POSTED BY TRAVELBARADMIN | Tuesday, October 08, 2019 - 15:57
สัมผัสชีวิตอันบริสุทธิ์ที่คอสตาริกา
“Pura Vida” เป็นคำทักทายภาษาสเปน แปลว่า “ชีวิตอันบริสุทธิ์” เป็นคำแรกที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ เมื่อมาเยือน ‘คอสตาริกา’ ดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์อันหลากหลายที่ซุกซ่อนเอาไว้ใต้ผืนน้ำและบนผืนป่า
‘คอสตาริกา’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘สาธารณรัฐคอสตาริกา’ คือประเทศเล็กๆ ในภูมิภาคอเมริกากลาง ทิศเหนือติดกับประเทศนิการากัว พรมแดนทิศตะวันออกเฉียงใต้จรดประเทศปานามา โอบกอดด้วยมหาสมุทรแปซิฟิก และทะเลแคริบเบียน เทียบพื้นที่กับประเทศไทยแล้วมีขนาดเพียง 1 ใน 3 แต่ทว่าความสวยงามและความหลากหลายทางธรรมชาตินั้นระดับเพชรยอดมงกุฎของอเมริกลางเลยทีเดียว

ชายฝั่งทะเลที่สวยงามของคอสตาริกา Cr.pic.: Shutterstock
สิ่งที่ทำให้คอสตาริกาติดอันดับต้นๆ ของโลกในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์อันหลากหลายและสมบูรณ์นั้น ส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่ของประเทศตั้งอยู่บนวงแหวนไฟแปซิฟิก ภูเขาไฟกว่า 200 ลูกที่ปะทุเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้วได้สร้างผืนแผ่นดินอันอุดมไปด้วยแร่ธาตุ ก่อกำเนิดความหลากหลายทางชีวภาพในระดับสูงถึง 6% ของโลกเลยทีเดียว และอีกส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับการพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน จึงทำให้มีพื้นที่ป่าสงวนมากถึง 25% ของพื้นที่ทั้งหมด แถมพ่วงด้วยคุณภาพชีวิตของคนที่นี่นั้นได้รับการจัดอันดับว่ามีความสุขที่สุดในโลกเมื่อปี 2009 และมีความเป็นมิตรสูงในระดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย

เมืองซานโฮเซ Cr.pic.: Shutterstock
เมื่อแรกมาถึงซานโฮเซ (San José) เมืองหลวงคอสตาริกา หากคุณอยากรู้จักประเทศนี้อย่างลึกซึ้งเราขอแนะนำว่าให้ใช้เวลาแวะชมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในอดีตที่พิพิธภัณฑ์ 2 แห่ง แห่งแรกคือ Jade Museum (Museo del Jade) พิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่ตั้งอยู่ใกล้กับจัตุรัส Plaza de la Democracia มีไฮไลท์คอลเล็กชั่นหยกแกะสลักโบราณที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกากลางกว่า 700 ชิ้น พิพิธภัณฑ์โบราณคดีอีกแห่งซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนักคือ Pre-Columbian Gold จัดแสดงเครื่องทองโบราณ ที่จะบอกเล่าความรุ่มรวยอารยธรรมก่อนยุคที่ ‘คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส’ จะเดินทางมาค้นพบดินแดนนี้ และรวมไปถึงยุคก่อร่างสร้างประเทศ

ไร่กาแฟที่คอสตาริกา Cr.pic.: Shutterstock
เมื่อยล้าจะการเดินชมประวัติศาสตร์แล้ว แนะนำว่าให้หาร้านกาแฟเก๋ๆ สักแห่ง สั่งเมนูที่ชื่นชอบสักแก้วเพื่อลิ้มรสชาติของกาแฟจากหนึ่งในสถานที่ผลิตเมล็ดกาแฟชั้นดีของโลก ขนาดที่ว่า สตาร์บัคส์ลงทุนลงแรงมาทำไร่และแปรรูปกันที่นี่เลยทีเดียว แต่หากยังไม่เต็มอิ่มคุณสามารถไปทัวร์ Hacienda Alsacia Starbucks Coffee Farm เพื่อชมกรรมวิธีการผลิตและชิมกาแฟดีๆ จากไร่ซึ่งตั้งบนเนินภูเขาไฟ Poás ห่างจากซานโฮเซเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น ลองเข้าไปดูข้อมูลหรือจองทัวร์ได้ที่ www.starbuckscoffeefarm.com

ทรัพยากรป่าไม้และใต้ทะเลที่สมบูรณ์ Cr.pic.: Shutterstock
แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่คอสตาริกามีอัญมณีทางธรรมชาติที่ซุกซ่อนเอาไว้ทั้งในผืนป่าและใต้น้ำ นั่นจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมมีนักท่องเที่ยวมาเยือนถึงปีละกว่า 1.7 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวปีละ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยนักท่องเที่ยวจะใช้เวลา 4 วันเป็นอย่างต่ำเพื่อศึกษาธรรมชาติในป่า และดื่มด่ำความงดงามของท้องทะเล

ป่าสมบูรณ์ Cr.pic.: Shutterstock
ด้วยความที่เดินทางง่ายและสถานที่เที่ยวแต่ละแห่งไม่ไกลนัก การจะเลือกลงทะเลหรือท่องป่าก่อนหรือหลังจึงไม่ใช่ปัญหา โดยมีไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด อาทิ อุทยานแห่งชาติทอร์ตัวกีโร (Tortuguero) พื้นที่ป่าชุ่มน้ำและแหล่งศึกษาวิจัยทางธรรมชาติวิทยาระดับโลกเพราะอยู่ติดทะเลแคริเบียน จึงมีระบบนิเวศวิทยาที่มีความหลายหลายทางชีวภาพสูงมากจนได้รับฉายาอเมซอนแห่งอเมริกากลาง โดยคุณต้องซื้อทัวร์ท้องถิ่นให้นำทางล่องเรือไปตามคลองยังป่าต้นน้ำ และเตรียมเลนส์ซูมให้ดีๆ เพราะที่นี่จะพบกับสล็อต เต่าหลากหลายสายพันธุ์ จระเข้เคแมน ลิง กิ้งก่า นกประจำถิ่น รวมถึง นกทูแคน (Toucans-คล้ายนกเงือกแต่คนละชนิด) สัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติของคอสตาริกา หากมาช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมไกด์ท้องถิ่นจะพาไปชมเต่าทะเลหายากวางไข่ริมหาดอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติ Arenal Volcano Cr.pic.: Shutterstock
อุทยานแห่งชาติ Arenal Volcano อยู่ห่างจากซานโฮเซไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราว 90 กิโลเมตร พระเอกของพื้นที่ก็คือภูไฟอารีนัล เป็นภูเขาไฟสูงระดับ 1,633 เมตร มีอายุกว่า 7,000 ปี มันระเบิดครั้งรุนแรงปลดปล่อยลาวาไหลบ่าในปี 1968 (มีชาวบ้านเสียชีวิตไป 87 ราย) และยังมีการปะทุต่อเนื่องตลอด 50 ปีที่ผ่านมาโดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 1998 แต่ไม่มีรายงานความเสียดายใดๆ ผลพวงจากการระเบิดที่ผ่านมาและก่อนหน้าทำให้อุทยานแห่งนี้มีความหลากหลายทางธรณีวิทยาสูงมาก มีทั้งบ่อน้ำพุร้อน ทะเลสาบ ป่าฝน และสัตว์มากมายอาศัยอยู่ไมว่าจะเป็น กวาง สมเสร็จ ลิงฮาวเลอร์ ลิงหน้าขาว งูและนกหลากชนิด รวมไปถึงพันธุ์พืชแปลกๆ มากมาย แต่การจะมาเยือนที่นี่อย่างลึกซึ้งและปลอดภัยต้องซื้อทัวร์เท่านั้น

สวรรค์ของคนชอบดูนก Cr.pic.: Shutterstock
นอกจากนี้ยังมีอุทยานแห่งชาติอีกหลายแห่งที่น่าสนใจ เช่น อุทยานแห่งชาติ Palo Verde สวรรค์ของคนชอบดูนก เพราะในช่วงฤดูแล้ง (ธันวาคม-พฤษภาคม) จะมีนกอพยพหนีหนาวลายแสนตัวมาอิงไออุ่นในหนองน้ำของที่นี่ หรือถ้าชอบเดินสำรวจป่าฝนต้องที่ อุทยานแห่งชาติ Rincón de la Vieja ซึ่งมีภูเขาไฟโบราณในชื่อเดียว สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายทั้งเดินป่า สำรวจน้ำพุร้อน แช่น้ำตก หรือปีนเขา หรือถ้าจะชมเมฆป่าฝนก็ต้องมาในช่วง Green Season โดยต้องซื้อทัวร์ให้นำทางเช่นเดียวกัน
ว่ากันเรื่องป่าๆ มามากพอแล้วทีนี้เราลองไปดูอัญมณีใต้ผืนน้ำกันบ้าง

ใต้ทะเลที่เกาะโคโคส Cr.pic.: Shutterstock
สถานที่ทางทะเลที่ควรไปเยือนเลยก็คือ เกาะโคโคส (Cocos) ว่ากันว่าเกาะแห่งนี้เกี่ยวพันกับตำนานการฝังสมบัติของโจรสลัดแคริเบียน แต่จนแล้วจนรอดในการแอบขุดค้นหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่มีผู้ใดค้นพบ เพราะสมบัติอันล้ำค่านั้นอยู่ใต้ผืนน้ำสีคราม
เกาะโคโคสกำเนิดขึ้นโดยภูเขาไฟและการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ดังนั้นมันจึงมีความหลากหลายทางธรณีวิทยาสูงและเป็นแหล่งอาศัยชั้นดีให้กับปะการังกว่า 30 สายพันธุ์ สัตว์จำพวกกุ้ง 60 ชนิด หอย 600 ชนิด และปลากว่า 300 ชนิด เหล่านี้รวมถึงฝูงทูน่า ฝูงฉลามครีบขาว ฉลามหัวค้อน ฉลามวาฬ วาฬหลังค่อม วาฬนำร่อง วาฬเพชฌฆาต(ออก้า) หรือแม้แต่กระเบนยักษ์ และด้วยความอลังการของจำนวนและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำนี่เอง สมาคมครูสอนดำน้ำจึงยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 10 จุดดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก

จุดดำน้ำตื้น Cr.pic.: Shutterstock
สวรรค์ของคนชอบทะเลอีกแห่งที่เราอยากแนะนำก็คือ เกาะทอทูการ์ (Tortuga) ที่นี่ขึ้นชื่อมากในฐานะจุดดำน้ำที่ดีที่สุดอีกแห่งของคอสตาริกา โดยหากดำน้ำตื้นจะเห็นหมู่ปลาน้อยใหญ่ริมชายหาด ส่วนถ้าดำน้ำลึกจะพบไฮไลต์คือซากเรือล่มโบราณและผาหินอันเป็นแหล่งรวมของฉลามและปลามากมาย รวมทั้งวาฬหลังค่อม และฉลามวาฬ อีกทั้งยังมีชายหาดขาวสะอาดทอดยาวตลอดแนวชายฝั่ง สถานที่แห่งนี้จึงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำจากทุกมุมโลกในทุกๆ วันหยุด

กิจกรรมชายหาด Cr.pic.: Shutterstock
นอกจากที่กล่าวมา คอสตาริกายังมีสถานที่ทางธรรมชาติอีกหลากหลายทั้งบนบกและทางทะเลให้นักเดินทางไปค้นพบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าประเทศอันสวยงามแห่งนี้จะหนีไกลความเจริญ เพราะยังมีความสะดวกสบายแบบเมืองทั่วโลกบรรจุไว้อย่างครบครัน นั่นจึงทำให้หลายคนอดไม่ได้ไม่ที่เรียกที่นี่ว่า ‘สวรรค์แห่งอเมริกากลาง’
How to get there :
Where to stay :
Travel Tips

ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, October 08, 2019 - 15:57
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT