POSTED BY TRAVELBARADMIN | Friday, December 25, 2020 - 14:45
เพชรบุรี เมืองเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เคยเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองมาแต่สมัยโบราณกาล เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของหัวเมืองฝ่ายตะวันตก ปัจจุบันมีวัดเก่าแก่และเรือนทรงไทยจำนวนมาก เป็นพื้นที่สูงติดภูเขา แล้วยังมีที่ราบชายฝั่งทะเลอีกด้วย ด้วยความรุ่งเรืองของเพชรบุรี จึงมีวัดวาอาราม และโพรงถ้ำหลายแห่งยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ประกอบกับมีช่างฝีมือช่างปูนปั้นที่มีฝีมือและเทคนิคการทำงานที่พัฒนามาเป็นเวลานาน จะเห็นได้จาก งานปูนปั้นหน้าบันพระวิหารหลวง พระปรางค์ งานปูนปั้นโดยทั่วไปของศาลาวัดมหาธาตุวรวิหาร เป็นต้น
ไหว้พระที่เพชรบุรี โดยเที่ยววันเดียว จึงเลือกวัดที่นอกจากอิ่มบุญในการไหว้พระแล้ว ยังอิ่มใจในการชื่นชมงานศิลปะอีกด้วย ช่างฝีมือทำงานปูนปั้นเมืองเพชร มีทั้งกลุ่มช่างวัดเกาะ กลุ่มช่างวัดมหาธาตุ โดยแต่ละกลุ่มมีเอกลักษณ์ที่ละเอียดและซับซ้อน นิยมปั้นตกแต่งอาคารพุทธสถาน ปราสาทราชวัง โดยเลือกที่จะเดินทางไปยังวัดมหาธาตุ วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร และวัดเขาย้อย ว่าแล้วเราก็มุ่งหน้าเดินทางเข้าสู่เมืองเพชรกันเลยทีเดียว
วัดเขาย้อย

เดินทางโดยทางหลวงหมายเลข 4 เข้าเขตจังหวัดเพชรบุรี วัดเป้าหมายที่ถึงก่อนเป็นวัดแรก คือ วัดเขาย้อย ภาพแรกที่เห็นเด่นเป็นสง่า คือ เขาที่ตั้งโดดเด่นเบื้องหน้า เป็นเขาหินปูนที่มีโพรงถ้ำ จึงได้สร้างให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ทั้งมีพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธรูปรายตามกำแพงถ้ำอีกมากมาก มีพระรูปพระเจ้าอู่ทองด้วยมีประวัติกล่าวว่าพระเจ้าอู่ทองในสมัยกรุงศรีอยุธยา เคยเสด็จมาตั้งทัพบริเวณนี้ และมีเจ้าแม่กวนอิมซึ่งคงนำมาไว้ในภายหลัง ส่วนหน้าถ้ำก็มีรูปปูนปั้นโดยช่างเพชรบุรีที่น่าสนใจ เป็นรูปหนุมานคำแหงยืนเฝ้าด้านหน้า มีบันไดทอดสู่ประตูถ้ำ ที่มี 2 ซุ้มประตูลวดลายสีทองวิจิตรเป็นทางผ่านเข้าถ้ำ

พระพุทธไสยาสน์ นับเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ตั้งแต่รัชสมัยของรัชกาลที่ 4 พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระนอนสีทอง มีความเชื่อว่าเป็นพระที่มีความศักดิ์สิทธิ์จึงเป็นที่นับถือศรัทธามากราบไหว้ขอพรกัน อีกอย่างหนึ่งในถ้ำแห่งนี้ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวช ได้เสด็จมาธุดงค์และประทับนั่งกรรมฐานในถ้ำแห่งนี้
"โบสถ์ไม้สักทอง" วัดเขาย้อย จ.เพชรบุรี สร้างจากไม้สักทองทั้งหลัง งดงามด้วยศิลปะแบบไทย โดยช่างเมืองเพชร ได้ออกแบบให้เป็นโบสถ์แห่งการเรียนรู้สำหรับทุกคน และเมื่อเข้าสู่ด้านในของโบสถ์จะพบกับความสวยงามของจิตรกรรมฝาผนังที่ผ่านการแกะสลักไม้สักทองของฝีมือช่างสิบหมู่เมืองเพชร บอกเล่าเรื่องราวของพุทธชาดกที่รายล้อมอยู่ภายในโบสถ์อย่างวิจิตรบรรจง

นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งผลงานไฮไลท์ คืองานศิลปะปูนปั้นที่อยู่บริเวณฐานอุโบสถ เป็นประติมากรรมปูนปั้นนูนต่ำโดยรอบจำนวนรวม 35 ภาพ โดยฝั่งทิศเหนือเป็นรูปการละเล่นของไทยสมัยโบราณ อาทิ หัวล้านชนกัน รีรีข้าวสาร ชักกะเย่อ จำนวน 18 รูป ส่วนทิศใต้เป็นภาพประเพณีของไทย อาทิ สงกรานต์ การก่อเจดีย์ทราย บวชนาค จำนวน 17 รูป
วัดใหญ่สุวรรณาราม

เดิมชื่อว่า "วัดน้อยปักษ์ใต้" วัดได้รับการปฏิสังขรณ์ที่สำคัญในสมัยรัชกาลที่ 4 มีอาคาร และศิลปกรรมที่น่าสนใจ คือ
พระอุโบสถในรูปสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอยุธยา มีภาพทวารบาล จิตรกรรมภาพเทพชุมนุมเรียงกัน 5 ชั้น จุดเด่น คือ ภาพยักษ์และอมนุษย์ทั้งหลายเป็นหน้าเนื้อ ไม่วาดเหมือนสวมหัวโขนดังที่เห็นโดยทั่วไป พระพุทธรูปประธานปูนปั้นปางมารวิชัย มีรูปหล่อพระสังฆราชแตงโม หน้าบันเป็นงานปูนปั้นสมัยอยุธยาตอนปลายที่งามพลิ้วราวกับมีชีวิต

ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารไม้ทรงไทย สถาปัตยกรรมขศิลปกรรมอยุธยาตอนปลาย ผนังเป็นฝาปะกน ลงรักปิดทอง แต่ถูกทาทับด้วยสีแดงในการบรณะทั้งหลัง เครื่องหลังคาเป็นโครงปะดุชนิดมีจังทันต่อ มุงด้วยกระเบื้องกาบแต่ถูกเททับด้วยปูนในการบูรณะฉาบทั้งผืนหลังคา แต่ปูนตำในครั้งที่บูรณะผสมด้วยกระดาษฟางทำให้อมความชื้น มีตะไคร่ขึ้นจับหลังคา และการบูรณะครั้งล่าสุด ปี 2516 ก็มิได้ทำตามกระบวนการของช่างโบราณจนมีการเรียกร้องจากนักวิชาการอิสระ และปราชญ์เมืองเพชรให้ช่างเมืองเพชรเข้าควบคุมการบูรณะในครั้งนั้น
ศาลาการเปรียญเดิมเป็นตำหนักของของเจ้าฟ้าพระขวัญ ต่อมาพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ รื้อมาถวายพระสังฆราชแตงโมโดยมีบานประตูแกะสลักที่งดงามและมีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์และศิลปกรรมนั่นคือเป็นศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย และที่บานประตูมีหลัก มีรอยแผลบนประตู ทำให้มีประตูแตก ชำรุดถาวร เรียกรอยพม่าฟัน แต่นักวิชาการให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นการทำลายประตูตั้งแต่ครั้งรื้อตำหนักถวายสมเด็จเจ้าแตงโม
วัดมหาธาตุฯ เพชรบุรี

วัดมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด มีความสำคัญทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี มีผู้สันนิษฐานว่าน่าจะสร้าง สมัยทวารวดี - สุโขทัย มีอายุราว 800 - 1,000 ปี โดยประมาณ เนื่องจากขุดพบซากอิฐสมัยทวารวดีอยู่เป็นจำนวนมาก มีผู้กล่าวว่าวัดมหาธาตุวรวิหารน่าจะเคยเป็นวัดที่เคยมีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นพระอารามหลวงมาก่อน ต่อมาชำรุดทรุดโทรมลง จนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2459 ในวัดประกอบด้วยสถานที่สำคัญดังนี้

พระวิหารหลวง สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ. 2275 - 2301) ภายในพระวิหารหลวงมีพระพุทธรูปที่สำคัญ คือ พระพุทธรูปประธานทรงราชาภรณ์ นอกจากนี้ ยังมี หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ วัดมหาธาตุ เป็นพุทธรุปปรางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 8 นิ้ว หัตถ์ซ้ายถือพัด ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อวัดมหาธาตุ ตามประวัติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) นำมาจากวัดร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี ประดิษฐานไว้ในพระวิหารวัดมหาธาตุวรวิหารเพชรบุรีเมื่อครั้งพระองค์ยังทรงผนวชอยู่ ภายในพระวิหารหลวงผนังทุกด้านมีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม ทั้งภาพชาดก และเทพชุมนุมที่หน้าบันประดับด้วยลาย ปูนปั้น รูปพระนารายณ์ทรงครุฑยุดนาค มีพญาวานรแบกครุฑอยู่อีกชั้นหนึ่ง พื้นหลังเป็นลายกนก ก้านขดออกช่อลายหางโต เป็นรูปครุฑ นาค ยักษ์ ฯลฯ
พระวิหารน้อย เป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา ฐานอ่อนโค้งทรงสำเภา ตั้งอยู่ระหว่างพระวิหารหลวงกับพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่ออู่ทอง ศิลปะแบบอู่ทอง ปางมารวิชัย ที่ฐานมีลายปูนปั้นช่างเมืองเพชรกลุ่มวัดมหาธาตุ ประดับกระจกสวยสดงดงาม เช่น รูป ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีแบกฐานพระเป็นต้น ที่หน้าบันประดับด้วยลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม เช่นเดียวกับพระอุโบสถ และพระวิหารหลวง

วัดมหาธาตุวรวิหาร มีพระปรางค์ 5 ยอด เป็นสัญลักษณ์ สูงตระหง่านในเขตพุทธาวาส สามารถมองเห็นได้แต่ไกลทั้ง 4 ทิศ วัดจากฐานถึงยอดนภศูลได้ 55 เมตร รอบฐานยาว 120 เมตร มีอายุราว 1,000 กว่าปี ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุมาแต่อดีตกาล มีระเบียงคตรอบพระปรางค์ เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ในระเบียงคตมีพระพุทธรูปจำนวน 193 องค์ ประดิษฐานบนระเบียง พร้องทั้งมีตัวแบกที่ฐานพระ ส่วนมากตั้งอยู่ใต้องค์พระพุทธรูปทรงเครื่องไว้หลากหลาย สวยงาม พระพุทธรูปส่วนใหญ่ เป็นศิลปะอยุธยาตอนปลาย และสกุลช่างเมืองเพชร พุทธลักษณะงดงามมาก
เดินทางมาไหว้พระที่เพชรบุรีเพียง 3 วัดนี้ใน วัน ชื่นชมงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่มีประวัติศาสตร์สืบเนื่องมาแต่สมัยอยุธยาอย่างช้า ๆ ละเอียดลออ ละเมียดละไม ก็ได้ซึมซาบความสุนทรีย์และได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ อย่างมากมายอีกด้วย เวลาที่เหลือก่อนกลับก็แวะช้อปขนมหวานที่ขึ้นชื่อของเพชรบุรีกัน
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Friday, December 25, 2020 - 14:45
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT