เรียนรู้และสำรวจโลกในพิพิธภัณฑ์เด็กในอินเดียนาโพริส อเมริกา

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Friday, August 09, 2019 - 06:21

เรียนรู้สร้างและสำรวจพิพิธภัณฑ์เด็กแห่งอินเดียแนโพลิส  ทำให้เมืองนี้เป็นหนึ่งในวันหยุดพักผ่อนที่ดีสำหรับเด็กที่สุดของอเมริกา แต่อย่าหยุดเพียงแค่นั้นอินเดียนาโพลิสเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับเด็ก เด็กโตสามารถทดสอบสติปัญญากับ  เกม หนีออกจากห้อง ได้ ทุกคนสามารถจับจังหวะการเต้นได้ที่ Rhythm! ศูนย์การค้นพบ และทุกคนในครอบครัวจะได้รับประสบการณ์ในขณะที่การสำรวจในอินเดียแนโพลิ ที่จะแนะนำตัวเองด้วยเกมล่าสมบัติ

It’s a small world after all. it’s a small small world. โลกใบเล็กของพวกเราเมื่อวันวาน ในวันนี้มันกลับเล็กยิ่งกว่า และสนุกยิ่งกว่า ในพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอเรื่องราวของโลกใบนี้ ด้วยเทคนิค เทคโนโลยี แสงสีเสียง และการออกแบบ ที่เข้าใจถึงความสนุกในการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก เรากำลังหมายถึงพิพิธภัณฑ์เด็กยุคใหม่ทั่วโลก ที่ได้ทั้งความรู้และดูสนุกไปพร้อมๆ กัน ในประเทศไทยเราก็มีพิพิธภัณฑ์แสนสนุกสำหรับเด็กอยู่หลายแห่ง แต่วันนี้เราจะบินลัดฟ้า 26 ชั่วโมง ไปไกลถึงอินเดียนาโพลิส สหรัฐอเมริกา แล้วจับรถประจำทางสาย 18 19 28 39  เพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เด็กที่ใหญ่ที่สุดในโลกกัน 

พิพิธภัณฑ์เด็กอินเดียนาโพลิส ไม่เพียงแต่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่านั้น หากยังได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับครอบครัวที่ดีที่สุดในสหรัฐฯ จัดอันดับโดย USA Today และเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่น่าเที่ยวที่สุด จาก Trip Advisor อีกด้วย ชื่อชั้นที่ได้มานั้น อาจจะเป็นเพราะที่นี่ได้รับการรับรองจาก American Alliance of Museums และยังมีผู้เข้าเยี่ยมชมมากกว่า 1,200,000 คนต่อปี  จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง พิพิธภัณฑ์เด็กอินเดียนาโพลิส ก่อตั้งขึ้นโดย Mary Stewart Carey ใน ค.ศ.1925 เธอได้แรงบันดาลใจในการทำพิพิธภัณฑ์ จากการได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เด็กในบรูคลิน เธอจึงกลับมาร่วมประชุมกับผู้นำชุมชนด้านการศึกษา เพื่อนำเสนอแนวคิดในการสร้างพิพิธภัณฑ์สำหรับเด็กๆ ชาวอินเดียนาโพลิสขึ้นมา จากพิพิธภัณฑ์ที่เคยตั้งอยู่ในบ้านเช่าเล็กๆเมื่อสมัยเริ่มแรก มาวันนี้ได้ขยับขยายเติบโต จนได้ยืนหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เด็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก บนพื้นที่มากกว่า 75 ไร่ และมีอาคารจัดแสดงที่มีเนื้อที่ใช้สอยมากกว่า 40,000 ตารางเมตร  เป็นอาคาร 5 ชั้น (รวมชั้น Low Level) ที่จัดแสดงสิ่งของและอุปกรณ์ต่างๆ มากกว่า 130,000 รายการ มีนิทรรศการถาวร 13 ชุด และนิทรรศการหมุนเวียน 4 ชุด จัดแสดงให้ผู้เข้าชมตลอดทั้งปี โดยมีเนื้อหานิทรรศการที่เกี่ยวกับ วัฒนธรรมอเมริกัน วัฒนธรรมโลก และธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้ของครอบครัว นิทรรศการส่วนใหญ่เป็นแบบ interactive ที่เด็กๆและครอบครัวสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างสนุกสนาน

ความสนุกของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เริ่มต้นจากด้านนอกเลย นักท่องเที่ยวที่มาถึงจะต้องตื่นตะลึงกับไดโนเสาร์พันธุ์แบรคิโอซอรัส (Brachiosaurus) ขนาดเท่าของจริง ที่ยืดคอยาวขึ้นไปดันหลังคาอาคาร แล้วยังใช้สองขาหน้าทำท่าปีนป่าย เหมือนพยายามจะเปิดหลังคาพิพิธภัณฑ์ให้ลูกของมันได้เข้าไปเที่ยวข้างในกับเด็กๆ ไดโนเสาร์ประเภทนี้มีขาหน้ายาวกว่าขาหลัง ทำให้มีคอที่ตั้งสูง สำหรับการกินยอดไม้ในที่สูง การที่มีไดโนเสาร์กำลังยืดคอยื่นหน้า ตะกายตึกเข้าไปดูข้างในพิพิธภัณฑ์ นับว่าเป็นความประทับใจแรกที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย นี่แค่มาถึงก็มีเรื่องสนุกให้เด็กๆ ได้คุยกันแล้วว่า ดูสิขนาดไดโนเสาร์ยังอยากเข้าไปดูด้านใน เห็นอย่างนี้เด็กๆ ก็แทบจะวิ่งแข่งกันเข้าตึกไปเลย  

เดินผ่านไดโนเสาร์แม่ลูกเข้าประตูไป ด้านขวามือจะเป็นส่วนต้อนรับ ซึ่งจะมีจุดจำหน่ายตั๋ว และหุ่นยนต์ Bumblebee จาก Transformer ที่มาแบบตัวเป็นๆ ให้เด็กได้เห็นการแปลงร่างกันแบบจริงจัง จากรถยนต์สีเหลือง ที่จอดนิ่งอยู่บนแท่น ก็ปรับเปลี่ยนแปลงร่างมาเป็นหุ่นยนต์ Bumblebee แล้วยังไม่พอ ยังสามารถเปลี่ยนร่างกลับไปเป็นรถยนต์เหมือนเดิมได้อีก สร้างความฮือฮาให้กับเด็กตรงมุมนี้ได้พอสมควร ทั้งสองเรื่องที่พิพิธภัณฑ์ได้ปูเรื่องไว้เป็นน้ำจิ้มให้เราชมนี้ ส่วนหนึ่งก็คงต้องการบอกผู้เข้าชมกันกลายๆ ว่า ด้านในจะต้องมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับไดโนเสาร์และรถยนต์อย่างแน่นอน 

หลังจากเซย์ฮัลโหลกับบัมเบิลบีด้านหน้าแล้ว เราเข้าไปลุยชั้น 1 กันเลยดีกว่า ชั้นนี้จะมีร้านอาหารและร้านค้า อยู่ทางด้านซ้ายและขวา ในส่วนของโถงกลางจะเป็นพื้นที่รับแสงธรรมชาติ มีนาฬิกาน้ำขนาดใหญ่ที่บอกเวลาได้จริง ส่วนกลไกจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องไปหาคำตอบกันที่นั่น แต่รับรองว่าทั้งสวยและน่าสนใจมากๆ เลย เราออกเดินกันต่อไป ด้านขวามือจะเป็นการเกริ่นนำสู่เรื่องราวของ นิทรรศการชุด National Geographic Treasures of the Earth เป็นการเล่าถึงภาพรวมๆ ก่อนที่ตัวลิฟท์จะเลื่อนลงไปยังชั้น LL หรือจะเลือกใช้ทางลาดเพื่อเดินลงไปชมเรื่องราวทั้งสามส่วนของ National Geographic Treasures of the Earth ที่เด็กๆ จะได้ร่วมผจญภัยไปกับการค้นหาขุมทรัพย์ใต้ผืนโลกของเรา โดยหยิบเอา 3 เรื่องราวการผจญภัยที่น่าสนใจและจับต้องได้มานำเสนอ ได้แก่ การขุดค้นพบหุ่นทหารดินเผาในสุสานจักรพรรดิฉินซี การดำน้ำหาสมบัติจากซากเรืออัปปาง และเรื่องราวของอิยิปต์โบราณ ตรงส่วนนี้แหละที่น่าสนุก เพราะเด็กๆ จะได้ทดลอง สวมวิญญาณเป็นอินเดียน่าโจนส์ ขุดค้นหาสมบัติกันอย่างสนุกสนาน ทั้งได้ไปเมืองจีนขุดค้นหาหุ่นทหารดินเผาในสุสาน ได้ทดลองใช้อุปกรณ์ดำน้ำค้นหาสมบัติ จากซากเรืออัปปางในแอตแลนติก และยังได้ขุดสุสานฟาโรห์ในอิยิปต์ หากยังไม่จุใจพอก็ยังมีจอทัชสกรีนให้เด็กได้เล่นและเรียนรู้อีกด้วย

และถ้าต้องการขุดค้นให้ลึกลงไปอีก ก็ต้องเดินต่อไปอีกหน่อย ก็จะพบกับ โซนไฮไลท์อีกแห่งหนึ่ง Dinosphere : Now You’re in Their World ที่จะพาเด็กๆ ย้อนเวลาไปสู่โลกในยุคไดโนเสาร์ เราจะได้เห็นทั้งโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริง  และยังมีโอกาสได้สัมผัสกระดูกไดโนเสาร์ของจริงด้วย ว้าวๆๆ ไม่เพียงเท่านั้น ถ้ายังไม่เบื่อกับการขุด ที่นี่ยังมีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้สมมติตัวเองเป็นนักโบราณคดี ทดลองขุดหาซากไดโนเสาร์จำลองอีกด้วย ได้ทั้งเปิดประสบการณ์ได้ทั้งทดลองสัมผัสและทำจริง เป็นหนึ่งในเรื่องสนุกที่เด็กๆ ไม่อยากพลาดอย่างแน่นอน

           

ย้อนกลับมาอีกฟากฝั่งหนึ่งของชั้น  LL ตรงนี้จะเป็นส่วนของงานศิลปะที่มีสีสันสวยงาม ที่มีชื่อว่า  Fireworks of Glass เป็นงานเป่าแก้วของศิลปิน Dale Chihuly ที่นอกจากจะสวยแล้ว ยังมีขนาดที่น่าตื่นตาตื่นใจ ส่วนสูงของงานชิ้นนี้มีขนาดถึง 13 เมตร เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยมากมุมหนึ่งเพราะสีสันที่สดใส แล้วเด็กๆ ยังจะได้สัมผัสและทดลองสร้างงานศิลปะของตัวเองได้ด้วย เพราะที่มุมนี้จะมีแบบจำลองแก้วเหมือนในชิ้นงานที่จัดแสดงอยู่ แต่ของเด็กจะทำจากพลาสติกใส เพื่อให้พวกเขาได้ใช้ต่อเติมจินตนาการของตัวเอง สร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะตามแบบของ Chihuly แต่ทำในสไตล์ของตัวเอง มุมนี้ค่อนข้างเงียบสงบ จัดว่าเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจให้กับผู้ปกครองได้ดีทีเดียว

ถัดไปอีกหน่อย ทางด้านซ้ายมือของ Fireworks of Glass ตรงนี้จะเป็นโซนวิทยาศาสตร์ที่จะนำทุกคนท่องไปในอวกาศ Beyond Spaceship Earth ตรงนี้ก็ว้าวมากๆ อีกเช่นกัน  เพราะมีทั้งโซนท้องฟ้าจำลอง ให้ตื่นตาตื่นใจกับท้องฟ้า และดาวเคราะห์ต่างๆ ในจักรวาล แล้วยังจุดประกายเปิดประสบการณ์ให้เด็กๆ ได้แต่งตัวชุดมนุษย์อวกาศ และทดลองบังคับแขนกลวิทยาศาสตร์ด้วยตัวเองอีกด้วย

จากนั้นถ้าหากเดินต่อกลับขึ้นไปยังชั้นที่หนึ่ง ทางปีกซ้ายจะเป็นพื้นที่แสนสนุกของเด็กๆ อีกครั้ง ตรงนี้คือ The World of Sport ที่เด็กจะได้ปลดปล่อยพลังงานด้วยการเล่นสนุกกับกีฬาประเภทต่างๆ กันอย่างเต็มที่ เล่นยิมนาสติก บาสเก็ตบอล ฮอกกี้ และยังมีกีฬารถแข่งที่เด็กจะได้ลองเข้าพิทเปลี่ยนล้อรถแข่งด้วย เด็กๆ ที่ยังมีพลังเหลือก็ขึ้นไปต่อที่ชั้น 2 ที่เป็นส่วนนิทรรศการหมุนเวียนให้ชมตลอดปี ที่จะได้สนุกสนานและทำกิจกรรม เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ รอบตัว ทั้งศิลปะ วิทยาการ ประวัติศาสตร์ ด้วยความสนุกสนานพร้อมๆ กัน

เดินต่อไปถึงชั้น 3 ที่นี่จะเป็นพื้นที่เล่นสนุกและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่เรียกว่า  Playscape  ใกล้กันคือโซน Race Car มีรถแข่งของอินเดียนาโพลิสของจริงให้เด็กๆ ได้ทดลองเข้าไปนั่งกันด้วย ถัดมาอีกนิดก็คือนิทรรศการ The Power of Children เล่าถึงเรื่องราวชีวิตของเด็กสามคน นั่นก็คือ Ann Frank , Ryan White และ Ruby Bridges ที่ชีวิตของพวกเขาสร้างความสะเทือนใจและให้แรงบันดาลใจส่งกระเพื่อมไปถึงคนทั่วโลก 

และแล้วก็มาถึงชั้น 4 ชั้นสุดท้ายนี้เป็นพื้นที่สำหรับให้เล่นสนุกกันอย่างเต็มที่ มีเครื่องเล่นเป็นม้าหมุนขนาดใหญ่ที่สามารถเล่นได้จริง ตั้งตระหง่านอยู่ภายในอาคาร ตรงนี้ถ้าอยากจะเล่นมีค่าใช้จ่าย 1 เหรียญ หรือจะเลือกขี่แซนดี้ม้ากลเดินเล่นกุบกับในราคา 5 เซนต์ก็ได้ ถ้าเด็กๆ อยากจะป่ายปีนเล่นซุกซน ก็มีเขาวงกตเล็กๆ ให้เล่นกันได้ อีกทั้งยังมีร้านไอศกรีมให้เด็กๆ ได้เล่นขายของกันอย่างสนุกสนาน ตรงส่วนพื้นที่นี้เสมือนเป็นการเล่นของเด็กๆ ที่ได้เล่นกับเพื่อนๆ มีการโต้ตอบ มีการสัมผัส ได้วิ่งเล่น เปิดหู เปิดตา เป็นประสบการณ์ดีๆ สำหรับเด็กและเป็นการมองย้อนสู่ความทรงจำในวัยเด็กของเราไปพร้อมๆ กัน   

ถัดไปใกล้ๆ กันจะเป็นโซน Dow AgroSciences ScienceWorks ส่วนของวิทยาศาสตร์การเกษตร เด็กๆจะได้เรียนรู้ถึงการเพาะปลูก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และจะได้ทดลองทำการเพาะปลูก เก็บเกี่ยวการสร้างเรือ เล่นน้ำ เล่นรถแทร็คเตอร์ ลองสัมผัสผนังถ้ำ ฯลฯ เรียกว่าเลือกทำกิจกรรมได้มากมายไม่รู้เบื่อ และถ้ายังไหวต้องไปต่อที่ด้านนอก เพราะยังมีความสนุกสนานอีกมากรอคอยอยู่ เพราะทางพิพิธภัณฑ์ได้ขยายพื้นที่ไปยังด้านนอกสร้างสนามกีฬากลางแจ้ง สำหรับกีฬาหลายประเภท ทั้งกอล์ฟ เบสบอล ฮอกกี้ บาสเก็ตบอล เทนนิส ฟุตบอล สนามแข่งรถถีบ ฯลฯ เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ และสัมผัสประสบการณ์ที่อาจจะช่วยเปิดโลกกว้าง ทำให้การมาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ของเขา เป็นวันแห่งการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจที่น่าจดจำของพวกเขา

 

ที่เล่ามานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เด็กอินเดียนาโพลิส ซึ่งภายในยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งไดโนเสาร์ สุสานฟาโรห์ ยานยนต์ ยานอวกาศ ฯลฯ  เรื่องราวมากมายที่ทั้งน่าสนใจและให้ความรู้ที่ดูได้อย่างสนุกสนานเหล่านี้ รอคุณและครอบครัวมาสนุกกันที่อินเดียนาโพลิส อย่าเสียดายที่วัยเด็กของเราโลกไม่เล็กเท่านี้ ไม่มีสถานที่น่าสนุกเช่นนี้ให้เราได้เที่ยวชม วันนี้เรายังมีโอกาสที่พาครอบครัวและสมาชิกตัวน้อยไปสนุกสนานใน small world กันได้ พาเขาไปสัมผัสกับประสบการณ์ที่ส่งเสริม ความฝัน  จินตนาการ ในพิพิธภัณฑ์เด็กไม่ว่าจะเป็นที่ไหน หากได้ใช้เวลาร่วมกันแล้ว ก็เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่เด็กๆ จะได้จดจำเป็นความทรงจำที่ดีและงดงามของเขาตลอดไป

 

how to get there :

•         เมืองอินเดียนาโพลิส เป็นเมืองหลวงของรัฐอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา การเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าอินเดียนาโพลิส ไม่มีเที่ยวบินตรง ต้องบินไปลงที่ชิคาโก แล้วต่อเครื่องไปยังสนามบินอินเดียนาโพลิส ใช้เวลา 26 ชั่วโมงขึ้นไป

•         รถประจำที่ผ่านพิพิธภัณฑ์เด็กอินเดียนาโพลิส คือหมายเลข 18 19 28 39 

•         ถ้าหากนำรถยนต์ไปเอง พิพิธภัณฑ์มีที่จอดรถให้ ไม่มีค่าบริการ

where to stay :

อินเดียนาโพลิสเป็นเมืองใหญ่ จึงมีโรงแรมที่พักให้เลือกมากมายตามอัธยาศัย 

https://www.visitindy.com/indianapolis-where-to-stay

travel tips :

•         ที่พิพิธภัณฑ์มีพื้นที่รับประทานอาหาร ที่สามารถซื้ออาหารจากร้านค้าในพิพิธภัณฑ์ หรือจะนำอาหารไปรับประทานเองก็ได้แต่ต้องรับประทานในพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารเท่านั้น

•         เนื่องจากพิพิธภัณฑ์มีขนาดใหญ่ และมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ซึ่งอาจหมายถึงเราต้องใช้เวลาทั้งวัน จึงควรวางแผนไปถึงตั้งแต่พิพิธภัณฑ์เปิดเลยทีเดียว เดี๋ยวจะเที่ยวไม่ทั่วถึง

•         เช็ครายละเอียดค่าเข้าชม และเวลาทำการ ได้ที่ https://www.childrensmuseum.org/

•         แนะนำว่าควรซื้อตั๋วออนไลน์ จะได้ไม่เสียเวลาต่อคิวเพื่อซื้อตั๋วที่พิพิธภัณฑ์

•         มีไวไฟให้บริการฟรี

travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Friday, August 09, 2019 - 06:21


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, October 08, 2019 - 17:49

World’s largest toy museum


LEAVE A COMMENT