POSTED BY TRAVELBARADMIN | Monday, October 14, 2019 - 14:10
ตฤศศูรปูรัม เทศกาลสำคัญแห่งรัฐเกรละ
ส่าหรีมีความหลากหลายทางสีสันฉันใด วัฒนธรรมของอินเดียก็มีเสน่ห์หลากหลายฉันนั้น เช่นเดียวกับเทศกาลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแดนภารตะนี้ที่มีความน่าสนใจให้ค้นหาอย่างนับไม่ถ้วน วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับหนึ่งในเทศกาลสำคัญของอินเดียชื่อว่า “ตฤศศูรปูรัม (Thrissur Pooram)” เทศกาลประจำปีของศาสนาฮินดูในเมืองตฤศศูร (Thrissur) รัฐเกรละ (Kerala) ทางตอนใต้ของอินเดีย สำหรับชาวท้องถิ่นนี่คือเทศกาลบูชาเทพเจ้าแห่งฮินดูที่สูงส่งไปด้วยความศรัทธา แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว นี่คือเทศกาลช้างที่ยิ่งใหญ่และน่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว

ความยิ่งใหญ่ของเทศกาลปูรัม Cr.pic.: Shutterstock
เมืองตฤศศูร (Thrissur) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของรัฐเกรละ เมืองนี้ยังได้รับยกย่องว่าเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมแห่งรัฐเกรละ (Cultural Capital) อีกด้วย นอกจากโบราณสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากมายแล้ว ที่นี่ก็ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่สืบสานกันมานมนานด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ “เทศกาลปูรัม (Pooram)” ซึ่งได้รับการอนุรักษ์และส่งต่อกันมานานนับพันปีเลยทีเดียว สำหรับเทศกาลปูรัมของเมืองตฤศศูรนั้นจะเรียกว่า “ตฤศศูรปูรัม” ซึ่งชื่อด้านหน้าจะบ่งบอกถึงสถานที่จัดเทศกาลนั่นเอง
โดยหลักๆ แล้วเทศกาลปูรัมก็คือเทศกาลบูชาเทพแห่งศาสนาฮินดูที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีหลังช่วงการเก็บเกี่ยวในฤดูร้อนแล้วเสร็จ ถือเป็นเทศกาลเฉพาะถิ่นที่มีเฉพาะในรัฐเกรละเท่านั้น แต่ละวัดที่นับถือเทพต่างองค์กันก็จะมีกำหนดการจัดเทศกาลของตนเองแตกต่างกันไป สำหรับตฤศศูรปูรัมนั้นมีกำหนดการจัดงานไม่เหมือนกันในแต่ละปี ต่างกันไปตามฤกษ์ของดวงดาวในปฎิทินมาลายาลัม (Malayalam calendar) ซึ่งฤกษ์นั้นจะอยู่ในเดือน Metam ซึ่งจะตรงกับช่วงคาบเกี่ยวระหว่างเมษายนถึงพฤษภาคมนั่นเอง ใครที่อยากจะมาเที่ยวเทศกาลนี้อาจต้องคอยติดตามกำหนดการในแต่ละปีกันให้ดี

ช้างและการแสดงบนหลังช้างเป็นส่วนประกอบสำคัญของเทศกาล Cr.pic.: Shutterstock
ถึงแม้ว่าเทศกาลปูรัมจะมีการสืบสานมานานนับพันปี แต่สำหรับเทศกาลตฤศศูรปูรัมนี้ก็เป็นเสมือนปูรัมน้องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1798 (พ.ศ.2341) ถึงกระนั้นก็ยังมีความเก่าแก่กว่า 200 ปีเลยทีเดียว ผู้ที่สร้างสรรค์เทศกาลนี้ขึ้นมาก็คือ Raja Rama Varma ที่ปีหนึ่งเขาและเพื่อนถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมปูรัมในวัดแห่งหนึ่งเพราะมาสายเกินไป ความไม่พอใจคราวนั้นทำให้เขาสร้างวัดขึ้นเอง (ตามข้อมูลไม่ปรากฏว่าเป็นวัดใด) ซึ่งกลายเป็นวัดหลักแห่งเมืองตฤศศูรในยุคนั้น แล้วจึงได้ชักชวนวัดต่าง ๆ ในเมืองมาร่วมจัดเทศกาลปูรัมร่วมกัน โดยทำให้เป็นเทศกาลเปิดที่เชื้อเชิญให้คนในเมืองมาร่วมกันเฉลิมฉลองไปตามท้องถนนแทนที่จะจัดกันภายในวัดอย่างเดิม กลายเป็นต้นแบบของเทศกาลปูรัม ที่เปลี่ยนวิธีการดั้งเดิมในหลาย ๆ พื้นที่ให้มาเฉลิมฉลองในชุมชน จนกลายเป็นเทศกาลท่องเที่ยวสำคัญที่เปิดรับผู้มาเยือนจากทั่วโลกในคราวเดียวกันด้วย

ดนตรีที่บรรเลงภายในงาน Cr.pic.: Shutterstock
ศูนย์กลางของเทศกาลตฤศศูรปูรัมในยุคปัจจุบันนั้นอยู่ที่วัด Vadakkunathan Temple ซึ่งมีอายุเก่าแก่นับพันปี แล้วยังถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของรัฐเกรละอีกด้วย วัดนี้เป็นศาสนสถานที่บูชาพระศิวะ ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขากลางเมืองอันเป็นชัยภูมิที่โดดเด่นและเหมาะสำหรับการจัดพิธีกรรมประจำเมืองเป็นอย่างมาก พระเอกของงานเฉลิมฉลองนี้ก็คือช้างอินเดียหลายสิบเชือกที่ถูกแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างวิจิตรงดงาม เมื่อถึงวันเทศกาลช้างทุกเชือกที่มีเครื่องประดับพร้อมแล้วจะเดินมาตั้งแถวเรียงรายหน้ากระดานด้านหน้าวัด เป็นภาพที่งดงามและอลังการอย่างมาก ซึ่งนี่คือภาพจำของตฤศศูรปูรัมที่ทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี
ช้างอินเดียถือเป็นสัตว์สำคัญของรัฐเกรละเลยก็ว่าได้ เพราะนี่คือสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการที่ปรากฏอยู่ในโลโก้ของรัฐนี้ด้วย ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญสำหรับเทศกาลปูรัม ช้างทุกเชือกจึงถูกนำมาแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างอลังการเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมในครั้งนี้ โดยเครื่องประดับตกแต่งช้างที่สำคัญที่สุดก็คือเครื่องหัวที่เรียกว่า Nettipattam ซึ่งเป็นแผงประดับศีรษะช้างสีทองอร่ามอันเป็นงานหัตถกรรมสุดประณีต เมื่อเริ่มการเฉลิมฉลองช้างทุกเชือกจะมายืนเรียงกัน กลายเป็นขบวนแห่ช้างที่วิจิตรอลังการมากทีเดียว

กลองเป็นครื่องจังหวะที่สร้างความคึกครึ้นภายในงาน Cr.pic.: Shutterstock
เบื้องหน้าขบวนช้างนั้นเป็นภาพของชาวอินเดียนับหมื่นที่แทรกตัวด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ คลาคล่ำเต็มท้องถนนจนสุดลูกหูลูกตา หนึ่งในนั้นก็มีขบวนสำคัญอย่างวงมโหรีพื้นถิ่นของรัฐเกรละที่เรียกว่า Panchavadyam บรรเลงอยู่หน้าขบวนช้างอีกที วงมโหรีพื้นถิ่นนี้จะบรรเลงท่วงทำนองที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาและการบูชาเทพ โดยมีการบรรเลงเครื่องดนตรีพื้นบ้าน 5 ชนิด สอดประสานกันให้กลายเป็นดนตรีเฉพาะตัว ขณะที่วงมโหรีบรรเลงอยู่นั้นผู้คนโดยรอบก็จะร่วมครื้นเครงไปด้วย บ้างผงกหัวตามจังหวะ บ้างยกมือยกไม้ตามทำนอง บ้างก็เต้นไปตามเสียงดนตรีอย่างเมามันส์ ขณะที่ควาญช้างแต่ละเชือกก็จะเริ่มพิธีกรรมที่ทำให้ขบวนแห่ช้างนั้นดูราวกับการแสดงที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างสวยงาม

การเล่นดอกไม้ไฟในยามค่ำคืน Cr.pic.: Shutterstock
ถึงแม้ว่าเทศกาลจะมีการเฉลิมฉลองเพียงหนึ่งวันแบบเช้ายันค่ำ แต่ช่วงเวลาทั้งหมดของเทศกาลนั้นจะจัดล่วงหน้ากันราวหนึ่งสัปดาห์ โดยก่อนหน้าจะเป็นการเตรียมเครื่องประดับช้างตลอดจนเครื่องประกอบพิธีต่างๆ เสร็จแล้วจะมีการนำเครื่องประกอบขบวนแห่เหล่านี้มาจัดนิทรรศการให้ชมกันอีกด้วย อีกหนึ่งไฮไลท์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ก็คือเทศกาลดอกไม้ไฟที่คนทั่วอินเดียรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยจะมีการจุดดอกไม้ไฟต่างรูปแบบกันตั้งแต่วันก่อนหน้างานไปจนถึงวันจัดงานจริง เทศกาลดอกไม้ไฟแบ่งออกเป็น 4 ชุดใหญ่ๆ ชุดแรกจะจุดขึ้นราวช่วงตี 3 ของวันก่อนหน้าเทศกาลปูรัม และชุดสุดท้ายจะจุดในเวลากลางวันระหว่างเฉลิมฉลองเทศกาลปูรัม อีกสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวประทับใจมากเป็นพิเศษก็คือการนำเอาไฟหลากสีมาประดับตกแต่งซุ้มประตูและอารามต่างๆ ในวัดอย่างงดงาม หลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเราจะได้เห็นสีสันของเมืองตฤศศูรที่สวยงามแปลกตาไปจากเดิม เรียกได้ว่าสวยไม่แพ้งานประดับไฟที่ไหนในโลกเลยเชียวล่ะ

พุ่มประดิษฐที่สวยงามร่วมภายในงาน Cr.pic.: Shutterstock
เกรละเป็นรัฐทางตอนใต้สุดที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งมะละบาร์ (Malabar Coast) นอกจากเป็นรัฐเศรษฐกิจสำคัญรัฐหนึ่งของอินเดียแล้ว ดินแดนแห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นดินแดนของเทพเจ้าเพราะตลอดทั้งรัฐต่างก็มีวัดวาอารามที่บูชาเทพมากมายหลายองค์ ฉายานี้ไม่ใช่เป็นที่รู้จักเพียงในประเทศเท่านั้น แต่เป็นฉายาที่ทั่วโลกรู้จักกันดีในนามว่า God’s Own Country ซึ่งเป็นวลีเด็ดที่ทางรัฐเกรละนำมาเป็นสโลแกนหลักของเมือง และชูเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของการท่องเที่ยว รู้อย่างนี้แล้วหลายคนคงหายแปลกใจว่าทำไมเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมทางศาสนาจึงกลายเป็นสิ่งดึงดูดใจให้อยากมาเยือน

ความขรึมขลังของช้างและควาญช้าง Cr.pic.: Shutterstock
ซึมซับกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจนเต็มอิ่มกันไปแล้ว ไหน ๆ มาเยือนรัฐเกรละทั้งที หากเที่ยวให้ครบก็ต้องไม่พลาดการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่โดดเด่นติดอันดับโลกเลยทีเดียว โดยเฉพาะกิจกรรมที่เราอยากแนะนำในคราวนี้ด้วยก็คือการล่องเรือสำราญลำเล็กไปตามแม่น้ำลำคลองที่อุดมสมบูรณ์ เรือลักษณะนี้เรียกกันว่า Kettuvallam เป็นเรือสำราญที่ดัดแปลงมาจากเรือบ้าน (House Boat) อันเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของเกรละ ตัวเรือนบนเรือด้านนอกโดดเด่นด้วยงานหัตถกรรมที่ประณีตที่ทำให้เรือแต่ละลำงดงามและมีคุณค่าเช่นงานหัตถศิลป์ที่มีเสน่ห์ต่างกันไป ด้านในเรือตกแต่งใหม่ให้เป็นที่พักที่หรูหราสะดวกสบายไม่แพ้โรงแรมมีระดับบนฝั่ง เราสามารถล่องเรือแบบค้างคืนไปตามแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ ที่นอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติเขียวขจีที่สวยงามตลอดลำน้ำแล้ว เรายังได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำของชาวเกรละไปในคราวเดียวกันด้วย

การท่องเที่ยวทางเรือของรัฐเกรละ Cr.pic.: Shutterstock
ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของแต่ละคน ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวชุมชนเอาไว้ด้วยกันด้วยนั่นเอง ประเพณีตลอดจนวัฒนธรรมของศาสนาต่าง ๆ ก็คือเครื่องมือสำคัญที่จะใช้ยึดโยงทุกสิ่งเข้าไว้ด้วยกัน และตฤศศูรปูรัมก็คือมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นนี้ที่สืบทอดมาช้านานเพื่อยึดโยงความสัมพันธ์กันไว้ด้วยศรัทธา
The best time to travel
How to go there
Where to stay
แหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Monday, October 14, 2019 - 14:10
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT