครูของเหล่าศิลปินทุกแขนง และจระเข้โหราเทพารักษ์ นอกจากนี้ยังมีบริการล่องเรือ ชมแม่น้ำบางประกง เรียกว่ามีครบในที่เดียว

แล้วก็ถึงเวลาเดินทางกลับอย่างอิ่มเอมสุขในการท่องเที่ยวเลียบแม่น้ำบางปะกง 2 วัน 1 คน

 

 

 

 

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, January 19, 2021 - 19:15


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Monday, June 14, 2021 - 12:25

เที่ยวภูเก็ต 2021


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, June 10, 2021 - 12:04

สุมาตราเหนือ อินโดนีเซีย


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, May 25, 2021 - 08:40

วัดมหาธาตุ สุโขทัย


LEAVE A COMMENT