POSTED BY TRAVELBARADMIN | Friday, October 11, 2019 - 09:02
เที่ยวตามอำเภอใจ...ชัยภูมิ หนองบัวลำภู สกลนคร หนองคาย
ในองคาพยพของนักเดินทางตัวจริงนั้น เวลาเดินทางไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับฤดูกาล เส้นทางที่หอมหวลชวนหลงใหลต่างหากคือตัวกำหนด อยากไปไหนก็ไป ไม่ต้องรีบ เดินทางแบบช้าๆ ค่อยๆ สูดกลิ่นบรรยากาศข้างทาง ค่อยๆ ปลดปล่อยอารมณ์ ยิ้มรับกับแสงแดด และใบไม้ที่เอนไหวยามต้องสายลม ให้ธรรมชาติคอยเติมเต็มช่วงเวลาที่ขาดหายไป เที่ยวตามอำเภอใจนี่แหล่ะใช่เลย

ท่องสู่แดนชัยภูมิ
เมื่อกายและใจเรียกร้อง เราเลือกเส้นทางภาคอีสาน โดยเริ่มต้นที่จังหวัดชัยภูมิ ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวเท่ถูกใจ คือมอหินขาว เป็นกลุ่มหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ที่เรียงรายดูเด่นสะดุดตาคล้ายสโตนเฮ็นจ์ที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่มอหินขาวที่ชวนหลงใหลของเรานั้นเป็นแท่งหินที่ถูกกาลเวลานับร้อยล้านปีสลักเสลาให้งดงามไม่เหมือนใคร ยิ่งในตอนกลางคืนมอหินขาวดูโดดเด่นท่ามกลางหมู่ดาวบนฟากฟ้า ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงอังกฤษเพื่อเช็คอินที่สโตนเฮนสจ์ก็เท่ได้ หรือใครชอบบรรยากาศทะเลดวงดาว พกกล้องดูดาว มานอนนับดาวบนท้องฟ้า ก็เป็นฉากแสนโรแมนติกเหมือนในภาพยนตร์ที่พระเอกนางเอกไปฮันนีมูนและนอนกางเต้นท์นับดาวด้วยกัน

อารมณ์โรแมนติกยังไม่จางโชคดีที่เราเดินทางมาช่วงที่อากาศกำลังสบาย เราตามสายหมอกออกไปแต่เช้าตรู่ สายหมอกบางๆ ค่อยๆ นำทางมายังอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ซึ่งอยู่ในจังหวัดชัยภูมิเช่นกัน มาพบกับทุ่งดอกไม้สีชมพู หรือทุ่งดอกกระเจียว เห็นภาพตรงหน้าที่มีดอกไม้บานคอยต้อนรับอย่างละลานตา “ดอกกระเจียว” หรือเรียกว่า “บัวสวรรค์” นั้น เป็นพืชวงศ์เดียวกับขิง และเป็นไม้ล้มลุกซึ่งมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อนเหง้าดอกกระเจียวจะฝังอยู่ใต้ดิน เมื่อเข้าสู่หน้าฝน สายฝนจะปลุกเหง้าดอกกระเจียวให้แทงหน่อต่อยอดเติบโตและค่อยๆ ผลิดอกออกมาอวดโฉมความงามสมดังฉายาราชินีแห่งป่าฝน ใครได้มาพบเจอกับทุ่งดอกบัวสวรรค์คงอยากจะหยุดเวลาไว้ที่นี่ให้นานแสนนาน

150 ล้านปี...ที่หนองบัวลำภู
เมื่อสายหมอกจางหาย เราใช้แสงตะวันและสายลมนำทาง...ต่อมายังจังหวัดหนองบัวลำภู อารมณ์เปลี่ยนจากผู้ใหญ่กลับกลายมาเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะมองเห็นไดโนเสาร์ตัวโตๆ ยืนเด่นอยู่หน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์หอยหิน 150 ล้านปี หนองบัวลำภู แม้จะไม่เยอะเท่าในภาพยนตร์เรื่องจูราสสิคพาร์ค แต่ก็ทำให้หัวใจเต้นแรงอีกครั้ง

พิพิธภัณฑ์หอยหิน 150 ล้านปี หนองบัวลำภู ได้มีการค้นพบเรื่องน่าตื่นเต้นของซากหอยหินครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 โดยชาวบ้านที่เข้าเก็บของป่าในบริเวณเหมืองร้าง ได้ค้นพบหินที่มีลักษณะคล้ายหอยสวยงามแปลกตาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นฟอสซิลหอยกาบคู่อายุประมาณ 150 ล้านปี และได้ค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์บรรพบุรุษทีเร็กซ์อีกด้วย หนองบัวลำภูได้พัฒนาแหล่งค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์และหอยหิน ให้เป็นแหล่ง "UNSEEN หนองบัวลำภู" ในลักษณะ ของ Site Museum เราตื่นเต้นกับข้อมูลของที.เร็กซ์เจ้าสัตว์กินเนื้อ กะโหลกศีรษะที่ใหญ่ มีสองกรงเล็บคอยไว้ฉีกเหยื่อ และได้เห็นซากดึกดำบรรพ์แห่งบ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เหมือนกับได้ตามรอยนักสำรวจท่องแหล่งฟอสซิลและค้นพบไดโนเสาร์ ในยุค150 ล้านปีเลยทีเดียว
เยือนภูพาน ยลท่าแร่ สกลนคร

เดินทางต่อจากจังหวัดหนองบัวลำภู มาสู่จังหวัดสกลนคร ไต่ระดับความสูงขึ้นสู่เทือกเขาภูพาน สู่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 16 กิโลเมตร พระตำหนักแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นอย่างยิ่ง การสร้างพระตำหนักบนป่าที่อุดมสมบูรณ์นั่นคือกุศโลบายในการรักษาป่าไว้นั่นเอง นอกจากนี้พระองค์ท่านทรงเน้นเรื่อง "น้ำ" เพราะน้ำนั้นสำคัญเป็นรากฐานของชีวิต ก่อนการสร้างพระตำหนักจะต้องมีการสร้างอ่างเก็บน้ำ เมื่อมีน้ำพร้อมแล้วจึงทรงสร้างพระตำหนักหลังแรกขึ้นในปีพ.ศ. 2518 พระองค์ทรงเลือกพื้นที่สร้างพระตำหนักด้วยพระองค์เอง ใช้แผนที่ทางอากาศและการเสด็จฯ สำรวจเส้นทางบริเวณ ป่าเขา น้ำตก อาคารต่างๆ ภายใน
เขตพระราชฐานที่เรียกรวมๆ ว่า “หมู่พระตำหนัก” นอกจากหมู่พระตำหนักแล้วยังมีหมู่บ้านเล็กๆ ที่สร้างด้วยไม้เพื่ออนุรักษ์บ้านเรือนแบบเก่าของชาวบ้านไว้...สำคัญที่สุดที่นี่เป็นสวรรค์ของคนรักต้นไม้เลยทีเดียว ภายในเต็มไปด้วยไม้นานาพรรณโดยเฉพาะไม้ดอกไม้ประดับ ทั้งนี้ พันธุ์ไม้ที่เป็นที่ชื่นชมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ได้แก่ พันธุ์ไม้ดอกจากป่าภูพาน อาทิ ดุสิตา มณีเทวา และทิพย์เกสร ทั้งนี้ ในระหว่างที่ไม่มีพระองค์ใดประทับอยู่ ทางสำนักเลขาธิการพระราชวังจะอนุญาตให้ประชาชน ทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน

จังหวัดสกลนครยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม จากการปรากฏสถาปัตยกรรมอายุร้อยปีที่ถักทอและเชื่อมร้อยอดีตกับปัจจุบันและผู้คนยุคเก่าสู่ยุคใหม่อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ...ที่นี่คือหมู่บ้านท่าแร่ บนทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-นครนม) ต.ท่าแร่ อ.เมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 21 กม. หมู่บ้านท่าแร่ เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นหมู่บ้านที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์มากที่สุดในประเทศไทย เป็นชุมชนที่เก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี

ย้อนไปในอดีตประมาณปี พ.ศ.2427 ประชากรชาวท่าแร่อพยพจากประเทศเวียดนามประมาณ 40 คน อาศัยอยู่ในตัวเมืองสกลนคร และมีบาทหลวงเกโก (มิชชั่นนารีชาวฝรั่งเศส) คอยดูแลความเป็นอยู่ เมื่อประชากรเพิ่มขึ้น จึงได้ย้ายมาที่บ้านท่าแร่จนปัจจุบัน ชาวบ้านยังคงรักษาความสวยงามของบ้านโบราณอายุมากกว่า 100 ปี ถูกสร้างขึ้นแบบตึกปูนทรงยุโรปในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสผสมเวียดนามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และไม่ค่อยพบเห็นที่ไหน อีกด้วย
นอจากสถาปัตยกรรมเก่าแล้ว ในช่วงเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส ทุกๆวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ชุมชนแห่งนี้จะจัดเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส โดยจัด "ขบวนรถแห่ดาวคริสต์มาส" โดยเชื่อว่า "ดาว" เป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซู บ้านท่าแร่ในคืนวันแห่งคริสต์มาสจึงมีดวงดาวส่องแสงระยิบยับและสร้างความรื่นรมย์ในผู้มาเยือนทุกๆ คน
หนองคาย เมืองชายโขง

เที่ยวตามอำเภอใจยังเลาะเรื่อยต่อไปยังจังหวัดหนองคาย เมืองริมฝั่งโขงที่หากอยากพบกับอารมณ์ที่เหมือนกับหลุดไปอยู่ยังอีกมิติหนึ่ง แนะนำให้ลองมาที่ศาลาแก้วกู่ อุทยานเทวาลัยแห่งความศรัทธา แรกที่เดินเข้าไปในถานที่บนพื้นที่ 42 ไร่ แห่งนี้ เราจะได้พบเจอกับความแปลกตาด้วยความแปลกใจ เพราะปรากฏด้วยรูปปั้นก่ออิฐถือปูนขนาดมหึมา ราวกับไม่ได้สร้างขึ้นโดยมนุษย์ที่มีสัดส่วนที่ใหญ่โตไม่เหมือนที่ใดๆ อีกทั้งมีรายละเอียดที่พิถีพิถัน สร้างขึ้นด้วยความศรัทธาและความเชื่อของปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ หรือ ปู่เหลือ (พ.ศ.2476-2539)
ปู่เหลือเชื่อว่าทุกศาสนาผสมผสานกันได้โดยปรารถนาให้ "อุทยานเทวาลัย" หรือ "ศาลาแก้วกู่" หรือที่ชาวหนองคายเรียกกันง่ายๆ ว่า "วัดแขก" เพื่อให้เป็นดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง สถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่เหล่านี้ได้บอกเล่าเนื้อหาพุทธประวัติ ตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ตามตำนานความเชื่อใน พราหมณ์ ฮินดู และคริสต์ การได้เข้าไปชมสถาปัตยกรรมศาลาแก้วกู่แห่งนี้ เหมือนเป็นการตักเตือนว่าเจ้าเมนุษย์ตัวเล็ก จงให้ความสำคัญกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือ บาป บุญ คุณ โทษ และนรก สวรรค์ นั้นเอง

การเดินทางแบบอำเภอใจมาถึงปลายทางด้วยไฮไลท์และแลนด์มาร์คของจังหวัดหนองคาย ซึ่งหากใครไม่มาเช็คอินที่ Sky Walk แห่งนี้ก็เหมือนมาไม่ถึงสุดเขตแดนประเทศไทย จังหวัดหนองคาย หากใครกลัวความสูงต้องทำใจหน่อยนะ เพราะสกายวอล์ค (SkyWalk) พื้นปูด้วยกระจกใสแจ่ว (แทมเพอร์ลามิเนต) ที่มีความมั่นคงแข็งแรง ทนทาน ส่วนทางเดินพื้นกระจกใส 15 เมตร ทอดยาวเป็นรูปแบบเกือกม้า สามารถรับน้ำหนักนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปยืนได้ประมาณ 20 คน หรือประมาณ 2,500 กิโลกรัม วินาทีที่ได้พาตัวเองไปยืนอยู่บนกระจกใสเหมือนได้ปลดปล่อยกายและใจจากพันธนาการทั้งปวง สูดหายใจลึกๆ มองลงไปด้านล่างมีแต่พื้นน้ำ ทอดสายตาไปข้างหน้าคือแม่น้ำและผืนป่าของประเทศลาวเพื่อนบ้าน...อารมณ์แบบนี้สิคือได้เที่ยวตามอำเภอใจอย่างแท้จริง
Where to Stay :
ชัยภูมิ https://www.facebook.com/zelete.chalet/
หนองบัวลำภู http://www.wanwisahomestay.com
สกลนคร https://www.facebook.com/dusitsakon/
หนองคาย www.banmairimkongresort.com
Travel Tips :
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Friday, October 11, 2019 - 09:02
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT