POSTED BY TRAVELBARADMIN | Saturday, October 12, 2019 - 08:42
คุณเคยอยากไปเที่ยวเมืองใหญ่เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์กันหรือเปล่า ...
ปกติแล้วถ้าเราถามถึงแหล่งท่องเที่ยวที่จะทำให้ชีวิตเราเฟรชขึ้น ทุกคนก็จะนึกถึงการเข้าป่าท่องธรรมชาติเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกัน แต่เราเชื่อว่าหลายคนเป็นนักท่องเที่ยวติดเมือง ไม่ชอบบุกป่าฝ่าดงเท่าไรนัก นักท่องเที่ยวที่หลงเสน่ห์เมืองทั้งหลายก็มักต้องเผชิญความแออัด รถติด สกปรก หรือแม้แต่มลพิษ แต่ก็ใช่ว่าเมืองใหญ่ทุกเมืองจะย่ำแย่เสมอไป เพราะมีเมืองใหญ่หลายเมืองที่มอบอากาศบริสุทธิ์และความกระปรี้กระเปร่าได้ไม่แพ้การเที่ยวป่าเขา หนึ่งในนั้นคือเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

Photo by Luc Tribolet on Unsplash
แวนคูเวอร์ (Vancouver) เป็นเมืองขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เมืองหนึ่งในรัฐบริติชโคลอมเบีย (British Columbia : B.C.) ที่ตั้งอยู่ริมทะเลฝั่งตะวันตกของประเทศแคนาดา หลายคนคงทราบดีว่าเมืองนี้ติดโผ 1 ใน 10 ของเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกเสมอๆ (เคยขึ้นอันดับ 1 ก็หลายหน) นอกจากจะเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของโลกแล้ว ชื่อเสียงของเมืองนี้ก็คือการเป็น Green City ที่เขียวชะอุ่มและอากาศบริสุทธ์อันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งมีธรรมชาติที่งดงามโอบรอบตัวเมืองที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้ามากมาย แต่ละตึกก็ออกแบบได้สวยล้ำสมัย จนทำให้แวนคูเวอร์ถูกยกย่องว่าเป็นเมืองที่มีภูมิทัศน์ (Landscape) สวยที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว นอกจากจะเป็นเมืองที่ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุมแล้ว ภายในเมืองนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจให้ซอกแซกมากมาย ว่าแล้วก็มาลองเดินทอดน่องท่องเมืองสวยกันเลยดีกว่า

สะพานเหล็กกับวิวชั้นเลิศ https://www.huffingtonpost.ca
ไหนๆ ก็เกริ่นถึงเรื่องวิวสวยกันไปแล้ว จุดแรกที่อยากจะพาไปรู้จักก็คือสะพาน The Burrard Bridge ที่ทอดข้ามช่องแคบบริเวณ False Creek เพื่อเชื่อมฝั่ง Downtown Vancouver กับฝั่ง Kisilano นั่นเอง สะพานแห่งนี้เสมือนเป็นไอคอนิกหนึ่งของแวนคูเวอร์เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าพูดถึงเมืองนี้แล้วเรามักจะเห็นภาพวิวสวยของเมืองนี้ในมุมนี้มาเป็นอันดับต้นๆ เสมอ The Burrard Bridge สร้างเสร็จและเปิดใช้ในปี ค.ศ.1932 ออกแบบโดย George Lister Thornton Sharp สถาปนิกชื่อดังในยุคนั้น โดยได้แรงบันดาลใจมากจากศิลปะ Art Deco ที่นิยมในยุคนั้น และนี่ก็คือหนึ่งในจุดที่คนนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุดด้วย

เที่ยวเกาะมหัศจรรย์ http://www.granvilleislandboatyard.com
ต่อกันด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากสะพาน The Burrard Bridge เท่าไรนัก จริง ๆ แล้วอยู่ใต้สะพานนั่นเอง Granville Island เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีชีวิตชีวาหลากหลายรูปแบบผสมผสานกันอย่างลงตัว ฟากหนึ่งของเกาะเป็นตลาดสดน่าเดินอย่าง The Public Market on Granville Island ลักษณะเหมือน Farmer Market ที่มีเกษตรกรตลอดจนชาวประมงนำผลผลิตมาขายกันสดๆ ด้วยตัวเอง รอบๆ ตลาดเต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อยมากมาย ตั้งแต่ร้านตำรับเก่าแก่เล็กๆ ไปจนถึงร้านอาหารหรูบรรยากาศเยี่ยม อีกฟากหนึ่งของเกาะเป็นโซนของศิลปะและวัฒนธรรม นอกจากจะมี Art Gallery ดีๆ ไปจนถึง Art Studio เจ๋งๆ หลายแห่งแล้ว ที่นี่ก็ยังมีโรงละครที่มีโชว์ดีๆ มาแสดงสม่ำเสมออีกด้วย เรียกได้ว่าเกาะนี้คือศูนย์กลางของศิลปะการละครที่มีตั้งแต่บริษัทไปจนถึงชมรมรวมตัวอยู่มากมาย เรียกได้ว่ามาที่เดียวเที่ยวได้หลากรสของจริง

ปอดของแวนคูเวอร์ Photo by Kyle Thacker on Unsplash
ไปเที่ยวเกาะแล้วต้องต่อด้วยเดินป่า แต่ป่านี้อยู่ในเมือง (ขอบเมือง) ที่สามารถเดินจากย่านตึกสูงระฟ้าสู่ป่าสนทึบเขียวขจีได้ในชั่วแค่เพียงอึดใจ ป่าแห่งนี้ก็คือ Stanley Park ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของดาวน์ทาวน์เมืองแวนคูเวอร์ อุทยานแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ไม่ควรพลาดและเป็นปอดกลางกรุงที่ชาวเมืองนิยมมาพักผ่อน ป่าสนซีดาร์ที่ขึ้นหนาทึบนั้นแทบไม่น่าเชื่อว่า จะอยู่ใกล้เมืองแค่เอื้อม อุทยานแห่งนี้ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี ค.ศ.1888 และตั้งชื่อสวนเพื่ออุทิศให้กับผู้ว่าการเมืองแวนคูเวอร์คนที่ 6 ที่มีชื่อว่า Lord Stanley of Preston นั่นเอง นอกจากป่าสนแล้วภายใน Stanley Park ก็ยังมีชายหาดน่าเล่น จุดชมวิวสะพาน Lions Gate Bridge ที่ยิ่งใหญ่และงดงาม ร้านชาสุดคลาสสิก ทะเลสาบ พิพิธภัณฑ์ ลานกิจกรรม รวมถึง Vancouver Aquarium หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย

English Bay, Photo by Mike Benna on Unsplash
อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองนี้ที่ไม่มีใครพลาดแน่นอนนั้นก็คือ English Bay ซึ่งอยู่ติดกับ Stanley Park เลย บริเวณนี้คือชายหาดสุดป๊อบที่มีคนนิยมมาเล่นน้ำมากที่สุด รอบๆ ชายหาดนั้นเต็มไปด้วยร้านรวงเก๋ๆ ไปจนถึงร้านอาหารวิวดีมากมาย และหาดแห่งนี้ก็มักจะเป็นสถานที่จัดกิจกรรมหลักหลายๆ อย่างของเมืองนี้อีกด้วย โดยเฉพาะเทศกาลใหญ่ระดับโลกอย่าง Celebration of Light หนึ่งในเทศกาลพลุนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูร้อนนั่นเอง

หาดสุดป๊อบกับไอคอนสุดฮิต, https://bestvancouvertours.com
เดินไปที่ปลายหาด English Bay ฝั่งซ้ายสุด เราจะพบกับประติมากรรมหินโบราณตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนสนามหญ้าเชิงหน้าผา ประติมากรรมนี้ก็คือ Inukshuk on English Bay ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์อันดับหนึ่งของแวนคูเวอร์เลยก็ว่าได้ แล้วก็เป็นจุดถ่ายรูปที่นิยมที่สุดอีกด้วย Inukshuk นั้นก็คือประติมากรรมหินซ้อนโดยฝีมือมนุษย์อันเป็นศิลปะวัฒนธรรมโบราณที่มีเอกลักษณ์ของดินแดนแถบซีกโลกเหนือในย่าน Arctic Region of North America เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชนเผ่า Inuit, Inupiat, Kalaallit, Yupik เป็นต้น ภูมิปัญญาท้องถิ่นโบราณนี้สร้างขึ้นก็เพื่อใช้บอกพิกัดของสถานที่ต่างๆ แต่สำหรับ Inukshuk on English Bay นั้น อันที่จริงมันเป็นประติมากรรมศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นในยุคปัจจุบันเมื่อปี ค.ศ.1986 เพื่อเป็นสัญลักษณ์หนึ่งในงาน Expo’86 ที่แวนคูเวอร์เป็นเจ้าภาพนั่นเอง หลังจากจบงาน โรงแรม Coast Hotel & Resort ที่ตั้งอยู่บริเวณ English Bay ได้ซื้อผลงานศิลปะชิ้นนี้เพื่อร่วมสมทบทุนการกุศลและนำมาตั้งยังสถานที่ปัจจุบัน ก่อนที่จะมอบเป็นของขวัญให้เมืองแวนคูเวอร์ จนกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตและไอคอนิกของเมืองในที่สุด

ย้อนรอยย่านเมืองเก่า Photo by Komal Brar on Unsplash
ภาพคุ้นตาของแวนคูเวอร์ก็คือเมืองสมัยใหม่ที่มีตึกระฟ้าทันสมัยเรียงรายอยู่อย่างสวยงาม แต่ใช่ว่าเสน่ห์ของเมืองนี้จะมีแต่เรื่องชิคๆ โมเดิร์นๆ เท่านั้น เพราะเมืองนี้ก็ยังซ่อนเสน่ห์โบราณแบบวันวานไว้ด้วยเช่นกัน หากจะย้อนไปสัมผัสเสน่ห์แบบเมืองเก่าของแวนคูเวอร์นั้นก็ต้องไปที่ย่าน Gastown ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของโซนดาวน์ทาวน์นั่นเอง และนี่ก็คือย่านเก่าแก่ที่สุดของเมืองอันเป็นชุมชนแรกสุดของแวนคูเวอร์นั่นเอง ตึกรามบ้านช่องแถบนี้ยังคงเป็นตึกอิฐกลิ่นอายคล้ายเมืองในยุโรป ถนนส่วนหนึ่งยังคงอนุรักษ์แบบดั้งเดิมไว้นั่นก็คือถนนปูอิฐอันแสนคลาสสิก นอกจากจะเดินเล่นชมเมืองเก่าแล้วไฮไลท์ของย่านนี้ที่ห้ามพลาดก็คือ Maple Tree Square จตุรัสเล็กๆ ที่มีการสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเป็นที่ระลึกให้กับ Gassy Jack Deighton ผู้ล่องเรือมาพบดินแดนนี้เข้าในปี ค.ศ.1867 จึงตั้งถิ่นฐานและบุกเบิกเมืองนี้ขึ้น ส่วนอีกไฮไลท์หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกันนักก็คือ The Gastown Steam Clock นาฬิกาไอน้ำเรือนแรกของโลกที่ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และยังคงเดินได้ดีด้วยระบบดั้งเดิมมาจนถึงทุกวันนี้

เสน่ห์แดนมังกรบนแผ่นดินตะวันตก https://www.tourismvancouver.com
China Town ที่แวนคูเวอร์นั้นถือเป็นชุมชนจีนโพนทะเลที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก นอกจากจะมีชาวจีนอาศัยอยู่เมืองนี้เป็นจำนวนมากแล้ว ศิลปวัฒนธรรมแดนมังกรในแวนคูเวอร์ก็มีหลายอย่างที่น่าสนใจเช่นกัน แต่ที่โดดเด่นและทรงคุณค่าที่สุดนั้นต้องยกให้กับ Dr. Sun Yat-Sen Classical Chinese Gardens อุทยานจีนกลิ่นอายราชวงศ์หมิงที่มีตำหนักซึ่งสร้างและตกแต่งด้วยศิลปะแบบจีนยุคราชวงศ์หมิงอย่างประณีตงดงาม สวนแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1985 และเปิดให้ชมในปีถัดมาซึ่งเป็นปีเดียวกับที่จัดงาน Expo’86 ถือเป็นอุทยานจีนโบราณเต็มรูปแบบแห่งแรกที่สร้างขึ้นนอกประเทศจีนเลยก็ว่าได้ โดยอุทยานแห่งนี้สร้างเพื่อเป็นเกียรติให้กับ Dr. Sun Yat-Sen ผู้เป็นบิดาแห่งจีนยุคใหม่ (Father of Modern China) ความงดงามของอุทยานจีนนี้ National Geographic ถึงกับเลือกให้เป็น Secret Journeys of a Lifetime : 500 of the World’s Best Hidden Travel Gems ทั้งยังจัดอันดับให้เป็น Best City Garden in the World ที่ถือเป็น 1 ใน 10 สวนในเมืองใหญ่ที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย
How to get there :
ไม่มีเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ-แวนคูเวอร์ แต่มีเที่ยวบินที่ต้องต่อเครื่องให้เลือกหลากหลายสายการบิน อาทิ
กรุงเทพฯ-โตเกียว (นาริตะ)-แวนคูเวอร์
Japan Airline
ANA
Air Canada
กรุงเทพฯ-ไทเป-แวนคูเวอร์
EVA Air
China Airline
Air Canada
กรุงเทพฯ-ฮ่องกง-แวนคูเวอร์
Chathe Pacific
Air Canada
กรุงเทพฯ-เซี่ยงไฮ้-แวนคูเวอร์
China Eastern Airline
กรุงเทพฯ-ปักกิ่ง-แวนคูเวอร์
Air China
Air Canada
กรุงเทพฯ-โซล-แวนคูเวอร์
Korean Air
กรุงเทพฯ-มะนิลา-แวนคูเวอร์
Philippines Airlines
Where to stay :
Luxury > Fairmont Hotel Vancouver (www.fairmont.com)
Hotel > Sheraton Vancouver Wall Centre (https://sheraton.marriott.com/)
Business > Holliday Inn Vancouver Downtown (https://www.ihg.com/holidayinn)
Hostel > Hi Vancouver Central (https://hihostels.ca/en/destinations/british-columbia/hi-vancouver-central)
When to go :
แวนคูเวอร์สามารถเที่ยวได้ทุกฤดู ในแต่ละฤดูจะมีกิจกรรมเด่นที่แตกต่างกันด้วย
ฤดูใบไม้ผลิ > มี.ค.-พ.ค. : อากาศเย็นสบาย ดอกไม้บาน ป่าเขียวขจี สดชื่นสดใส
ฤดูร้อน > ก.ค.-ส.ค. : อากาศดี กีฬากลางแจ้ง เดินป่า เล่นน้ำชายหาด เทศกาลพลุนานาชาติ
ฤดูใบไม้ร่วง > ก.ย.-พ.ย. : อากาศเย็นสบาย แหล่งชมใบไม้ร่วงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ฤดูหนาว > ธ.ค.-ก.พ. : อากาศหนาว ยอดเขามีหิมะ (ไม่ไกลจากตัวเมือง) แหล่งเล่นสกียอดนิยมหนึ่งของโลก
What to do :
นอกจากการท่องเที่ยวแบบชิลล์ๆ พักผ่อน นั่งรถชมเมืองแล้ว ในแวนคูเวอร์ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลาย
ลองเข้าไปดูที่ลิงก์นี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม https://www.visitacity.com/en/vancouver?gclid=Cj0KCQiAh9njBRCYARIsALJhQkGxNEms7qZZ0ZCee9OeGtCrB7D18cX5YzfBfOD590NikeqXWAkeaacaAvpoEALw_wcB
ABOUT THE AUTHOR
POSTED BY travelbaradmin | Saturday, October 12, 2019 - 08:42
admintator for web Travellerbar.com
LEAVE A COMMENT