Jaipur An ode to the pink city

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Monday, October 21, 2019 - 21:30

ประสบการณ์ 4 วัน 2 คืน ที่ได้เยือน“ชัยปุระ”เมืองหลวงของรัฐราชสถาน ข้อเสียทั้งหมดที่เคยรับรู้ถูกตีกลบหมดด้วยประทับใจในความสนุกจากนิสัยของคนอินเดีย และความงามทางสถาปัตยกรรมที่เสกทั้งเมืองให้กลายเป็นเมืองสีชมพูสุดโรแมนติก
สิ่งที่ประสบพบเห็นด้วยตนเองนั้นสามารถลบเลื่อนเสียงคำขู่ คำเตือนที่เคยไหลมาหนาหู อาหารการกินไม่อร่อยบ้างล่ะ ห้องน้ำสกปรกเอย ไปทางไหนก็วิงเวียนจากผู้คนแออัดยัดเหยียดและกลิ่นเหม็นตุ อะไรจะขนาดนั้น
 

 

Jaipur  Cr.pic.: Annie Spratt on Unsplash
 

สายการบินไทยสไมล์พาเรามาถึงชัยปุระในช่วงมืดของวัน สีสันและความหลากหลายของอินเดียถูกแทนที่ด้วยความมืดมิด ได้เก็บความตื่นเต้นในความอินเดี๊ย...อินเดียเอาไปลุ้นเอาวันพรุ่งนี้เช้า แต่เมื่อพระอาทิตย์เริ่มทอแสง ภาพเมืองชัยปุระที่เราเห็นช่างน่าตื่นใจ ตึกรามบ้านช่องเป็นสีชมพูอมส้ม รถราวิ่งขวักไขว้ ผู้คนพลุกพล่าน เสียงแตรดังสนั่นประสานเสียงโวกแวกโวยวายตามฉบับอินตะระเดีย ชัยปุระ หรือ จัยปูร์ (Jaipur) เป็นเมืองหลวงของรัฐราชสถานอยู่ทางตะวันตกของอินเดียได้รับการสถาปนาเป็นราชธานีตั้งแต่ปี ค.ศ.1728 ในสมัยของมหาราชาไสวชัยสิงห์ที่ 2 (Maharaja Sawai Jai Singh II)โดยโปรดให้ย้ายจากราชธานีเดิมที่แอมเบอร์ ฟอร์ท(Amber Fort) ซึ่งอยู่บนเนินเขาสูง ลงมายังบริเวณพื้นราบ

 

 

Hawa Mahal Cr.pic.: Ibrahim Rifath on Unsplash

สถานที่แรกที่เราเลือกทำความรู้จักจัยปูร์ คือ เดอะ ซิตี้ พาเลส (The City Palace) พระราชวังหลวง ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองชัยปุระ แลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องมาเป็นอันดับแรก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1729 โดยคำสั่งของมหาราชาไสวชัยสิงห์ที่ 2 มหาราชาองค์สุดท้ายและองค์เดียวที่ประทับอยู่พระราชวังนี้ ตัวพระราชวังสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ราชปุต (Rajput) ผสมผสานกับโมกุล (Mughul)มีชื่อเสียงมากในเรื่องจิตรกรรมฝาผนัง งานแกะสลักและงานตกแต่งแก้วสีอันวิจิตร ปัจจุบันยังคงเป็นที่อยู่ของเชื้อพระวงศ์บางท่าน และยังเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าชมเป็นบางส่วนโดยมีค่าเข้าชมอยู่ที่ 180 รูปี สามารถชมได้ตัวพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกายของมหาราชา มหารานี

 

 

Jantar Mantar Cr.pic.: Ibrahim Rifath on Unsplash

ถัดจากพระราชวังหลวง เพียง 1 นาที เป็นสถานที่ตั้งของจันทาร์ มันทาร์ (JantarMantar) หอดูดาว ที่ซึ่งมหาราชาไสวชัยสิงห์ที่ 2 และโหรหลวงใช้เป็นเครื่องมือทำนายทายทัก ดูวันและเวลา โดยคำนาณพระจันทร์ ดวงดาว และพระอาทิตย์ ผ่านสถาปัตยกรรมโบราณรูปทรงเรขาคณิตที่ตั้งอยู่เต็มบริเวณ มีทั้งใหญ่ เล็ก แล้วแต่เรื่องที่ทำนาย ความเจ๋งของที่นี่คือทุกอย่างสร้างขึ้นตามหลักทางวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ช่วงก่อนศตวรรษที่ 18 เสียด้วยซ้ำ และยังคงอ้างอิงและใช้ได้จริงจนถึงปัจจุบัน ซึ่งฉันคิดว่าน่าเหลือเชื่อมากที่มนุษย์เราสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ ควรค่าแก่การเก็บรักษาจนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 2010

เดินลัดเลาะชมเมืองตามไกด์ท้องถิ่นก่อนไปจบวัน ณ พระราชวังสายลม หรือ ฮาวา มาฮาล ( Hawa Mahal ) พระราชวังริมถนนใหญ่ไกลจากพระราชวังหลวงเพียง 10 นาทีเศษ แต่ครั้งนี้ฉันและเพื่อนตัดสินใจนั่งรถตุ๊กๆ ท้องถิ่น ฝ่าฟันรถติด ลมร้อน ให้เข้าถึงบรรยากาศพื้นที่มากที่สุด ขอบอกว่าประทับใจมาก เป็นการเดินทางที่ผ่านรูปสนุกที่สุด นั่งไปถ่ายรูปไป อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นควัน และเสียงแตรก้องไปทั่ว สักพักเดี๋ยวก็มีวัวมีแพะวิ่งผ่าน ตลกดี

 

 

Hawa Mahal Cr.pic.: Annie Spratt on Unsplash

พระราชวังสายลมเป็นพระราชวังดังที่เปรียบได้ดังสัญลักษณ์ของเมืองจัยปูร์ มีลักษณะเป็นอาคาร 5 ชั้น สร้างขึ้นในปี 1799 หินทรายสีชมพูหน้าตาละหม้ายคล้ายรวงผึ้งตามฉบับสถาปัตยกรรมแบบเปอร์เซียผสมโมกุล ประตูหน้าต่างที่เราเห็นนั้นเป็นช่องระบายอากาศ มีไว้ให้บรรดานางสนมในวังแอบดูวิถีชีวิตชาวบ้านนอกขอบรั้ว คนด้านนอกไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ การมาชมพระราชวังสายลม หากไม่อยากเดินชมด้านในแนะนำให้เดินขึ้นไปยังตึกตรงข้าม ด้านบนมีคาเฟ่ทำเลดีอยู่ 1 ร้าน เปิดขายน้ำดื่ม ชา กาแฟทั่วไป แต่วิวที่ได้นั้นเลอค่ามาก สีท้องฟ้าชมพู่อมส้มยามเย็น ขับพระราชวังให้ดูงดงามยิ่ง ยิ่งช่วงที่เราไป มีสายลมเย็นอ่อนๆ แถมยังอยู่ในช่วงเทศกาลเล่นว่าว ชาวบ้านมักนำว่าวขึ้นมาชักสู้กันบนดาดฟ้า ได้บรรยายกาศสนุกๆ โรแมนซ์ไปอีกแบบ

 

 

แอมเบอร์ ฟอร์ท Cr.pic.: Annie Spratt on Unsplash
 

เช้าวันถัดมาจุดหมายเราอยู่ห่างจากตัวเมืองเก่าไปประมาณ 11 กิโลเมตร แอมเบอร์ ฟอร์ท เป็นป้อมปราการดั้งเดิม เคยเป็นศูนย์กลางการทหารและการปกครองของมหาราชาหลายยุคหลายสมัย ตั้งตระหง่านเป็นด่านป้องป้องชาวเมืองมามากกว่า 1,000 ปี การเยี่ยมชมต้องนั่งช้างขึ้นไปบนยอดเนินเท่านั้น ไม่สามารถเดินเท้าขึ้นไปได้ ควาญช้างแต่คนละแต่งองค์เต็มยศพร้อมช้างเชือกโตที่วาดลวดลายสวยงาม ระหว่างทางนั่งก็ชมวิวไปด้วย ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีก็ถึงหมาย สวยงามและได้อารมณ์ประหนึ่งตนเองเป็นมหารานี

 

 

ป้อมแอมเบอร์ ฟอร์ท Cr.pic.: Annie Spratt on Unsplash

ป้อมปราการแอมเบอร์ ฟอร์ท แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ ซึ่งแต่ส่วนจะมีลานกว้างเป็นของตัวเอง ควาญช้างจะมาส่งบริเวณลานด้านนอก แล้วเราต้องเดินเท้าขึ้นบันไดไปสู่เขตพระราชทาน ซึ่งแต่ส่วนก็มีจุดเด่น และลวดลายต่างๆ กันไป มีทั้งตำหนักที่ใช้ว่าราชการ พระตำหนักที่ประตูทำด้วยงาช้าง และตำหนักส่วนพระองค์ของมหาราชาและมหารานีที่ตกแต่งงดงามด้วยเศษกระจกและกระเบื้อง ยามจุดเทียนหรือมีแสงตะวันสีทองสาดส่อง ระยิบระยับจับตา เดินเข้าตามตรอกออกตามซอยยังส่วนต่างๆ ของวัง นอกจากความสวยงามสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ คือ ในตัวพระตำหนักอากาศเย็นสบาย ไม่จำเป็นต้องมีพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศช่วยแม้แต่น้อย ถ่ายรูปสวยๆ เก็บความประทับใจกันเต็มอิ่ม ขาลงนั่งรถจิ๊ปซึ่งมีให้บริการมากมาย ขามารู้สึกเหมือนมหารานี ส่วนขาลงให้ความรู้สึกราวกับผจญภัยในหนังบอลลีวู้ดสักเรื่อง

 

 

พระตำหนักฤดูร้อนจัล มาฮาร์  Cr.pic.: unsplash

ขากลับเราแวะลงจอดยังลานกว้างริมทะเลสาบมาน สาการ์ (Man Sakar) เพื่อลงไปชมบรรยากาศงานเทศกาลของชัยปุระ จำได้ไหมว่า เรามาเยือนในช่วงเทศกาลเล่นว่าว ชาวเมืองชัยปุระ เขาจริงจังมากถึงขนาดจัดงานแข่งกันทั่วเมือง ยิ่งวันที่เราไป เป็นวันแข่งจริง ชาวบ้านก็จะมารวมตัวกันตามจุดต่างๆ ใครอยากแข่งก็แข่งไป ใครไม่แข่งก็นั่งชม ดูสินค้าไปด้วย บรรยากาศครึกครื้นเหมือนงานวัด ยิ่งบริเวณที่ลงจอด อยู่ติดกันทะสาบมาน สาการ์ จากฝั่งก็มองเห็นพระตำหนักฤดูร้อนจัล มาฮาร์ (JalMahal) อยู่กลางน้ำ สวยงามมาก พระราชวังนี้อดีตมหาราชานิยมมาประทับในช่วงฤดูร้อน ไกด์ท้องถิ่นเล่าให้ฟังว่าด้านในสวยงามประณีตสุดๆ เสียดายที่ตอนนี้กลายเป็นร้านอาหารหรูไปแล้ว แน่นอนว่าราคาไม่ใช่เบาๆ และกว่าจะกินต้องจองถึงเข้าไปได้

 

ตลอดเวลาที่เดินเล่นอยู่ในจัยปูร์ สิ่งที่เราสัมผัสได้ คือ ความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมและองค์ความรู้มหาศาล อดีตต้องเป็นเมืองที่มั่งคั่งและสวยงามมากกว่านี้เป็นแน่แท้ สิ่งที่ชอบมากกว่า คือวิถีความเป็นอยู่ของผู้คน ถึงจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แต่ก็เป็นมิตร เต็มไปด้วยน้ำใจ ศรัทธาในสิ่งที่ตนเชื่อ อินเดียเป็นชาติที่สนุก หลากหลายและรื่นเริง คิดดูว่าแม้กระทั่งงานในวัดยังต้องตบท้ายด้วยกิจกรรมเต้นเข้าจังหวะ ผู้หญิงใส่ส่าหรีตลอดเวลา แผ่นจาปาตียังคงเป็นอาหารหนึ่งในใจเสมอ สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือ ความไม่นอนของประเทศนี้ ทุกอย่างดูอิสระเสรีเหมือนไร้กฎเกณฑ์แต่ก็แอบมีกรอบ อะไรก็เกิดขึ้นได้ สนุก หรรษา โรแมนซ์ สมสโลแกม Incredible India! จริงๆ!

 

Getting There

สายการบินไทยสไมล์มีบินตรง กรุงเทพฯ-จัยปูร์-กรุงเทพฯ ทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน ตรวจสอบราคาและดูตารางได้ที่ www.thaismileair.com

 

Where to Stay

Radisson Blu Jaipur

ห้องใหญ่ สะอาด สะดวกสบาย และอาหารอร่อย อยู่ห่างจากตัวเมืองเก่าเพียง 10 นาที  https://www.radissonblu.com/en/hotel-jaipur

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Monday, October 21, 2019 - 21:30


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 17:54

6 Coffee Houses in Amsterdam


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:44

คอร์ตอร์ ที่ซึ่งอดีตพบกับปัจจุบัน


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Friday, April 05, 2024 - 12:35

ความสุขอวลไอในสายลมที่ซิดนีย์


LEAVE A COMMENT