Nicaragua นิคารากัว จุดหมายใหม่ของนักผจญภัย

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Thursday, April 02, 2020 - 12:52

แค่ได้ยินชื่อ “นิคารากัว” หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าประเทศนี้อยู่แห่งใดในโลก ฟังดูเหมือนบ้านป่าเมืองเถือน ไกลปืนเที่ยง หลังเขา น่ากลัว ที่ว่า “หลังเขา” ก็ถูก เพราะนิคารากัวมีภูเขาไฟหลายลูกที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไปเยือน “ดิบเถื่อน” ก็ใช่เพราะยังมีธรรมชาติป่าไม้ที่ชวนให้นึกถึงป่าดึกดำบรรพ์ ส่วนจะ “น่ากลัว” หรือไม่นั้นขึ้นชื่อว่าตั้งอยู่ในอเมริกากลางก็ต้องระแวงไว้ก่อน แต่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคนที่นี่ใจดี จึงไม่แปลกใจที่นิคารากัวกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่แย่งความสนใจจากเพื่อนบ้านอย่างคอสตาริกาไปในช่วงนี้

มานากัว เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศนิการากัว Photo by www.civitatis.com

ถ้าดูจากแผนที่แล้วนิคารากัวมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกากลาง ทิศใต้จรดประเทศคอสตาริกา ทิศเหนือจรดประเทศฮอนดูรัส ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแปซิฟิก ทิศตะวันออกจรดทะเลแคริบเบียน คำว่า “นิคารากัว” เป็นคำสมาสระหว่าง “นิคาคาโอ” ซึ่งเป็นชื่อชนเผ่าพื้นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดกับคำว่า “อะควา” ซึ่งแปลว่า น้ำ ในภาษาสเปน ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยน้ำอยู่มากมายนั่นเอง

นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสเปนเมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ.1821 ก็ใช้เวลาอีกเกือบ 30 ปี ถึงได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นประเทศที่มีเอกราช ซึ่งตรงกับวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ.1850 แม้ว่าทุกวันนี้การเมืองของนิคารากัวยังไม่นิ่ง ล่าสุดเพิ่งจบการประท้วงที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2013-2018  เป็นการชุมนุมต่อต้านประธานาธิบดี ดานิเอล ออร์เตกา ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศในปี ค.ศ.2006 และอยู่ในตำแหน่งยาวมาจนถึงปัจจุบัน แต่ถึงกระนั้นประเทศนิคารากัวก็มีเสน่ห์ที่น่าค้นหา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัย แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวสาวลุยเดี่ยวแบบ Solo Traveller ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี

Managua (มานากัว) เมืองหลวงของนิคารากัว

Photo by Emil Diallo 

มานากัวนอกจากจะเป็นเมืองหลวงของประเทศ เป็นศูนย์กลางการปกครอง และยังมีบ่อนคาสิโนขึ้นชื่อ ผู้คนอาจจะไปรวมตัวกันในบ่อนจึงทำให้ถนนหนทางหลายสายดูบางตา แนะนำให้พักที่นี่สักคืนเพื่อซึมซับบรรยากาศของเมือง ในระหว่างที่วางแผนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนต่อดี มานากัวมีย่านกลางเมืองชื่อ Revolution Square เป็นที่ตั้งของอาคารประวัติศาสตร์ มีลานน้ำพุที่ชาวเมืองหอบลูกจูงหลานมาเดินเล่น มีสวนสวยร่มรื่นชวนพักผ่อนหย่อนใจ มีพระราชวังหลวงที่นำมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ชื่อว่า The Palacio Nacional de Cultura มีประติมากรรมเก่าแก่อายุกว่า 2,500 ปี ถ้าอยากไปชมสีสันของเมืองในแหล่งแฮงค์เอาท์ใหม่ๆ ดูคน ดูเมือง หาที่จิบกาแฟในบรรยากาศดี หาที่ดินเนอร์อร่อยๆ ที่ เลาะเลียบไปตามริมทะเลสาบมานากัว ต้องไม่พลาด Puerto Salvador Allende ส่วนใครที่มองหาตลาดสดเพื่อลิ้มรสชาติแบบคนเมือง ต้องไปที่ตลาด Mercado Roberto Huembes

Masaya (มาซายา) ชมแม็กม่าที่ยังคงพวยพุ่ง

Photo by SHTTEFAN 

ประมาณ 26 กิโลเมตรจากมานากัว จะถึงเมืองเล็กๆ ที่แสนจะมีเสน่ห์ชื่อว่ามาซายาซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟมาซายา หากไม่มีเวลาแวะพัก อย่างน้อยก็ควรใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงมาเยือนในช่วงกลางคืน เพื่อชมแม็กม่าที่ยังลุกโชนใต้พื้นภิภพซึ่งถือเป็นประสบการณ์ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ทีเดียว

Granada (กรานาดา) เมืองที่แม่สีไหลเทมารวมกัน

Photo by ferdinand feng 

ในขณะที่แสงแดดแผดจ้าลามเลียบ้านช่อง เมืองกรานาดาชวนให้สงสัยว่าใช้สียี่ห้อใดกัน จึงสดใสท้าแดดได้อย่างน่าทึ่ง สีสดทุกเฉดตัดกันไปตามบ้านเรือนสไตล์โคโลเนียล ถนนสายกลางเมืองอย่าง La Libertad ที่ทอดยาวไปยังตลาดประจำเมืองเป็นถนนสายที่คุณไม่ควรพลาด ความจอแจแออัดที่ไหนจะต้องเดินหลบรถ หลบคน แล้วยังต้องหลีกรถม้า แต่นั่นก็เหมาะกับการละเลียดมุมมองสองข้างทาง ที่เต็มไปด้วยแม่ค้าแม่ขาย คุณยายจมูกแหลมคม โครงหน้าเก๋อันเป็นเสน่ห์แบบชาวพื้นถิ่นที่อาศัยอยู่ในอเมริกากลาง ที่นี่มีวิหารแห่งกรานาดาเป็นศาสนสำคัญที่โดดเด่นและงดงามยิ่ง แต่ถ้าอยากสัมผัสวิวทิวทัศน์ของเมืองจากมุมสูง ให้ไปที่ La Merced ขึ้นไปยังหอคอยของโบสถ์คุณจะต้องร้องว้าว กับภาพของริมฝั่งทะเลสาบนิคารากัวที่เชื่อมออกสู่ทะเลคาริบเบียนใต้ และยังมองเห็นแม่น้ำ San Juan (ซานฮวน) หากต้องการผจญภัยในธรรมชาติใกล้กับเมืองกรานาดาขอแนะนำภูเขาไฟ Mombacho เป็น 1 ใน 78 เขตอนุรักษ์ธรรมชาติของนิคารากัว ที่นี่คุณจะทึ่งกับธรรมชาติที่ทำให้นึกถึงป่าดึกดำบรรพ์ เผื่อเวลาสัก 2 วันสำหรับเที่ยวชม Granada รับรองว่าคุณจะไม่มีผิดหวัง

Ometepe Island (เกาะโอเมเตเป) เกาะภูเขาไฟคู่

Photo by Ivana Cajina 

เกาะแห่งภูเขาไฟสองลูกที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบนิคารากัวซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกากลางและใหญ่เป็นอันดับที่ 19 ของโลก คือแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดของประเทศนิคารากัว ด้วยภูเขาไฟรูปทรงกรวยคว่ำซึ่งเห็นได้จากระยะไกล บางวันมีหมวกเมฆปกคลุมอยู่บนยอดเขา ชวนให้จินตนาการว่าถ้าได้ไปยืนตรงปากปล่องเราจะมองเห็นอะไร สำหรับนักท่องเที่ยวขาลุยไหนๆ ก็เดินทางไกลตั้งครึ่งค่อนโลก คงไม่พลาดการเทร็กกิ้งขึ้นไปสัมผัสเส้นทางสู่ยอดเขา ที่ทำให้เรามองเห็นเมืองในมุมที่แตกต่าง จุดที่คนนิยมไปมากที่สุดคือที่ชมพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งคุณจะได้เห็นแลนด์สเคปอันสุดแสนมหัศจรรย์ ที่นี่ยังมี Ojo de Agua หรือธารน้ำแร่สีเขียวมรกต ชวนให้คุณผ่อนคลายความเมื่อยล้าท่ามกลางธรรมชาติ

Leon (เลออน)

Photo by Ben Turnbull 
เมืองเลออนอยู่ห่างจากเมืองกรานาดาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งหากเดินทางโดยรถยนต์ เมืองใหญ่เป็นอันดับสองรองจากมานากัวแห่งนี้ อยู่ห่างจากริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกราว 18 กิโลเมตร ก่อตั้งโดยชาวสเปนในปี ค.ศ.1524 หรือเกือบ 500 ปีมาแล้ว และถูกทิ้งร้างลงไปในปี ค.ศ.1610 เนื่องจากภูเขาไฟระเบิด ที่นี่มีโบราณสถานที่ขุดค้นพบอย่าง León Viejo  ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2000 ปัจจุบันเมืองเลออนเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป โบสถ์วิหารที่สวยงามมากมาย อาคารบ้านเรือนที่มีสีสัน สถานที่ที่ควรไปชมได้แก่ โบสถ์พระแม่มารี (Cathedral-Basilica of the Assumption of the Blessed Virgin Mary) เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกากลาง อีกหนึ่งสถานที่ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

Photo by Hermes Rivera 

ถ้าไปถึงที่นี่แล้วอย่าลืมแวะทานอาหารอร่อยในภัตตาคารเลื่องชื่อที่ร้าน Sesteo อยู่ใกล้กับโบสถ์พระมารีและลานกลางเมือง จากนั้นแวะชมภาพกราฟิตี้ที่บันทึกเรื่องราวการปฏิวัติในปี ค.ศ.1979 ที่ Street Art of Revolution สำหรับที่พักในเมืองนี้คุณจะได้สัมผัสกับเสน่ห์ของบ้านสไตล์สเปนสุดแสนเก๋ที่คุณจะต้องหลงรัก

Punta Aposentillo (อะโพเซนทิลโล) จุดหมายนักเซิร์ฟ

Photo by Justin Snyder Photo 

ประมาณ 130 กม.จากเมืองมานากัวขึ้นไปทางทิศเหนือเป็นตั้งของเมืองปุนตา อะโพเซนทิลโล ซึ่งมีชายหาดที่รับคลื่นลมแรง สำหรับนักเซิร์ฟคงไม่พลาดที่จะคว้ากระดานมาโต้คลื่น เมื่อได้เห็นคลื่นลูกโตสีน้ำเงินไล่ตัวเข้ามายังชายหาด จุดน่ารักน่าพักขอแนะนำ Jiquilillo (จิควิลลิลโล่) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ชายหาด สถานที่นี้เป็นธรรมชาติมากๆ ใกล้กับชายแดนประเทศเอลซัลวาดอร์ และฮอนดูรัส เหมาะสำหรับเอาเวลามาชิลไปกับธรรมชาติ ซึ่งชวนให้นึกถึงเกาะพะงันเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

นิคารากัวมีหลายอย่างคล้ายกับบ้านเรา มีผักผลไม้ที่หาได้ง่ายในตลาด มะพร้าวเปลือกสีทอง กล้วยหอมลูกมหึมา ละมุดลูกกลมๆ และแตงโมซึ่งนักท่องเที่ยวชาวยุโรปโปรดปรานเป็นนักหนา สำหรับคนไทยอย่างเราๆ เมื่อเห็นแล้วอาจจะอดคิดถึงบ้านไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้นิคารากัวมีเสน่ห์ที่แตกต่างคือภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันน่าพิศวง ผสมผสานกลิ่นอายทางวัฒนธรรมในฐานะประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของสเปน หากคุณยังเต็มไปด้วยกำลังวังชา พร้อมผจญภัยในดินแดนแปลกหน้า ยิ่งถ้ามีเดอะแก๊งค์ที่พร้อมจะแบ็คแพ็คไปยังดินแดนแปลกใหม่ด้วยกันแล้วล่ะก็ นิคารากัวไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน

How to get there :

ยังไม่มีเที่ยวบินตรงไปจากกรุงเทพฯ ไปยังประเทศนิการากัว

  • เดินทางด้วยสายการบิน China Airlines ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโก (SFO Intl Airport (SFO) ระหว่างทางแวะพัก 1 จุดที่ท่าอากาศยานนานาชาติไต้หวัน-เถายุเหวียน (Taiwan Taoyuan International)
  • ถึงท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโก เปลี่ยนเป็นสายการบิน Aeromexico ปลายทางที่สนามบินนานาชาติในมานากัว (Augusto C Sandino Airport (MGA) ระหว่างทางแวะ 1 จุดที่ท่าอากาศยานนานาชาติเม็กซิโกซิตี (Juarez Intl Airport (MEX)
  • รวมระยะเวลาเดินทางราว 32 ชั่วโมง

Where to stay :

สถานที่แนะนำ

Currency :

  • นิคารากัวใช้เงินสกุลคอร์โดบา 1 ดอลลาร์สหรัฐแลกได้ประมาณ 25-26 คอร์โดบา

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 12:52


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 15:02

กรีซ มรดกอันงดงามแห่งอาณาจักรโบราณ


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Thursday, April 02, 2020 - 13:55

เสน่หาอิตาลี


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Wednesday, April 01, 2020 - 16:33

บาฮามาส เกาะเสน่ห์ หาดสวรรค์


LEAVE A COMMENT