Chiang Mai…Get in Touch with Nature

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Sunday, October 27, 2019 - 08:17

เชียงใหม่.. ปล่อยใจไปเดินดอย

ราวปลายเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม คือเวลาเที่ยวเมืองไทยต้อนรับอากาศเย็นช่วงปลายฝนต้นหนาว เหมาะแก่การเดินดอยสัมผัสความเขียวสดของป่าจากหน้าฝน และอากาศเย็นสบายของต้นฤดูหนาวที่เข้ามาทักทายกัน เชียงใหม่ คือเป้าหมายหลัก เพราะมีดงดอยให้ขึ้นลงอยู่ไม่น้อย อีกทั้งการเดินทางไปเชียงใหม่ก็แสนสะดวกสบาย ควรแล้วที่เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของไทย เพราะจะขับรถไปเอง หรือไปเช่ารถที่เชียงใหม่ ก็มีพร้อมให้บริการมากมาย แต่ถ้าหากไม่ถนัดขับรถขึ้นดอย ควรเลือกเช่ารถพร้อมคนขับในท้องถิ่นที่มีประสบการณ์ จะได้เดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนได้อย่างสบายใจ

ขุนเขายอดดอยเชียงใหม่ Cr.pic.: Shtterstock

จบเรื่องเดินทางแล้ว เรามาดูสถานที่ท่องเที่ยวกันดีกว่า เริ่มต้นกันด้วยเส้นทางเบาๆ เดินง่ายไม่ลาดชันมาก แต่ประทับใจมาก นั่นคือ.. เส้นทางเดินชมธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เส้นทางยอดฮิตบนยอดดอยอินทนนท์ ไปกี่ครั้งก็ได้ประสบการณ์ที่ดีกลับมาทุกครั้ง กิ่วแม่ปานอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,300 เมตร บริเวณทางเข้ากิ่วแม่ปาน ถ้าเป็นตอนเช้าตรู่ จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นิยมมาชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอก จากนั้นก็รับประทานอาหารเช้าแถวนั้น

ถนนขึ้นยอดดอยอินทนนท์ Cr.pic.: Shutterstock

ก่อนเดินเข้าไปท่องเที่ยวในเส้นทางกิ่วแม่ปานต่อ หรือจะเที่ยวชมตอนสายๆ ก็ได้ เพราะที่นี่อากาศดีเย็นสบายเดินได้ตลอดวัน  ใช้เวลาเข้าชมประมาณสองถึงสามชั่วโมงและเดินเป็นวงไม่ซ้ำทางเดิม ทำให้ได้ชมธรรมชาติในภูมิประเทศที่มีความหลากหลาย  ชมพันธุ์ไม้หายาก อย่างเช่น กล้วยไม้รองเท้านารี  กุหลาบดิน กุหลาบพันปี  ในเส้นทางเดินจะมีสถานีศึกษาให้ข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ สภาพป่า อยู่เป็นระยะๆ และยังมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นชาวไทยภูเขาที่มาช่วยนำทางให้ ซึ่งก่อนเข้าชมนักท่องเที่ยวต้องติดต่อศูนย์บริการที่ทางขึ้นกิ่วแม่ปาน มีค่าใช้จ่ายสำหรับมัคคุเทศก์นำทาง 200 บาทต่อกลุ่ม (ไม่เกิน10 คน) ซึ่งเป็นการสนับสนุนการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นอีกด้วย

ทางเดินบนกิ่วแม่ปาน Cr.pic.: Shutterstock

ลักษณะป่าของกิ่วแม่ปานจะเป็นพรรณไม้ใหญ่ในป่าดิบเขาระดับสูง ที่มีลักษณะเฉพาะตัวคือตามลำต้นของต้นไม้ จะถูกห่อหุ้มด้วยบรรดามอส เฟิร์น ไลเคน อยู่ตามกิ่งก้านและลำต้น สภาพอากาศของป่าจะเย็นชื้นตลอดปี  ต้นไม้ใหญ่จึงต้องยืดตัวขึ้นไปรับแสงด้านบน ยอดไม้ที่มีใบหนาแน่นจะบังแสงทำให้ส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน พวกพืชเล็กๆ จึงอาศัยความชุ่มชื้นจากเมฆหมอก ช่วยในการดำรงชีวิตของมัน ถ้าไปถึงกิ่วแม่ปานแล้ว อย่าลืมให้มัคคุเทศก์ชี้ดูดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศ ผ่านทางต้นฝอยลมที่มักเกาะอยู่ตามต้นไม้ และเติบโตได้ดีในที่อากาศดีๆ เท่านั้น  เมื่อเห็นฝอยลมเมื่อไหร่ละก็สูดหายใจให้เต็มปอดกันได้เลย ฝอยลมคอนเฟิร์ม

น้ำตกขนาดเล็กบนดอยอินทนนท์ Cr.pic.: Shutterstock

เหตุที่เรียกที่นี่ว่า “กิ่ว” นั้น มาจากลักษณะภูมิประเทศเฉพาะตัวแบบสันเขา ที่แคบและมีไหล่เขาสองข้างทางลาดลงไปค่อนช่างชัน  ซึ่งจะปรากฏให้เราได้เห็นในช่วงหนึ่งของการเดินป่า ดังนั้นการเดินกิ่วแม่ปาน จะมีวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติที่หลากหลายให้เราได้ชม ตั้งแต่ป่าดิบเขาระดับสูง ไปจนถึงทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ปกคลุมตลอดแนวสันเขา ทุ่งหญ้าแบบนี้จะพบได้เฉพาะในเขตภูเขาสูง และสามารถทนต่อความรุนแรงของกระแสลมได้ดี ตรงนี้จะมีจุดชมวิวที่น่าประทับใจมาก นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดถ่ายรูปสวยๆกันที่บริเวณนี้ จากจุดชมวิวต่อไปก็จะเป็นทางเดินตามสันเขา หรือ “กิ่ว” หลังจากผ่านบริเวณกิ่วไปแล้ว ก็จะมีมุมถ่ายรูปสวยๆ อีกมุมกับ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ที่ตั้งอยู่ใกล้กันกับกิ่วแม่ปาน ถ้าเรามองเห็นพระธาตุทั้งสององค์แล้ว แสดงว่าเป็นช่วงท้ายๆ ของเส้นทางการเดินแล้ว เดินต่อมาอีกไม่นานก็จะเจอกับทางออก พร้อมบอกลามัคคุเทศก์ท้องถิ่นด้วยความประทับใจ

พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระธาตุนภพลภูมิสิริ Cr.pic.: Shutterstock

นอกเหนือจากกิ่วแม่ปานแล้ว บนดอยอินทนนท์ก็ยังมีสถานที่ให้เที่ยวชมอีกหลายแห่ง ได้แก่ พระธาตุนภเมทนีดลและพระธาตุนภพลภูมิสิริ ที่ทางกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมใจสร้างถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวาระทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา บริเวณพระมหาธาตุเจดีย์ทั้ง 2 องค์ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์โดยรอบได้อย่างชัดเจน

น้ำตกแม่ยะ น้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  Cr.pic.: Shutterstock

น้ำตกแม่กลาง Cr.pic.: Shutterstock

น้ำตกแม่กลางจากหน้าผาสูงประมาณ 100 เมตร ไหลพวยพุ่งมาสู่โกรกเขา เป็นเสมือนประตูต้อนรับเข้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ทั้งยังมีโครงการหลวงอินทนนท์ มีพรรณไม้ให้ชมหลากหลาย เช่น สวนเฟิน สวนกระบองเพชร และไม้ดอกไม้ประดับเมืองเหนือ

สวนพฤษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ Cr.pic.: Shutterstock

นอกเหนือจากป่าธรรมชาติแล้วเชียงใหม่ยังมีสถานที่ศึกษาและเพาะพันธุ์ไม้ให้เข้าเยี่ยมชมอีกหลายแห่ง อย่างเช่น สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่มีสภาพเป็นที่ราบและที่สูงสลับกันเป็นชั้นๆ ในระดับ 300-970 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

สวนทะเลทรายในเรือนกระจก Cr.pic.: Shutterstock

ลักษณะการจัดสวนจะแบ่งพันธุ์ไม้ตามวงศ์และความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ ที่นี่รวบรวมพันธุ์ไม้ทั้งในและต่างประเทศ  เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ไม้นานาชนิดได้เข้าไป ศึกษาหาความรู้กัน เพราะมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติที่น่าสนใจหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ ที่เรียกว่า Canopy Walkway  

เส้นทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ ที่เรียกว่า Canopy Walks Cr.pic.: Shutterstock

ตัวทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ได้มีการออกแบบอย่างลงตัวด้วยโครงสร้างเหล็กกล้า ฉาบด้วยสีเทาอมเขียวดูกลมกลืนกับสภาพธรรมชาติโดยรอบ อยู่ในระดับความสูงเหนือพื้นดินกว่า 20 เมตร ทำให้สามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของทิวยอดไม้ได้แบบรอบทิศทาง  อีกทั้งบนเส้นทางเดินบางช่วงยังมีกระจกใสสามารถมองลงไปด้านล่าง สร้างความตื่นเต้นเล็กๆ ให้กับนักท่องเที่ยวที่รักความท้าทาย ไม่เพียงแต่ความตื่นเต้นสนุกสนานเท่านั้น ในส่วนของความงามทางธรรมชาติ และ ความรู้ทางพฤกษศาสตร์ก็มีการจัดแสดงข้อมูลไว้ตามเส้นทางเดินเป็นระยะๆ ทำให้เข้าใจง่ายตลอดระยะทางการเดินชม

ภายในสวนพฤษศาสตร์  Cr.pic.: Shutterstock

นอกจากนี้ ภายในสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ยังมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติที่น่าสนใจอีกหลายเส้นทางด้วยกัน อาทิ

กล้วยไม้ในสวนพฤษศาสตร์ Cr.pic.: Shutterstock

เส้นทางน้ำตกแม่สาน้อย-สวนหิน-เรือนรวมพันธุ์กล้วยไม้ไทย (Waterfall Trail) เป็นเส้นทางเดินเท้าเลียบไปตามห้วยแม่สาน้อย มีพืชเฉพาะถิ่น และพรรณไม้แปลกตา ผ่านไปทางสวนหินซึ่งเป็นที่รวบรวมพืชแล้งนานาชนิดผสมกับการนำหินลักษณะต่างๆ มาวางด้วยกัน มีระยะทาง 300 เมตร

เส้นทางสวนรุกชาติ (Arboretum Trail) เส้นทางนี้ผ่านแปลงรวมพันธุ์กล้วย บอน ปาล์ม เฟิน แปลงขิงข่า ปรง และสน  ระยะทาง 600 เมตร

เส้นทางวลัยชาติClimbing plants Trail) ระยะทาง 2 กิโลเมตร

เส้นทางพันธุ์ไม้ไทยและพืชสมุนไพร แหล่งรวบรวมพรรณไม้ไทยไว้กว่า 1,000 ชนิด อาทิ พืชสมุนไพร พันธุ์ไม้หายาก และพันธุ์ไม้ประจำจังหวัด เป็นเส้นทางทอดยาวไปตามสันเขาบางตอนค่อนข้างชัน มีการจัดปลูกพืชไม้เลื้อยไว้ตลอดทั้งสองข้างทาง รวมมากกว่า 250 ชนิด ระยะทาง 800 เมตร

และใกล้ๆ กันกับทางขึ้นไปสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  ก็มีน้ำตกแม่สาน้อย ที่ชวนให้แวะรับความสดชื่นจากสายน้ำตกขนาดเล็กแต่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีค่อนข้างไหลแรง เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจสบายๆ ได้อีกแห่งหนึ่ง  

ทุ่งนาบนเขาที่แม่แจ่ม Cr.pic.: Shutterstock

ลำดับต่อไป เราลองขยับการท่องเที่ยวให้เข้มข้นขึ้นอีกนิดแต่ย้อนเส้นทางกลับมาที่แม่แจ่ม เพื่อเดินทางกันแบบออฟโรดหน่อยๆ ไปลองใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่น เดินเล่นในไร่นา ปล่อยใจให้ไร้กาลเวลาไปกับความสวยงามช่วงปลายฝนต้นหนาว ของนาขั้นบันไดของบ้านป่าบงเปียง ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม ทริปทิ้งตัวเบาๆ ให้เข้ากับชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ

ท้องนาบ้านป่าบง Cr.pic.: Shutterstock

สำหรับการเดินทางไปยังบ้านป่าบงเปียงนั้น รถที่สามารถเข้าไปได้ก็คือ รถกระบะ รถโฟร์วีลล์ รถมอเตอร์ไซต์ และรถสองแถวท้องถิ่นเท่านั้น เพราะเป็นเส้นทางค่อนข้างทรหดบางช่วงเป็นดินแดงบางช่วงเต็มไปด้วยหินขรุขระ ราวกับจะเป็นใจให้เราเดินทางช้าลงอีกนิด เพื่อชมวิวท้องนาและภูเขาที่สวยงามในระหว่างเส้นทางของแม่แจ่มไปบ้านป่าบงเปียง

บ้านป่าบงเปียง Cr.pic.: Shutterstock

บ้านป่าบงเปียงนั้น ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่าบริเวณนี้มีไม้พุ่มที่เรียกว่า “ไผ่บง” อยู่จำนวนมาก จึงเรียกที่นี่กันว่า  “บ้านป่าบงเปียง” ในอดีตที่นี่เคยเป็นไร่ฝิ่นมาก่อน แต่ต่อมาก็มีชาวบ้านมาบุกเบิกทำนาขั้นบันได และพัฒนามาเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีที่พักแบบโฮมสเตย์ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน ด้วยการเดินเที่ยวชุมชนซึ่งมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยง นับถือศาสนาคริสต์ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย มีอาชีพหลักคือการเพาะปลูกข้าวและข้าวโพด  อีกทั้งแถวนี้ยังมีที่เที่ยวธรรมชาติที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง อาทิ น้ำตกโป่งเก่อติ น้ำตกแม่ปาน น้ำตกห้วยทรายเหลือง หรือจะไปเดินชมการทอและการปักผ้า ของสาวน้อยสาวใหญ่ในชุมชน แต่สำหรับท่านที่ต้องการขั้นกว่าของการเดินป่า ขอแนะนำให้ลองเลือกซื้อทัวร์เทร็คกิ้งในป่าแถวๆ แม่แจ่ม รูปแบบจะเป็นการเดินชมธรรมชาติในป่าตามเส้นทาง  แล้วแวะพักค้างแรมแบบโฮมสเตย์กันในหมู่บ้านกะเหรี่ยง ซึ่งทริปแบบนี้ควรจะต้องซื้อทัวร์เฉพาะกลุ่มเข้าไป เมื่อเข้าไปพักที่หมู่บ้านกะเหรี่ยง ไกด์ทัวร์จะนำเราไปพบกับหัวหน้าหมู่บ้านฝากเนื้อฝากตัวทำความรู้จักกัน บ่อยครั้งที่แวะไปแล้วหัวหน้าหมู่บ้านจะชงชาให้ดื่ม หรือแม้แต่ชวนให้รับประทานอาหารด้วย ซึ่งเป็นน้ำใจของคนท้องถิ่นที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวอย่างเรามากมาย

การทำนาของชาวบ้าน Cr.pic.: Shutterstock

และถ้าคุณผ่านมาถึงระดับที่สามารถเดินป่าข้ามวัน นอนค้างอ้างแรมกับโฮมสเตย์ในหมู่บ้านกะเหรี่ยงได้แล้ว ขอแนะนำ ทริปขั้นสุดของการเดินป่า ด้วยการเดินขึ้นสู่ยอดดอย ซึ่งกว่าจะถึงยอดดอยที่แท้จริงอาจจะต้องฝ่าฟันเดินป่าข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว

ยอดดอยหลวงเชียงดาว Cr.pic.: Shutterstock

ไหนๆ ถ้าไปแล้ว ก็จงไปให้ถึงขั้นสุดความสตรองของหัวเข่า นั่นคือการเดินขึ้นไปเที่ยวที่ดอยหลวงเชียงดาว ว้าวๆๆ ดอยหลวงเชียงดาว สูง 2,275 เมตร จากระดับน้ำทะเล จัดเป็นดอยสูงอันดับ 3 ของประเทศ ในสมัยโบราณดอยเชียงดาวถูกเรียกว่า “ดอยอ่างสลุง”  ชาวเชียงใหม่เชื่อกันตามตำนานเมืองว่าเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาพร้อมพระอรหันต์ 8 รูป ทรงลงสรงน้ำในสลุงทองคำ หรือบริเวณอ่างสลุงนั่นเอง บางคนเรียกดอยแห่งนี้ว่า “ดอยหลวง” เนื่องจากเป็นดอยที่มีขนาดสูงใหญ่ (หลวงแปลว่าใหญ่) ภายหลังเพี้ยนเป็นดอยหลวงเพียงดาว จนกระทั่งกลายมาเป็นดอยหลวงเชียงดาว นั่นเอง

กุหลาบพันปี Cr.pic. Shutterstock

ด้วยความสูงใหญ่ของดอยหลวงเชียงดาว เราจึงต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ดูแลตัวเองให้ดี  ส่วนที่เหลือนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของลูกหาบและไกด์นำทาง เพื่อความสะดวกและปลอดภัย ขอแนะนำให้ไปเป็นกลุ่มกับทัวร์ท้องถิ่นและนักเดินป่ามืออาชีพ ไปเรียนรู้การดำรงชีวิตในป่าเบื้องต้น แบบไม่มีไฟฟ้า ไม่มีห้องน้ำ ไปกับเพื่อนจะรักเพื่อนมากขึ้น ไปกับแฟนจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน ทริปขึ้นดอยหลวงเชียงดาว กลางวันเราจะเดิน เดิน เดิน และเดิน กลางคืนเราต้องนอนเต๊นท์ในป่าได้บรรยากาศแปลกใหม่เร้าใจไปอีกแบบ ไฮไลต์ของที่นี่นอกจากธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ก็คงจะเป็นการป่ายปีนภูเขาหินปูนช่วงสุดท้ายขึ้นไปยอดดอย เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามจับใจในวิวแบบพานอรามาเห็นรอบทิศทาง และแม้เวลาจะผ่านไป จนเราอาจจะจำภาพพระอาทิตย์ที่ดอยหลวงเชียงดาวไม่ได้ แต่เชื่อว่าทุกคนจะต้องจำการปีนแบบ 90 องศา บนเขาหินปูน เพื่อขึ้นไปได้ที่ยอดดอยแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน จบแบบยิ้มอ่อนเพราะปีนเขาเหนื่อย แต่ก็แสนประทับใจกับความทรงจำดีๆ ที่มีบนยอดดอยของไทย

How to Get There :

การเดินทางโดย รถไฟ รถโดยสาร เครื่องบิน หรือจะขับรถไปเอง ก็แล้วแต่ความสะดวก ถ้าหากเดินทางโดยขนส่งมวลชน ที่เชียงใหม่ก็มีบริษัทรถเช่าทั้งที่เป็นบริษัทใหญ่ และของท้องถิ่นมากมาย หากไม่ชำนาญเส้นทางขึ้นเขาลงเขา แนะนำให้เช่ารถพร้อมคนขับท้องถิ่น ที่ชำนาญเส้นทางดูจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยดี  

Where to Stay

ในเชียงใหม่มีที่พักมากมาย แต่ถ้ารักจะเดินสายธรรมชาติแล้ว การพักโฮมสเตย์ หรือกางเต๊นท์ค้างแรมในป่า น่าจะตอบโจทย์

Travel Tips

ถ้ารักจะเดินป่าควรแต่งกายด้วยสีสันกลมกลืนกับธรรมชาติ เดินตามผู้นำทางไปอย่างสงบ และเป็นมิตรกับธรรมชาติ เสพความงามของสองธรรมชาติสองข้างทาง สังเกตสิ่งรอบตัว งดส่งเสียงดัง  

ถ้าต้องเดินทางไกลบนดอยที่อากาศหนาวเย็น หากระยะทางเดินเกินครึ่งชั่วโมง ควรมีเป้สำหรับใส่อาหารว่าง และน้ำดื่ม

เสื้อแจ๊คเก็ต หรือเสื้อกันหนาวที่สวมมาพอได้ออกเดินสักระยะหนึ่ง ร่างกายจะร้อนขึ้นๆ เรื่อยๆ จากการเดิน คุณก็จะไม่ต้องการมันอีกต่อไป เก็บใส่เป้หลังไปได้เลย

เดินป่ารองเท้าสำคัญมาก ควรเลือกที่สวมใส่สบาย เกาะพื้นได้ดี

เดินป่าอาจมีใบไม้ แมลง ที่จะมาโดนตัว ควรสวมกางเกงขายาว เสื้อแขนยาว รองเท้าผ้าใบ ถ้าหากต้องค้างคืนในป่าบนดอย เสื้อกันหนาว หมวก ถุงมือ จัดไป

ก่อนจะเดินทาง ควรเช็ควันเวลาเปิดให้บริการ เนื่องจากบางสถานที่อาจจะปิดบริการ เพื่อพักฟื้นฟูธรรมชาติ อย่างเช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน จะปิดฟื้นฟูสภาพป่า ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม

ถ้าต้องการเดินป่าลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ที่ www.trekkingthai.com

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Sunday, October 27, 2019 - 08:17


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, October 01, 2024 - 14:10

5 สถานที่ในจางเจียเจี้ย ที่เป็นสวรรค์ของผู้รักธรรมชาติ


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, October 01, 2024 - 14:06

5 แหล่งใน Marrakesh หัวใจแห่งโมร็อกโก


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, October 01, 2024 - 14:02

ล่องแพแม่น้ำโฮซูกาวะและสัมผัสประสบการณ์กิโมโน


LEAVE A COMMENT