9 เมืองอารยธรรม ย้อนเวลาไปหาความรุ่งเรืองในอดีต

POSTED BY TRAVELBARADMIN | Tuesday, January 14, 2020 - 15:28

เมืองอารยธรรม - ศิลปวัฒนธรรม  โบราณสถาน ซึ่งเป็นอารยธรรมโบราณ ที่อวดแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของผู้คนในอดีต ทั้งน่าค้นหา และน่าทึ่ง อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตต้องเดินทางไปค้นหาประวัติศาสตร์โบราณที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมโลก เพื่อรับรู้ถึงความสมดุลที่ละเอียดอ่อนระหว่างความเก่าและความใหม่

ความหลากหลายอารยธรรมนั้นเหลือเชื่อและยังคงเป็นปริศนาที่หาคำตอบอย่างไม่จบสิ้น ในที่นี้ได้รวบรวมมานำเสนอ 9 แห่งด้วยกัน คือ เชียงใหม่-ประเทศไทย อียิปต์ โมร็อกโก จอร์แดน ราชถาน-อินเดีย อักซุม-เอธิโอเปีย เว้และฮอยอัน-เวียดนาม หลวงพระบาง-ลาว และพุกาม-เมียนม่าร์ มาออกเดินทางหาประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตกันเถอะ

1. เชียงใหม่ตรึงตา ตรึงใจ มนต์เสน่ห์แห่งล้านนา

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร Cr.pic.: Tim Durgan on Unsplash

เชียงใหม่ เป็นหนึ่งใน 5 เชียง ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ เชียงทอง เชียงตุงและเชียงรุ่ง ซึงเรียกว่าล้านนา ปัจจุบันกลิ่นอายของล้านนาได้นำพาความรุ่งเรืองมาสู่การท่องเที่ยวของเชียงใหม่ ที่มีวัฒนธรรมเปี่ยมไปด้วยความอ่อนหวานและฝังรากลึกในวิถีชีวิตที่น่าหลงใหล วัฒนธรรมล้านนาโบราณมีวิถีการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ได้แก่ การกินข้าวขันโตก เป็นประเพณีที่นิยมปฏิบัติสืบต่อกันมา ในการรับรองแขกบ้านที่มาเยือนให้สมเกียรติ สร้างความอบอุ่นประทับใจในการต้อนรับ ท่ามกลางการตกแต่งด้วยบรรยากาศในสไตล์เมืองเหนือ มีการนำเอาศิลปวัฒนธรรม การแสดง มาร่วมด้วย สำรับอาหารประกอบไปด้วยอาหาร 5 อย่าง เช่น  แกงอ่อม แคบหมู แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง ชิ้นปิ้ง(หมูย่าง) ผักสด และข้าวนึ่ง โดยจะนั่งรับประทานขันโตกบนพื้นไม้ที่ยกพื้นขึ้นมา ปัจจุบันยังคงหารับประทานข้าวขันโตกได้ทั้งในตัวเมือง และตามหมู่บ้านท้องถิ่น เป็นประเพณีอันดีงาม ในการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมดั้งเดิมนี้ไว้ นอกจากวัฒนธรรมแล้ว โบราณสถานยังเป็นอารยธรรมที่ประจักษ์แก่สายตาและส่งต่อความงดงามจากอดีตมาถึงปัจจุบัน

รูปปั้นรูปหัวเป็นเทวดาและร่างกายเป็นสิงห์ในวัดต่างที่เชียงใหม่  Cr.pic.: ray rui on Unsplash

ในเมืองเชียงใหม่มีโบราณสถานและวัดเก่าแก่งดงามหลายแห่ง  เที่ยวเชียงใหม่ให้ครบรสต้องไปชมโบราณสถานอันเลื่องชื่อ ได้แก่

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร วัดอยู่ยอดดอยสุเทพ มีความสูงจากระดับที่ราบเชียงใหม่ราว 689 เมตร งดงามตามแบบศิลปะล้านนา มีเจดีย์ทรงเชียงแสน ฐานสูงย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยมปิดด้วยทองจังโก 2 ชั้น ลานเจดีย์เป็นจุดชมทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ งดงามด้วยทางขึ้นเป็นบันไดนาคเจ็ดเศียร วัดพระธาตุดอย สุเทพ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1927

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร สร้างขึ้นในรัชสมัยพญาแสนเมืองมา พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างในปี พ.ศ. 1928 - 1945 วัดเจดีย์หลวงสร้างอยู่กลางใจเมืองเชียงใหม่ มีพระธาตุเจดีย์หลวงที่มีความสูงที่สุดในล้านนา สูงประมาณ 80 เมตร เมตร ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณด้านละ 60 เมตร

วัดเจ็ดยอด หรือวัดโพธารามมหาวิหาร อยู่ที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ สรั้างขึ้นในปี พ.ศ. 1998 พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์มังราย งดงามโดดเด่นด้วยอารยธรรม การสร้างด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูนปั้นอันวิจิตร ตามแบบประเทศอินเดีย

วัดอุโมงค์ ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ไม่ไกลจากบริเวณเชิงดอยสุเทพ พระเจ้ามังรายมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดบริเวณป่าไผ่ 11 กอ ขนานนามว่า “วัดเวฬุกัฏฐาราม มาถึงรัชสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช พระองค์ได้บูรณะวัดเวฬุกัฏฐารามขึ้นใหม่ ทรงซ่อมแซมองค์เจดีย์ และยังได้ทรงสร้างอุโมงค์ถัดจากฐานพระเจดีย์ด้านเหนือ เป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่และสวยงาม มีหลักฐานของจิตรกรรมฝาผนังมากมาย ปัจจุบัน วัดอุโมงค์เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่สงบอย่างยิ่ง

พบกับเรื่องเชียงใหม่เพิ่มเติมได้ที่

Chiang Mai...Get in touch with the nature

หลงเสน่ห์วิถีลานนา

เก็บสะตรอว์บอรี่ที่สะเมิง เชียงใหม่

ติดต่อสอบถามท่องเที่ยวเชียงใหม่

Bon voyage Thailand

Chiangmai tour online

2. อียิปต์ ท่องแดนอารยธรรม เหนือธรรมชาติ

ปิรามิดแห่งกิซ่า  Cr.pic.: Simon Matzinger on Unsplash

แหล่งกำเนิดของอารยธรรมโบราณอียิปต์เป็นสถานที่ที่ต้องไปเยือนอย่างน้อยสักครั้งในชีวิต ประวัติศาสตร์โบราณอันเป็นที่สุดของวัฒนธรรมแสนมั่งคั่งและน่าทึ่งแห่งหนึ่งของโลก  เปิดโลกโบราณที่ลึกลับและยังคงเป็นปริศนาที่ ปิรามิดแห่งกิซ่า หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ปิรามิดเหล่านี้สร้างขึ้นโดยอารยธรรมอียิปต์โบราณเพื่อเป็นสุสานสำหรับฟาโรห์อันทรงพลัง ปิรามิดได้รับการปกป้องจากสฟิงซ์อันงดงาม และการก่อสร้างทั้งหมดเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความก้าวหน้าทางวิทยาการขั้นสูงของอารยธรรมอียิปต์โบราณ

วิหารลักซอร์  Cr.pic.: Julia Barbosa on Unsplash

วิหารแห่งลักซอร์ เมืองหลวงเก่าแก่ของฟาโรห์เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน กระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมือง มีสุสานและโบราณสถานมากมายที่ทำให้แสนทึ่ง เมืองไคโร เข้าเยี่ยมชมมัสยิดอัลอัซฮาร์ มัสยิดสุลต่านฮัสซัน และดื่มด่ำกับสาระสำคัญของเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์มากมาย อัสวาน คืออีกเมืองหนึ่งที่เน้นย้ำให้นึกถึงอดีตอันยาวนานและวัฒนธรรมของอียิปต์ เป็นเมืองประวัติศาสตร์ทางใต้สุดของแม่น้ำไนล์ เยี่ยมชมซากปรักหักพังของหมู่บ้านและหลุมฝังศพ ปิดท้ายด้วยการขี่อูฐในทะเลทรายเซนต์ไซเมียน นี่แหล่ะอดีตอันงดงามและอหังการ์ของอียิปต์

อ่านเรื่องอียิปต์เพิ่มเติมได้ที่

สู่ยุครุ่งเรืองอารยธรรมริมแม่น้ำไนล์ ประเทศอียิปต์ 

ติดต่อสอบถามท่องเที่ยวประเทศอียิปต์

White Elephant Travel Agency

Ramas side

Trip.me

3.โมร็อกโก เวทย์มนต์ของสีฟ้าและทะเลทราย

ศิลปะการตกแต่งด้วยกระเบื้องที่สวยงาม Cr.pic.: Niklas Schweinzer on Unsplash

โมร็อกโก ดินแดนแห่งกระเบื้องสีสันสดใสและเนินทรายสีทอง มัสยิดที่ตกแต่งด้วยศิลปะอย่างซับซ้อน โมร็อกโกมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ณ จุดหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน ทั้งเคยเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าเร่ร่อนมานานนับพันปีและมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมอื่น ๆ โมร็อกโกกลายเป็นสีสันทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา มีเมืองหลวงชื่อราบัต(Rabat) มีคาซาบลังก้า(Casablanca) เมืองมนต์ขลังของฉากโรแมนติกในภาพยนตร์ โมร็อกโกมีความหลากหลายทั้งตัวเมืองและภูมิทัศน์นอกเมืองโดยรวม มีทะเลทรายขนาดใหญ่ เทือกเขา และชายหาด

หมู่บ้านสีฟ้า  Cr.pic.: Fabio Santaniello Bruun on Unsplash

เมืองท่องเที่ยวที่น่าทึ่ง "ไข่มุกสีฟ้า" แห่งโลกออนไลน์ คือ เมืองเชฟชาอูน ที่นี่ถูกรายล้อมด้วยสีฟ้าน้ำเงินสบายตา อยู่กลางภูเขารีฟ (Rif Mountains) ไม่ไกลจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เดิมทีที่แห่งนี้สร้างมาเพื่อเป็นเมืองป้อมปราการชาวมัวร์และยิว ที่ถูกขับออกจากสเปนด้วยเหตุผลทางศาสนา ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งเช็คอินในโลกออนไลน์ ใครๆ ก็อยากไปถ่ายภาพกับกำแพงและประตูสีฟ้า ที่เป็นเมืองเก่าและวิถีชีวิตของผู้คนอย่างน่าทึ่ง

สระน้ำในบริเวณอาคาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของโมร็อกโก Cr.pic.: Jason Briscoe on Unsplash

เมืองเมกเนส (Maknes) เมืองมรดกโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโก้เป็น Historic City ในปี 1996 ประตูและกําแwงโบราณล้อมรอบเมืองเก่า ยาวกว่า 40 กิโลเมตร ประตูบับมันซู (Bab Mansour Monumental Gate) ได้ชื่อว่าเป็นประตูสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสดและกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสด ที่นี่ยังมีร้านค้าที่แสดงถึงวิถีชีวตและวัฒนธรรมดั้งเดิม มี ร้านค้าขายพรม รองเท้า ร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับ

ต่อด้วย เมืองเฟส (FEZ) มีเสน่ห์ของประตูสีฟ้า Blue Gate” – เป็นสถาปัตยกรรมของศาสนาอิสลาม ตกแต่งด้วยลวดลายกระเบื้องเคลือบสไตล์ เซลลิจ (เซลลิจ zellige เป็นศิลปะชั้นยอดของโมร็อกโก ได้รับอิทธิพลมาจากอาณาจักร ไบเซนไทน์ ช่วงยุคโรมัน เป็นกระเบื้องเคลือบสีแผ่นเล็ก ๆ ฝั่งอยู่ในซีเมนต์หรือปูนพลาสเตอร์ซึ่งเป็นศิลปะที่มีชื่อเสียงมากของโมร็อกโก พระราชวังเฟส คือความงดงามของศิลปะอิสลาม ซึ่งสร้างสมัยปี ค.ศ.1276 ประตูทองเหลือ ประดับด้วยไม้และหินอ่อน ทุมมุมของสถาปัตยกรรมสวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมร็อคโก

บ่อฟอกและย้อมสีแบบโบราณ Cr.pic.: D L on Unsplash

และต้องไปชมบ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ได้รับการอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้ ที่นี่เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบเครื่องหนังให้กับกระเป๋าหนังแบรนด์ดังของยโรป เฟสเป็นเมืองอันดับหนึ่งของผู้ที่หลงใหลในงานศิลปะ และผู้ชื่นชอบการช้อปปิ้ง ที่นี่มีช่างฝีมือชื่อดังและศิลปินเก่าแก่อาศัยอยู่เป็นจํานวนมาก เต็มไปด้วยร้านรับจ้างทํางานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลักไม้ งานปั้นดินเผา งานวาดภาพ งานสานทอผ้า และพรม ตลอดไปจนถึงเครื่องหนัง ทั้งวิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และศิลปะที่นี่ แสดงให้เห็นตัวตนของอารยธรรมของโมร็อกโก

อ่านเรื่องโมร็อคโกเพิ่มเติมได้ที่

มาลาเกรซ กลางใจโทร็อคโก

ติดต่อสอบถามเรื่องท่องเที่ยวได้ที่

Top Desert

Morocco Casablanca Tours

Morocco Tour Guide

4. เพตรา จอร์แดน   ปริศนาในหุบเขากลางทะเลทราย

เมืองเพตรา Cr.pic.: J Basiga on Unsplash

จอร์แดน” (Jordan) ดินแดนแถบทะเลทรายตะวันออกกลางเป็นประเทศที่น่าเที่ยวมากแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวอารยธรรมโบราณ มีเมือง Petra หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งประเทศจอร์แดน สันนิษฐานว่าเมืองเพตราถูกสร้างขึ้นโดยชาวนาบาเทียนราว 300 ปี ก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่ในทะเลทรายทางใต้ของประเทศจอร์แดน เมืองโบราณที่เปรียบเสมือนเมืองแวะพักของนักเดินทางในยุคนั้น ช่างงดงามเกินจินตนาการ ใครได้เดินทางไปจะผ่านตรอกผาเล็กๆ ก่อนจะเข้าไปสัมผัส “เมืองโบราณ”  ที่ได้รับการขนานนามว่าป็นนครแห่งศิลาทรายสีชมพูกุหลาบ ฝีมือแกะสลักจากภูเขาให้กลายเป็นสถาปัตยกรรมชั้นยอดนั้นหาใดเปรียบได้ เพราะงดงามอ่อนหวานน่าอัศจรรย์ ตัวอาคาร 2 ชั้น มีเสาแบบคอรินเทียนส์โดดเด่น ผ่านกาลเวลาทิ้งร้างและสูญหายจากทรายที่ปกคลุม แต่ความงดงามที่สาบสูญก็ได้รับเปิดเผยอีกครั้งในปี 1813 โดยจอห์น เลวิช เบอร์คฮาร์ดท์ นักเดินทางชาวสวิส และในปี 1985 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้ เพตรา เป็นเมืองมรดกโลก อีกหนึ่งอารยธรรมโลกที่ควรไปเยี่ยมชม

เมืองเพตรา Cr.pic.: Reiseuhu on Unsplash

5.ราชสถาน อินเดีย สีสันตระการตา รวมทุกเฉดสีบนโลกใบนี้

พระราชวังในราชสถาน Cr.pic.: Bhushan Sadani on Unsplash

ราชสถาน ในประเทศอินเดีย....ทันทีที่เริ่มเดินทางเข้าสู่ราชสถานก็สัมผัสได้ถึงสีสันอันตระการตา เริ่มกันที่เมืองชัยปุระหรือจัยปูร์ เมืองหลักของรัฐราชสถานและยังเป็นเมืองที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 10 ของประเทศอินเดีย “Hawa Mahal : พระราชวังสายลม : Palace of Wind” คือความสวยงามในสมญานามว่า “นครสีชมพู : Pink City” Palace of Wind หรือพระราชวังสายลม ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของ city palace

พระราชวังสายลม Cr.pic.: Ibrahim Rifath on Unsplash

พระราชวังสายลมสร้างด้วยหินทรายสีชมพู ที่นี่เคยเป็นฮาเร็มของมหาราชา สร้างด้วยหินทรายสีออกแดง สถาปัตยกรรมสไตล์เปอร์เซียกับโมกุลที่สวยเด่น ละเอียดงดงามในงานแกะสลักบานหน้าต่าง บางครั้งทำให้อดนึกไม่ได้ว่า ทำไมคนอินเดียถึงมีความอุตสาหะในรายละเอียดมากมายเช่นนี้ ลวดลายฉลุหินตามหน้าต่าง ช่องระบายอากาศที่บรรดานางสนมในวังใช้เป็นที่แอบดูชีวิตความเป็นอยู่ของสามัญชนทั่วไป อีกทั้งเป็นช่องแสงและช่องลม ได้อย่างน่าทึ่ง โดยมีมีช่องหน้าต่างจำนวนมากถึง 152 ช่อง

จ๊อดปูร์ หรือ Blue City Cr.pic.:  Varun Gaba on Unsplash

อีกสีสันของราชสถานคือ “เมืองจ๊อดปูร์” เมืองที่ได้รับฉายาว่าเป็น “Blue City หรือมหานครสีฟ้าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในรัฐราชสถาน (รองจากจัยปูร์) .. สีฟ้าไม่ได้มีเสน่ห์เพียงอย่างเดียว แต่การทาสีบ้านเป็นสีฟ้าช่วยกันแมลง และทำให้บ้านมีความเย็นในช่วงฤดูร้อน

Mehrangarh Fort  Cr.pic:  Yash Raut on Unsplash

ไฮไลท์ของเมืองนี้ คือ Mehrangarh Fort อนุสรณ์สถานแห่งความงดงามด้วยหินอ่อนแบบเดียวกับทัชมาฮาล ความมหัศจรรย์ของป้อมนี้ในช่วงบ่ายแก่ๆ แสงจากดวงอาทิตย์จะส่องพาดเข้าตามช่องกำแพงป้อม ตามช่องประตู งดงามเลอค่าทั้งสถาปัตยกรรมและธรรมชาติที่สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน บรรยากาศยามเย็นที่แสงของดวงอาทิตย์ค่อย ๆ คลายความร้อนแรงลง เหล่าเมืองสีฟ้าด้านล่างส่องประกายแสงทำให้สีเข้มเป็นสีน้ำเงิน ทั้งสีของเครื่องแต่งกายของชาวราชสถานและสีสันขอสถาปัตยกรรม สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตทุกเฉดสีของอินเดีย

6.อักซุม เอธิโอเปียและหีบพันธสัญญา

โบสถ์เสาหินที่ Lalibela Cr.pic.: mulugeta wolde on Unsplash

ภาพจำของเอธิโอเปียอาจหมายถึงความอดอยากและแห้งแล้ง แต่อีกภาพจริงของเอธิโอเปีย คือ เมืองอักซุม Lalibela and Aksum และโบราณสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่อาจไม่เคยได้ยินมาก่อน เมืองนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ มีชื่อเสียงและโดดเด่นเป็นที่ลือกันว่าเคยเป็นบ้านของราชินีแห่งเชบา และบางคนเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของหีบพันธสัญญา Axum เป็นหนึ่งใน 9 แหล่งมรดกโลกของเอธิโอเปีย ที่ถือว่าเป็นเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเอธิโอเปียและเป็นที่ตั้งของโบสถ์ Our Lady Mary of Zion เชื่อกันว่าโบสถ์ดั้งเดิมนั้นสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ Ezana ซึ่งเป็นผู้ปกครองคริสเตียนคนแรกของอาณาจักร Axum และได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่หลายครั้งตั้งแต่นั้นมา แต่สิ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดสำหรับ Axum คือวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ถูกบันทึกไว้ในซากปรักหักพังของเมืองที่น่าทึ่งที่สุด คือ เสาหินแกรนิตสีดำที่สูงตระหง่านสัญลักษณ์ที่รู้จักกันในชื่อ steles เป็นที่รู้กันว่าเป็นหินก้อนเดียวที่สูงที่สุดที่เคยถูกขุดและสร้างขึ้นในโลกยุคโบราณ อายุและการใช้งานยังเป็นปริศนา นักวิชาการบางคนประเมินว่าอาจได้รับการแกะสลักและสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 4 เสาโอเบลิสก์ที่สูงที่สุดที่แอ็กซุมในปัจจุบันคือสูง 23 เมตร ยังคงยืนตระหง่านพร้อมปริศนาและคำถามที่คอยให้ผู้คนได้มาหาคำตอบกันต่อไป

7.เว้และฮอยอัน ความฝันอันโหดร้าย และความจริงที่สวยงาม

Tu Duc Tomb, Le Ngo Cat, Thuy Xuan, เมืองเว้ Cr.pic.: Gian-Reto Tarnutzer on Unsplash

เว้ เคยเป็นเมืองหลวงของเวียดนาม ซึ่งได้ผ่านการต่อสู้ในสงครามอินโดจีน เมื่อฝรั่งเศสพ่ายแพ้ ชัยชนะก็เป็นของเวียดนาม แต่ฝรั่งเศสได้ฝากรอยอารยธรรมผ่านทางสถาปัตยกรรมไว้ เว้  เป็นมืองเก่า เมืองประวัติศาสตร์ของเวียดนาม อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามนับร้อยปี ทำให้ภาพสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวมืองเว้ ล้วนเกี่ยวกับภาพประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่รุ่งโรจน์  เช่นที่ Imperial Enclosure หรือพระราชวังต้องห้าม (Hue Royal Palace) ของราชวงศ์เหงียน อดีตอันรุ่งเรื่องนั้นที่นี่มีจักรพรรดิ์มีทั้งหมด 13 พระองค์ ช่วงแรกอยู่ภายใต้จีน แต่ช่วงหลังฝรั่งเศสเข้ามาทำให้จักรพรรดิ์เป็นเพียงหุ่นเชิดของฝรั่งเศส น่าประทับใจตรงที่เมื่อได้สวมใส่ชุดอ่าวหญ่าย (Ao Dai) ชุดประจำชาติของเวียดนามที่โด่งดัง เข้ามาที่พระราชวัง

Photo by Daniel Klein on Unsplash

นอกจากพระราชวังต้องห้ามแล้ว เมืองเว้ ยังมี วัดเทียนมู่ หรือเจดีย์เทียนมู่ วัดทางพุทธศานา ซึ่งเป็นที่ตั้งของเจดีย์ 7 ชั้น และกิจกรรมนั่งเรือมังกร ที่แสดงให้เห็นถึงความรื่นรมย์ของแม่น้ำหอม แม่น้ำสายสำคัญตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มากล่าวถึง ฮอยอัน หากเปรียบเว้ เป็นเจ้าชาย ฮอยอันก็คงเป็นเจ้าหญิงแสนหวานและโรแมนติก  คำว่า ฮอยอัน คนท้องถิ่นว่า โห่ยอาน เมืองสถาปัตยกรรมเก่าริมแม่น้ำทูโบน ย่านเก่าของที่นี่เที่ยวได้ 3 เส้นทาง ทางถนนเส้นแรกอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำทูโบนบรรยากาศแสนชิลล์ริมแม่น้ำ มีเรือไว้ค่อยท่า ให้ออกไปนั่งเรือชมสถาปัตยกรรมอีกมุมมอง เส้นทางที่สองมีร้านอาหารเก๋ๆ ให้ถ่ายภาพเช็คอินเท่ๆ กัน และเส้นทางที่สามเป็นถนนช้อปปิ้ง จิบร้านกาแฟ อ่านหนังสือ ชมของสวย ซื้อของฝากครบเต็มอิ่ม 3 สาย 3 บรรยากาศ ที่จริงแค่ได้มายิ้มหวานๆ ถ่ายภาพกับอาคารบ้านเรือนสีเหลืองสดใส ในสไตล์ที่น่าหลงใหลแบบชิโนโปรตุกีสในยุคโคโลเนียล ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO ก็คุ้มแสนคุ้มแล้ว แม้ช่วงสงครามฝรั่งเศสเป็นช่วงเวลาที่แสนโหดร้าย แต่ปัจจุบัยภาพจำของฮอยอัน กลับทิ้งร่องรอยแสนหวานผ่านทางสถาปัตยกรรม

8.หลวงพระบาง มอบบางเวลาที่แสนสงบให้จิตใจ

Photo by Christine Wehrmeier on Unsplash

ซำ บาย ดี” คำทักทาย “สวัสดี หลวงพระบาง” แสดงให้เห็นวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันแบบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ดุจญาติมิตรในลาว แม้หลวงพระบางจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็ยิ่งใหญ่ด้วยมิตรภาพ ที่ทำให้นักเดินทางปักหมุดมาท่องเที่ยวกัน ที่นี่โอบล้อมด้วยแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำคานและแม่น้ำโขง และมีขุนเขาปกคลุมโดยรอบ เพราะลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติ และความผูกพันแบบวัฒนธรรมพื้นถิ่น นำพานักเดินทางที่ชอบความเนิบช้ามาที่นี่ จะเดินก็สบายใจ จะปั่นจักรยานก็ชิลล์ จะเช่ามอเตอร์ไซค์ชมวิวได้ทั่ว หรือจะนั่งสามล้อพาเที่ยวก็เก๋ไปอีกแบบ เมื่อพร้อมแล้วก็ไปลุยสถานทีท่องเที่ยวสำคัญกัน เริ่มที่พระราชวังหลวงพระบาง สถาปัตยกรรมผสานระหว่างฝรั่งเศสและลาว เชื่อมโยงยุคสงครามอินโดจีนและประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของเมืองหลวงพระบาง อย่าลืมแวะไปชมบ้านเจ๊ก อาคารกลิ่นสไตล์โคโลเนียลบริเวณถนนสักรินท์ ที่บ้านเจ๊ก เป็นย่านการค้าและที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของคนเชื้อสายจีนบ้านใกล้เรือนเคียงชาวลาว แม้ปัจจุบันจะกลายเป็นร้านกาแฟและแหล่งท่องเที่ยว แต่อดีตแห่งภาพจำ ได้แสดงให้เห็นสายสัมพันธ์ทั้งวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวจีนกับชาวลาว

ต่อด้วย วัดเชียงทอง สัญลักษณ์ที่โดดเด่นของหลวงพระบาง 'สิม’ ที่เป็นหนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร มีลวดลายปิดทองฉลุบนพื้นรักสีดำ ศิลปะแห่งหลวงพระโดยแท้ แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ศิลปะและความลื่อมใสของพุทธศาสนาในอดีตสืบจนปัจจุบัน และถ้าจะเที่ยวให้ถึงซึ่งวัฒนธรรมลาว ต้องไป ตลาดเช้า และใส่บาตรข้าวเหนียว  ตลาดเช้า อยู่ที่ ตรอกข้างวัดใหม่สุวันนะพูมาราม ถนนศรีสว่างวงศ์ (Sisavangvong Road) รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความเนิบช้า ในการช้อปปิ้ง บรรยากาศตลาด บวกบสินค้า อาหารพื้นถิ่น ฟินแน่นอน  การใส่บาตรข้าวเหนียว จริงๆ เป็นกิจกรรมแรกๆ ที่ต้องทำ เพราะหากไม่ใส่บาตรข้าวเหนียวก็เหมือนมาไม่ถึงหลวงพระบาง นุ่งซิ่น ไปใส่บาตรข้าวเหนียว นี่แหล่ะวัฒนธรรมอันแสนสงบและงดงาม  อีกทั้งเป็นเสน่ห์วิถีชีวิตดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาช้านาน ต้องตื่น ประมาณ 05.00 – 07.00 น. พระภิกษุและสามเณรจากวัดต่างๆ จะออกรับบิณฑบาต ให้นั่งรอใส่บาตร ที่ถนนสักรินท์ตลอดเส้น  อิ่มเอมและเปี่ยมสุข แน่นอน

9.พุกาม พม่า เมืองงามที่ร่ำรวยเจดีย์

Photo by ray rui on Unsplash

-->
travelbaradmin's picture

ABOUT THE AUTHOR

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, January 14, 2020 - 15:28


admintator for web Travellerbar.com


RELATED FEED

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, October 01, 2024 - 14:10

5 สถานที่ในจางเจียเจี้ย ที่เป็นสวรรค์ของผู้รักธรรมชาติ


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, October 01, 2024 - 14:06

5 แหล่งใน Marrakesh หัวใจแห่งโมร็อกโก


LEAVE A COMMENT

POSTED BY travelbaradmin | Tuesday, October 01, 2024 - 14:02

ล่องแพแม่น้ำโฮซูกาวะและสัมผัสประสบการณ์กิโมโน


LEAVE A COMMENT