Explores the Symmetry of Vienna

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Tuesday, September 24, 2019 - 09:16

เวียนนา...สมหมายในสมมาตร

วันนี้มาชวนคุณไปเดินสบายๆ ที่เวียนนากันเถอะ เป็นที่ทราบกันดีว่าเมืองนี้เป็นเมืองแห่งศิลปะ ดนตรี สถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม หลายๆ ตึกมีอายุยืนยาวมากกว่าร้อยปี และยังคงให้ความรู้สึกถึงความสง่างาม มั่นคง มีพลัง อยู่เหนือกาลเวลา และถ้าจับตึกเหล่านั้นมาวางเรียงกัน สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือภาพรวมของสถาปัตยกรรม ที่ถูกสร้างให้มีความสมมาตรเป็นหลัก  ด้วยความเท่าเทียมกันของด้านซ้ายและด้านขวา ถ้าเรามองหาจุดแกนกลางของตึก แล้วพับครึ่งซ้ายขวาเข้าหากัน ตึกจะทบกันได้พอดี ราวกับส่องกระจกเข้าหากัน นั่นคือความสมมาตรที่จะเป็นโจทย์นำเราไปเที่ยวเวียนนากันในคราวนี้

นครเวียนนา Cr.pic.: Jacek Dylag on Unsplash  

สมมาตรแรกเป็นความใหญ่โตโอ่อ่าของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) ตัวอาคารใหญ่โตสีเหลืองอร่ามสะดุดตา มีซุ้มโค้ง โดมมุขอย่างสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสีเหลืองของตึก ตัดกับสีเขียวของสวน บริเวณรอบพระราชวังแล้ว ทำให้ยิ่งดูโดดเด่นงดงาม เมื่อไปยืนที่ด้านหน้าพระราชวัง ก็จะเห็นความสมมาตรอย่างชัดเจน สวยงาม พร้อมความยิ่งใหญ่ตราตรึงใจ

พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) Cr.pic.:  Arthur V. on Unsplash

พระราชวังเชินบรุนน์ มีความหมายว่า น้ำพุอันสวยงาม ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 17  จักรพรรดิลีโอโพลด์ ที่ 1 รับสั่งให้สถาปนิกแนวบาโรก เป็นผู้ออกแบบพระราชวังโดยมีพระราชวังแวร์ซายส์เป็นต้นแบบ เพื่อให้เป็นพระราชฐานสำหรับการพักผ่อนช่วงล่าสัตว์ให้ของพระราชวงศ์ ซึ่งต่อมาพระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นจักรพรรดิโจเซฟที่ 1 พระราชวังแห่งนี้ใช้เวลาสร้างต่อเนื่องเรื่อยมา จนกระทั่งแล้วเสร็จในสมัยจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา ส่วนที่มาของชื่อ พระราชวังเชินบรุนน์ ที่แปลว่า น้ำพุอันสวยงามนั้น ได้มาจากการที่พระจักรพรรดิได้ทอดพระเนตรเห็นน้ำบาดาลที่ผุดขึ้นจากพื้นดิน ในบริเวณที่ก่อสร้างพระราชวังนั่นเอง

ในอดีตที่นี่ใช้เป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ปัจจุบันได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ห้องหับภายในวัง 40 ห้อง อาทิ ห้องอาหาร ห้องบรรทม  ฯลฯ จากจำนวนห้องทั้งหมด 1,441 ห้อง  ภายในทุกคนจะได้พบกับความงดงาม สุดอลังการของตัวอาคาร และการตกแต่งสไตล์รอคโคโค ได้เพลินเพลินกับความงามทางศิลปะพร้อมกับเรื่องราวเกี่ยวกับ ขนบประเพณีและราชวงศ์ในออสเตรีย ที่ต้องไปชมด้วยตาตัวเองแล้วเก็บเป็นความทรงจำกลับมาเท่านั้น เนื่องจากห้ามถ่ายภาพด้านในพระราชวัง 

Krzysztof Duda Cr.pic.: Shutterstock

ในส่วนหน้าของพระราชวังมีสวนดอกไม้นานาชนิด สีสันสวยงาม ส่วนทางด้านหลังจัดเป็นสวนอังกฤษขนาดใหญ่  สวนนี้เปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชมในราวๆ ปี ค.ศ.1779 และกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเวียนนา และนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก สวนนี้มีความยาวจากทิศตะวันออกไปถึงทิศตะวันตก 1.2 กิโลเมตร และมีระยะทางจากทิศเหนือถึงทิศใต้ยาว 1 กิโลเมตร ไฮไลต์ในสวนสวยแห่งนี้ก็คือความสมมาตรของสวน ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ความงดงามของน้ำพุ และโกลเรียตต์ (Gloriette) ประตูชัยของออสเตรียมีลักษณะเป็นซุ้มโค้งงดงามขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินหญ้า  มีสวนเขาวงกต สวนพฤกษศาสตร์ และสวนสัตว์ ที่เก่าแก่ที่สุดในออสเตรีย ที่นี่มีแม้กระทั่งสระว่ายน้ำ สวนนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1996 พร้อมกับพระราชวังเชินบรุนน์

Photo by Jacek Dylag on Unsplash

ออกเดินกันต่อไปอีกสักหน่อย ไปนั่งรถม้าชมเมืองที่วิ่งกันขวักไขว่ ได้บรรยากาศเก่าๆ ขึ้นรถม้ากุบกับๆ ไปแวะชมพระราชวังที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลก ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1275 ที่นี่คือพระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) เคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ์ในราชวงศ์ฮอฟบอวร์ก ตั้งแต่พระองค์แรกจนถึงพระองค์สุดท้าย ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคของสาธารณรัฐออสเตรีย ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงให้เป็นทำเนียบของประธานาธิบดีออสเตรีย แต่มีบางส่วนที่อนุรักษ์ไว้และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ด้านในพระราชวังที่มีสิ่งน่าสนใจมากมาย ทั้งสมบัติในพระคลังอันล้ำค่า เครื่องเรือนหรูหรา หรือถ้าจะขอเพียงแค่ยืนชมความสมมาตรทางด้านนอก ก็ได้สัมผัสกับความสวยงามในความยิ่งใหญ่ไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะบริเวณจัตุรัสมิคาเอล (Michaelerplatz) ที่อยู่ด้านหน้า ในยามราตรีจะเปิดไฟสะท้อนเข้าตัวอาคารเป็นสีทองเหลืองอร่ามตระการตามาก พระราชวังฮอฟบวร์ก ประกอบด้วยปีกอาคารกว่า 18 ส่วนและห้องมากกว่า 2,000 ห้อง  มีเรื่องราวและรายละเอียดให้ชมมากมาย ควรให้เวลาหนึ่งวันไปเลยสำหรับการเยี่ยมชมทุกส่วนของพระราชวังแห่งนี้

หอสมุดแห่งชาติออสเตรีย Cr.pic.: Shutterstock

หอสมุดแห่งชาติออสเตรีย (Austrian National Library) เป็นหอสมุดสไตล์บาโรคที่งดงามและใหญ่ที่สุดในประเทศ ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1368 โดยราชวงศ์ Habsburgs ก้าวเข้ามาในห้องสมุดนี้ อาจจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแฮรี่ พอตเตอร์ในโรงเรียนเวทย์มนต์ก็ไม่ปาน ด้วยเพราะบรรยากาศย้อนยุคของห้องโถงขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและตู้หนังสือโบราณ ที่มีหนังสืออยู่มากกว่า 200,000 เล่ม ทั้งหนังสือเก่าใหม่คละกันไป บางเล่มก็เป็นหนังสือที่มีอายุยาวนานมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 หอสมุดนี้ ตั้งอยู่ภายในพระราชวังฮอฟบวร์ก ภายในตกแต่งด้วยรูปปั้นแกะสลักและภาพจิตรกรรมอย่างสวยงาม นอกจากนี้ที่หอสมุดแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ปาปิรัส พิพิธภัณฑ์ภาษาโลก พิพิธภัณฑ์ลูกโลก ให้เยี่ยมชมอีกด้วย

Photo by Rohan Thatavarthi on Unsplash

ออกเดินจากพระราชวังต่อไปไม่ถึงสิบนาที ก็จะถึงมหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephens Cathedral) เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเวียนนาโดดเด่นสะดุดตาด้วยหอคอยแหลมสูง และหลังคาที่ได้รับการตกแต่งลวดลายสุดวิจิตรงดงาม และเป็นมหาวิหารที่มีความสมมาตรอยู่ในตัว มหาวิหารแห่งนี้ถูกสร้างเพื่ออุทิศให้กับนักบุญสตีเฟน ในปี ค.ศ.1147 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เซนต์สตีเฟนได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด แต่ก็ได้รับการบูรณะจนกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ภายในมีทั้งงานจิตรกรรมและประติมากรรมทางศาสนาที่น่าสนใจหลายชิ้น และมีเรื่องเล่าว่าที่รูปบูชาของพระแม่มารีย์ มีน้ำตาไหลออกจากรูปเป็นเวลาสองสัปดาห์ ในช่วงที่ออสเตรียทำสงครามกับเติร์กอีกด้วย สำหรับใครที่ไม่กลัวความสูงก็ขอเชิญขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์รอบๆ เมืองเวียนนาบนหอคอยฝั่งทิศใต้ที่มีความสูงถึง 137 เมตร ส่วนทางหอคอยฝั่งทิศเหนือก็มีระฆัง Pummerin ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรีย ซึ่งจะมีการตีระฆังนี้เนื่องในโอกาสพิเศษเท่านั้น

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ  Cr.pic.: Shutterstock 

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ Kunsthistorisches สร้างขึ้นในปี 1891 ตั้งอยู่ที่จัตุรัสมาเรียเทเรเซียและริงชตราสในย่านใจกลางของกรุงเวียนนา ไม่ไกลจากพระราชวังฮอฟบวร์ก  ที่นี่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามด้วยศิลปะสไตล์บารอค ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยหินอ่อน และปูนปั้น ภายในมีผลงานทางศิลปะของจิตรกร ประติมากร และช่างฝีมือที่ดีที่สุดในยุโรปมากมาย สิ่งที่น่าสนใจในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะก็คือแกลอรีที่รวบรวมรูปภาพมากมาย ผลงานของ ราฟาเอล รือเบินส์ เบรอเคิล ทิเชียน ตินโตเรตโต ปิเอเตอร์ เบรอเคิล และอีกหลายๆ ท่าน นอกจากนี้ ในพิพิธภัณฑ์ยังมีชุดเหรียญสะสมโบราณที่มีจัดแสดงมากกว่า 700,000 เหรียญ รวมถึงธนบัตรใบแรกๆ ของโลกอีกด้วย มีวัตถุโบราณตั้งแต่ยุคกลางไปจนถึงยุคเรอเนสซองส์และบารอค รวมถึงของมีค่าในราชวงศ์ฮอฟบวร์กอีกด้วย

พระราชวังเบลเวอร์เดียร์  Cr.pic.: Shutterstock 

พระราชวังอีกแห่งที่เลอค่าน่าเยี่ยมชม ก็คือพระราชวังเบลเวอร์เดียร์ (Belvedere Palace) เคยเป็นที่ประทับของ Prince Eugene of Savoy ผู้เป็นนักรบที่เก่งกาจ พระราชวังแห่งนี้ได้รับการสร้างและตกแต่ง ได้อย่างวิจิตรตระการตา ทั้งภายนอกและภายใน  โดยแบ่งเป็นสองส่วนด้วยกันคือ Lower Belvedere ซึ่งเดิมเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของเจ้าชายยูจีน ปัจจุบันปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปะออสเตรีย ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคปัจจุบัน และส่วน Upper Belvedere ใช้เป็นพื้นที่สำหรับจัดเลี้ยงสังสรรค์  จึงมีความหรูหราปาร์ตี้มากกว่า  ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ภาพเขียนออสเตรียนแกลเลอรี  จัดแสดงผลงานของเหล่าศิลปินชื่อดังมากมาย อาทิ  Claude Monet, Vincent van Gogh และ Max Beckmann เป็นต้น และผลงานชิ้นเอกที่โด่งดังที่สุดในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือ ภาพวาดเลื่องชื่อสไตล์อาร์ตนูโวที่มีชื่อว่า The Kiss  ผลงานของ  Gustav Klimt ศิลปินเอกของออสเตรียซึ่งนิยมใช้ทองคำในการสร้างสรรค์ผลงาน ภาพวาดที่เป็นเอกลักษณ์ และโด่งดังเป็นอย่างมาก ผลงานเหล่านี้มีอายุมากกว่าร้อยปี และมูลค่ามากกว่าร้อยล้านดอลล่าร์ ดังนั้นเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้ไปเยือนเวียนนา

Photo by meetmeattheopera.com 

โรงละครโอเปร่าแห่งกรุงเวียนนา (Vienna State Opera) ความสมมาตรสไตล์เรเนซองส์ ที่งดงามตระการตา และยิ่งใหญ่ สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 2,200 เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1869 ภายในโรงละครเต็มไปด้วยผลงานจิตรกรรม และประติมากรรมอันทรงคุณค่าและสวยงามจับใจ ปัจจุบันโรงละครแห่งนี้ยังเปิดใช้งานอยู่ ผู้ชมสามารถเลือกชมการแสดง หรือจะเลือกชมแบบทัวร์ชมสถานที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมภายใน และการทำงานเบื้องหลังในโรงละคร เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจในการท่องเที่ยวเวียนนา

Photo by Krzysztof Kowalik on Unsplash

ศาลาว่าการกรุงเวียนนา (City Hall) ความสมมาตรสุดท้ายสไตล์โกธิค หนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา โดดเด่นด้วยหอคอยยอดแหลมที่สูงถึง 97.9 เมตร ด้านหน้าศาลาว่าการมีลานกิจกรรมขนาดใหญ่ ที่มีกิจกรรมตลอดปี โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส ที่ประดับประดาด้วยแสงไฟอย่างสวยงาม มีร้านค้าเรียงรายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของสำหรับประดับต้นคริสมาสต์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง 

Photo by Wiktor Karkocha on Unsplash

ส่งท้ายเบาๆ ด้วยแหล่งช้อปปิ้งสุดหรูในถนน Graben และ Kohlmarkt ถนนสองสายจะนี้เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายสินค้าแบรนด์เนมน่าซื้อมากมายอย่าง Louis Vuitton, Gucci , Armani, Chanel  นอกจากนี้ ร้านขายของที่ระลึกก็เยอะ ช้อปจนเหนื่อยแล้วก็แวะพักชม Baroque plague column  อนุสาวรีย์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางถนน Graben ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ ในกรุงเวียนนา เมื่อปี ค.ศ.1679

Wiener Schnitzel  Cr.pic.: Shutterstock

เติมกระเพาะให้เต็มด้วยอาหารหวานคาว มาเที่ยวออสเตรียทั้งที ต้องไม่พลาด Wiener Schnitzel ที่คงเหมือนบ้านเรามีผัดกะเพรานั่นแหละ เพราะที่เวียนนามีอาหารนี้อยู่แทบทุกร้าน ลักษณะจะเป็นเนื้อวัว  หรือ เนื้อหมู นำมาชุบแป้งทอด รับประทานคู่กับบซอสแคนเบอรี่ สลัด หรือมันฝรั่งดอง ส่วนของหวานก็ต้องลองขนม Apfelstrudel หรือ Apple Strudel เป็นหนึ่งในอาหารประจำชาติออสเตรีย มีมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 17  แป้งพายพับอบกรอบบางๆ สอดไส้แอปเปิ้ลร้อนๆ โรยหน้าด้วยไอซ์ซิ่ง ปัจจุบันนิยมเสิร์ฟคู่กับไอศครีม วิปครีม หรือราดด้วยซอสวนิลลา และที่พลาดไม่ได้อย่างแรงเลยก็คือ.. เค้กช็อกโกแลตนุ่มละมุนสอดไส้แยมแอพริคอตของ Sacher Torte ที่คิดค้นโดย Franz Sacher มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1832 คือความลงตัวของรสชาติที่พลาดไม่ได้อย่างแท้จริง  สปอนจ์เค้กนุ่มละมุนลิ้นที่แทบละลายในปาก ผสานกับรสชาติความเปรี้ยวอมหวานของแยมแอปริคอต คือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด เป็นอีกหนึ่งความสมหมายสำหรับการปิดท้ายในทริปนี้

How to get there :

•             การบินไทยบินมีเที่ยวบินตรงไปยังสนามบินนานาชาติเวียนนา Flughafen Wien-Schwechat ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง 

•             จากสนามบินเข้าเมือง ใช้ City Airport Train (CAT) สะดวกรวดเร็ว ราคาเหมาะสม

Where to stay :

ในเวียนนามีระบบคมนาคมที่ทันสมัย ดังนั้นควรเลือกโรงแรมตามแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อความสะดวกในการเดินทาง แต่ถ้าต้องการทั้งหรูหราและไปมาสะดวก ขอเชิญที่นี่

•             Hotel Sacher (www.sacher.com)

•             Le Méridien Vienna (www.marriott.com/hotels/travel/viemd-le-meridien-vienna/)

ที่พักดูดี ราคาพอประมาณ ขอแนะนำ

 

Travel Tips :

•             การเข้าออสเตรียใช้วีซ่าเชงเก้น (Schengen) ยื่นขอที่สถานทูตออสเตรีย การขอใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ ไม่นับรวมวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ  

•             เวลาที่ออสเตรีย จะช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง

•             การเดินทางในเวียนนาสามารถใช้รถไฟใต้ดิน หรือ U-Bahn สะดวก ง่าย และครอบคลุมทั่วเมือง

เรื่องโดย ปริดาพร  กองพิลา

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, September 24, 2019 - 09:16


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 17:54

6 Coffee Houses in Amsterdam


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:44

คอร์ตอร์ ที่ซึ่งอดีตพบกับปัจจุบัน


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:35

ความสุขอวลไอในสายลมที่ซิดนีย์


LEAVE A COMMENT