POSTED BY TRAVELBARADMIN | Saturday, January 25, 2020 - 16:27
Microcation ในปี 2020 ที่คำนึงถึงคุณค่าแห่งการเดินทาง นอกจากได้อิ่มเอมกับการเดินทางท่องเที่ยวแล้ว ยังมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะและคาร์บอน และปกป้องโลกสีเขียวอีกด้วย
อาเซียน...เป็นภูมิภาคก่อปัญหาขยะต่อท้องทะเลเป็นเบอร์ 1 ของโลก ประเทศไทย เป็นผู้นำเข้าขยะพลาสติก และส่งสินค้าแปรรูปขยะในระดับที่โลกต้องจับตามอง ซึ่งแน่นอนไทยกลายเป็นจำเลยทางสิ่งแวดล้อมโดยปริยายทันที ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาใหญ่ที่ชาวโลกยังงุนงง ในทะเล...มีขยะพลาสติก ขยะอื่นๆสารพัดตกค้างราว 30 ล้านตัน ซึ่งทุกวันจะมีขยะราว 1 ล้านต้นไหลเติมลงสู่ทะเล
ทุกภาคส่วนล้วนข้องเกี่ยว สร้างปัญหาสิ่งแวดต่อโลกใบนี้ทั้งสิ้น...ในอุสาหกรรมท่องเที่ยวเช่นกัน แต่เดิม ไปเที่ยวคือไปพักผ่อน ไปกิน ซื้อของ เก็บเกี่ยวประสบการณ์...วันนี้นักเดินทางยังต้องมองสิ่งแวดล้อม นักท่องเที่ยวในซีกโลกตะวันตก กำลังประเมินความเสียหายด้วยวิสัยทัศน์ตนเองอย่างจริงจังสำหรับการเดินทาง อันอาจส่งผลกระทบต่อโลก ซึ่งหมายถึงท้องถิ่นหรือจุดหมายปลายทางที่จะไป

Photo by Connor James on Unsplash
ประมาณการว่า มนุษย์ได้สร้างขยะกันวันละ 1 กก./คน/วัน โดยเฉลี่ย...ทั้งการเดินทางยังได้เพิ่มคาร์บอนในชั้นบรรยากาศราว 3,300 ปอนด์/คนอีก...และวันนี้ ยักษ์ใหญ่ในแวดวงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวชั้นนำของโลก 12 ราย ออกมาถือธงนำส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการทั้งหลาย หันมามองสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่เพียงเพื่อให้โลกนี้น่าอยู่...แต่ผู้ประกอบการไม่ว่าโรงแรมหรือรีสอร์ท ควรใช้เรื่องนี้เป็นจุดขายด้วย
ซึ่งในปี 2020 แนวโน้มในการเดินทาง จะมีการผนวกเรื่องของสิ่งแวดล้อมในเชิงทัศนคติไว้...ด้วยการมองความหมายการเดินทางมากขึ้นกว่าแต่ก่อน...ทั้งนักเดินทางจะมองหาผู้ประกอบการ...ซึ่งใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมเช่นกัน
นักเดินทางกลุ่มนี้ จะวางแผนการเดินทางที่สั้นลง โดยมีศัพท์ใหม่เกิดขึ้นคือ Microcations ซึ่งมีนิยามว่า เที่ยวไม่ต้องไกล ไปทริปสั้น ๆ ไม่ต้องวางแผนอะไรซับซ้อน...คำนึงถึงความหมาย-คุณค่าของการเดินทาง เป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะและคาร์บอน และโลกสีเขียวต้องการคนเหล่านี้ในการปกป้องแผ่นน้ำ ผืนป่า...ภูเขา...ฯลฯ สิริรวมแล้วก็คือโลกเรานั้นเอง

Photo by Wynand Uys on Unsplash
ดังเช่น...ป่าต้นน้ำของ Okavango ในแองโกล่า หากหยุดการลักลอบตัดไม้ไม่ได้ มันจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่บอสวาน่า ฝูงวีนาบิสหรือควายป่าที่นั่นต้องจบชีวิตลง ห่วงโซ่อาหารจะสั้นลง เสือ จระเข้ ไฮยีน่าจะตายตาม...หรือกรณีเทือกเขาวีลังก้า ในคองโก บ้านของกอลีล่าก็กำลังวิกฤต ไม่ต่างจาก Mau Forest ในประเทศเคนยา...พื้นที่เหล่านี้หวังพึ่งการท่องเที่ยว เพื่อช่วยปกป้องและหยุดการทำลาย โดยเฉพาะจากกลุ่ม Microcations ซึ่งเป็นกลุ่มนักเดินทางใส่ใจสิ่งแวดล้อมแบบเอาจริงเอาจัง พวกเขาจะมองปัญหาขยะ การเดินทางต้องระวังเรื่องของปริมาณคาร์บอนฯ เป็นหลัก

Photo by Anders Jildén on Unsplash
ด้วยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ สำหรับปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 1.9 เมตริกตัน อันส่งผลให้โลกร้อนขึ้น และน้ำแข็งขั้วโลกละลายเร็วขึ้น จนไม่อาจกำหนดค่าความเสียหายได้ชัดเจน ไม่มีตัวเลขทางสถิติแน่นอนให้ยืนยันได้ รู้เพียงว่าก้อนน้ำแข็งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดความยาว 2 กม.ลดจำนวนลงเร็วมาก อันส่งผลถึงถิ่นที่อยู่ของหมีขาวขั้วโลก แมวน้ำ ทั้งสิ่งมีชีวิตทั้งหมด รวมถึงมนุษย์อย่างชาวแลป หรือเอสกิโมด้วย

Photo by Nate Johnston on Unsplash
Green savannah หน่วยงานการกุศลของ Red savannah ได้เข้ามาเป็นสื่อกลางทำโครงการชดเชยความเสียหายจากคาร์บอน ที่เกิดจากการเดินทางทางอากาศ กับ Rainforest trust อันเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของสหรัฐอเมริกา ได้ไปซื้อที่ดิน ทั้งเข้าจัดการพื้นที่คุ้มครองเขตป่าฝนที่ถูกคุกคามเมื่อปีที่แล้ว (2562) โดย Trust ได้เงินสนับสนุนการปลูกป่าบริเวณเทือกเขาอเมซอน และเทือกเขา Annamite ที่เปรู โดยมีความร่วมมือจาก MT Sobek ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวผจญภัย และ Climeworks ของสวิส ภาคเอกชนที่ชำนาญหรือนักล่าคาร์บอน (co2) ซึ่งทั่วโลกยอมรับ เป็นพันธมิตรงานนี้

Photo by Matthew McBrayer on Unsplash
ที่ผ่านมาการเพิ่มปริมาณคาร์บอนฯ ได้เกิดความไม่โปร่งไสขึ้นในกระบวนการชดเชยดังกล่าว โดย Mellissa B.Bradley ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบูติกแทลเวล ได้เปิดเผยและโต้แย้งประเด็นนี้ ให้เห็นถึงความล้มเหลว ซึ่งมีคณะกรรมการต้องรับผิดชอบ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่ง Edward Piegza ประธาน Clasic Journey ได้กล่าวย้ำ ด้วยการเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นอย่างยิ่งต้องรับรู้ ทั้งร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมโลก และคนเดินทางต้องการความชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลการตัดสินใจก่อนจะลากกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน
การใช้โปรแกรม Microcations นักเดินทางต้องวางแผนเองเกือบทุกเรื่อง ซึ่งต่างจากแต่ก่อนที่ซื้อแพคเกจเดียวเที่ยวจบกลับบ้าน...ความต้องการนักเดินทางกลุ่มนี้ จะตัดสินใจเป้าหมายปลายทางเอง...จองที่พักเอง...พวกเขาเป็นกลุ่มรักษ์โลก จึงพยายามมองหาโรงแรมหรือรีสอร์ทสีเขียวในอุดมคติ

Photo by Austin Distel on Unsplash
นักเดินทางกลุ่มนี้ มีอัตราการเติบโตราว 27 % / ปี แต่ภาคอุตสาหกรรมโรงแรงแทบยังมองไม่เห็น ด้วยว่าทั้ง 5 ทวีป คุณสามารถหาโรงแรมสีเขียว ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมแบบเต็มร้อยได้เพียง 13 แห่งทั่วโลกเท่านั้น...คุณจะไม่ได้เห็นขวดน้ำที่ใช้เพียงครั้งเดียว (single used) ตามโรงแรมเหล่านี้...ในประเทศไทยมีโรงแรมปทุมวัน ปรินเซส ไม่แจกขวดน้ำให้แขกที่เข้าพัก จะใช้ระบบการเติมจากเครื่องกรองแทน...ที่เกาะนางยวน อำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะห้ามมิให้นำขวดน้ำพลาสติกเข้าพื้นที่เด็ดขาด
ในบ้านเราพูดกันมากแต่ยังไม่ตื่นตัวแม้แต่น้อยในเชิงปฏิบัติ สำหรับสาวก Microcations ทุกคนจะรู้ว่าต้องมีขวดน้ำดังอาวุธประจำกาย ทิ้งไม่ได้ ต้องเป็นขวดน้ำชนิดใช้ซ้ำ(refil)เท่านั้น นอกจากนี้ กลุ่มโรงแรมสีเขียวจะไม่ใช้ขวดแชมพู-สบู่ เป็นพลาสติก ที่แคลิฟอร์เนียได้ปักธงให้ 2566 โรงแรมทั้งหมดต้องเป็นเขตปลอดขวดแชมพูพลาสติก...ทั้งเรื่องการประหยัดพลังงาน ระบบกำจัดขยะ ยังต้องเป็นที่ถูกอกถูกใจเหล่าสาวกลัทธิรักษ์โลกด้วย
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Saturday, January 25, 2020 - 16:27
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT